ข่าว

‘วิษณุ’เข้าแจงคำขอแก้ร่างรธน.

‘วิษณุ’เข้าแจงคำขอแก้ร่างรธน.

06 มิ.ย. 2558

‘วิษณุ’ เข้าชี้แจงคำขอแก้ไขร่างรธน. ย้ำทุกเงื่อนไขทำประชามติต่อวาระงานปฏิรูป-อายุรัฐบาลคสช.ทำได้ ระบุ ปชช.เข้าชื่อสนับสนุนทำได้ ปัดตอบความจำเป็นยืดอายุอีก 2 ปี

 
         6 มิ.ย.58 เมื่อเวลา 09.00 น. มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อรับฟังคำชี้แจงประกอบคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ จากนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ฐานะตัวแทนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผู้ยื่นคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทั้งนี้นายบวรศักดิ์ ชี้แจงรายละเอียดว่านายวิษณุจะได้เวลาชี้แจงรายละเอียดทั้งสิ้น 3 ชั่วโมง โดยระหว่างการพิจารณาขออนุญาตให้กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญได้ซักถามในรายละเอียดด้วย
   
         ทั้งนี้ก่อนเวลาพิจารณา พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ที่ปรึกษาและโฆษก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์ว่าในการพิจารณาวันนี้เชื่อว่าจะไม่มีการซักถามในรายละเอียดอื่นนอกเหนือจากคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อรักษามารยาท ขณะที่คำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญที่ ครม. นั้นมีรายละเอียดที่พิจารณาพอสมควรที่จำแนกได้เป็นการขอแก้ไขถ้อยคำ การเสนอเพื่อปรึกษาหารือ โดยนอกจากที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจะซักถามรายละเอียดแล้ว นายวิษณุยังมีสิทธิที่จะซักถามกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญได้ทุกประเด็นที่สงสัยเช่นกัน และเมื่อการพิจารณาแล้วเสร็จ ประมาณ 12.00 น. ตนจะเป็นผู้แถลงผลการประชุมอีกครั้ง
 
 
‘วิษณุ’ ย้ำทุกเงื่อนไขทำประชามติต่อวาระงานปฏิรูป-อายุรัฐบาลคสช.ทำได้
 
 
         เมื่อเวลา 12.30 น. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภา ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเกี่ยวกับข้อเสนอให้ทำประชามติเพื่อสอบถามประชาชนว่าจะยืดอายุการปฏิรูปต่อไปอีก 2 ปี ซึ่งอาจมีผลทำให้วาระทำงานของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ขยายไปด้วย กล่าวเพียงว่า การทำประชามติที่ได้ตัดสินใจแล้วมีเพียงเรื่องเดียวคือประเด็นของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่หากจะมีคำถามอื่นเพิ่มเติมในการทำประชามติคราวเดียวกันนั้น ถือเป็นของแถมที่สามารถทำได้ ซึ่งขณะนี้ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้คิดประเด็นอื่นๆ เตรียมไว้ในใจเช่นกัน แต่ไม่มีประเด็นการให้รัฐบาลชุดปัจจุบันอยู่ต่อไป เพราะยังไม่มีความจำเป็นที่ต้องไตร่ตรองเรื่องดังกล่าว สำหรับความเหมาะสมที่จะดำเนินการถามคำถามอื่นในการทำประชามติคราวเดียวกันหรือไม่ ต้องพิจารณาองค์ประกอบอื่นๆ เช่น ความยาวของบัตรลงคะแนน ความสับสนของประชาชนในการกาบัตรออกเสียง และเป็นเรื่องที่ควรหรือไม่ควรแล้วแต่จะโปรด ส่วนกรณีที่ขณะนี้มีภาคประชาชนเตรียมเข้าชื่อเพื่อเสนอข้อเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาทำประชามติเพื่อยืดเวลาการปฏิรูปออกไปอีก 2 ปีนั้น ตนไม่ทราบว่ามีอยู่จริงหรือไม่ ซึ่งขออย่าให้รัฐบาลต้องตอบคำถามดังกล่าว เพราะหากตอบไปจะดูเหมือนว่าไปเปิดทางหรือมีความคิดร่วมกับเขา ดังนั้นขอให้เขาทำไป ส่วนจะทำได้หรือไม่นั้นตนไม่ทราบ และหากทำได้แล้ว ครม. จะเห็นด้วยหรือไม่ ตนก็ไม่ทราบ เพราะทุกอย่างล้วนมีข้อจำกัด มีข้อดี และข้อเสีย
  
         ผู้สื่อถามถึงแนวทางการทำประชามติจะสามารถตั้งคำถามว่าให้ครม. หรือ องค์กรใดปฏิบัติหน้าที่ต่ออีก 2 ปี ได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า หลักการในกฎหมายว่าด้วยการทำประชามติ คือ สามารถทำได้ในหลักการ ที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องชื่อของบุคคล ขณะที่วิธีได้มาซึ่งคำตอบนั้นต้องพิจารณาถึงความคุ้มค่าของการได้มาซึ่งคำตอบจากบางคำถามและพิจารณาผลกระทบทางการเมือง หรือทางเศรษฐกิจ และทางสังคมจิตวิทยา รวมถึงความจำเป็นที่ต้องการคำตอบหรือไม่
  
         ถามต่อว่าหากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อต่ออายุรัฐบาล กังวลว่าจะซ้ำรอยกับกรณีที่ส.ว.ชุดก่อนหน้านั้น ที่พยายามแก้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 เพื่อต่ออายุตัวเองแล้วเกิดคดีความฟ้องร้อง รองนายกฯ กล่าวว่า “บทเรียนมันมี ดังนั้นจะทำอย่างไรก็อย่าซ้ำบทเรียนเดิม ต้องนำคำพิพากษาของศาลมาดู ว่าแบบเดิมที่ทำไปมันเสียเพราะอะไร หากจะทำก็มีวิธีการ แต่ผมไม่รู้ว่าเมื่อหลีกของเดิมไปแล้ว อาจจะเจออันใหม่อีกก็ได้”
  
         ถามต่อว่า มีความจำเป็นหรือไม่ที่ต้องยืดเวลาปฏิรูปออกไปอีก 2 ปี นายวิษณุ กล่าวว่า ตนอยากตอบ แต่ตอบไปกังวลว่าจะถูกโยงกับข้อเสนอของนายไพบูลย์ นิติตะวัน สปช. และกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ รวมถึงไม่ขอตอบการประเมินผลงานปฏิรูปภายใต้โร้ดแม็พ 1 ปี ทั้งนี้ขอให้อดใจรอ เพราะอีกไม่กี่วันจะชัดเจน ในประเด็นโร้ดแม็พ และการส่งร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 เข้าสนช. โดยตนขอให้ติดตามจากข่าวอย่างเป็นทางการ ซึ่งอาจไม่ใช่ข่าวที่เป็นลายลักษณ์อักษร
  
         เมื่อถามถึงความคืบหน้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 นายวิษณุ กล่าวว่า ขณะนี้คืบหน้าไปมากแล้ว แต่ยังไม่กำหนดว่าจะส่งให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาเมื่อใด สำหรับรายละเอียดของเนื้อหามีพียงการเปิดให้มีการทำประชามติ โดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่ได้กำหนดคำถาม แต่ต้องเป็นไปตามกรอบที่วางไว้ คือ คุ้มกับงบประมาณและได้คำตอบกับเรื่องรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อย่างไรก็ตามยอมรับว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 มีความซับซ้อน ในประเด็นของการไม่ผ่านการทำประชามติแล้วจะทำอย่างไร ส่วนการขยายเวลาทำงานให้กับคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรมนูญ นั้นมีข้อยุติว่าขยายเวลาการทำงานให้ ในกรณีที่มีเงื่อนไขบางอย่าง ที่ตนไม่ขอเปิดเผย ส่วนระยะเวลาที่ขยายนั้น ไม่จำเป็นต้องใช้เวลา 30 วัน เพราะอาจใช้เวลาเพียง 10- 20 วันเท่านั้น แต่เมื่อรับฟังแล้วพบความจำเป็นว่าต้องขยาย