ข่าว

‘นายกฯ’ดีใจเด็กไทยแห่เรียนครู

‘นายกฯ’ดีใจเด็กไทยแห่เรียนครู

06 มิ.ย. 2558

‘นายกฯ’ ดีใจเด็กไทยแห่เรียนครูเพิ่ม ชี้ต้องเน้นคุณภาพและความตั้งใจ แนะทุกสถาบันปรับตัวให้สามารถผลิตครูที่ทันยุคสมัย หนุนการพัฒนาประเทศ ห่วงชาวนาถูกกดราคาขายข้าว

 
          6 มิ.ย.58 พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงการประกาศผลการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษาด้วยระบบกลางรับนิสิต นักศึกษา หรือแอดมิสชั่นส์ ประจำปีการศึกษา 2558 ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ดีใจที่ผลปรากฏว่าในการสมัครเข้าเรียนต่อในปีนี้ คณะที่มีอัตราการแข่งขันสูงสุด 5 อันดับแรก เป็นคณะในด้านครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ ถึง 4 คณะ โดยบางคณะมีสัดส่วนจำนวนผู้สมัคร ต่อจำนวนผู้ที่รับได้ ถึง 108 ต่อ 1 ซึ่งหลายฝ่ายวิเคราะห์กันว่าสาเหตุที่เด็กเยาวชนสนใจเลือกเรียนคณะนี้เป็นจำนวนมากเพราะรัฐบาลให้ความสำคัญกับการปฏิรูปการศึกษา และวิชาชีพครู จึงทำให้เด็กเชื่อมั่นว่าจบมาแล้วจะมีงานทำ
 
          “นายกฯดีใจที่เห็นเยาวชนไทยหันมาสนใจศึกษาต่อในสายครูมากขึ้น เป็นนิมิตรหมายที่ดีต่อการพัฒนาสายอาชีพครูและการพัฒนาการศึกษาไทย นายกฯฝากว่าคุณสมบัติสำคัญของการเป็นครูที่ดีในอนาคตนั้น ต้องประกอบด้วยความเป็นผู้มีความรู้ดี มีทัศนคติที่ดีต่อวิชาชีพและมุ่งมั่นตั้งใจดีที่จะถ่ายทอดวิชาและกระตุ้นให้นักเรียนรู้จักคิด รู้จักแก้ปัญหา ทำงานเป็นทีม และเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลักด้วย”พล.ต.สรรเสริญกล่าว
 
          พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีขอให้สถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งที่เปิดการเรียนการสอนในสาขาศึกษาศาสตร์ ครุศาสตร์ ได้ใช้ช่วงเวลาแห่งการปฏิรูปนี้ ปรับปรุงแนวทางการผลิตครูให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาของประเทศ เพื่อเป็นทรัพยากรครูรุ่นใหม่ที่จะช่วยกันยกระดับคุณภาพการศึกษาไทย
 
          “นายกรัฐมนตรียังได้ฝากให้กำลังใจน้อง ๆ นักเรียนที่จะเริ่มสอบสัมภาษณ์เข้าศึกษาต่อในระหว่างวันที่ 15-17 มิถุนายนนี้ด้วย ส่วนคนที่ยังไม่ได้ที่เรียนที่แน่ชัด นายกรัฐมนตรีอวยพรขอให้ได้เรียนในคณะวิชาที่ตนเองถนัดและมีใจรัก ที่สำคัญเมื่อสำเร็จการศึกษาออกมาขอให้เป็นกำลังในการดูแลประเทศชาติต่อไป” รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าว
 
 
‘นายกฯ’ ห่วงชาวนาถูกกดราคาขายข้าว ชมแนวทาง ‘พาณิชย์’ ดูจังหวะขายข้าวไม่กดดันราคาตลาด
 
 
          6 มิ.ย.58 พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แสดงความห่วงใยและเห็นใจกรณีที่ชาวนาร้องเรียนว่า ถูกกดราคาขายข้าวเปลือก ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้รับรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ว่า หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ราคาข้าวเปลือกในประเทศตกต่ำคือสต็อกข้าวจำนวน 17 ล้านตัน ที่เกิดจากโครงการรับจำนำข้าวในอดีต กำลังสร้างปัญหา กลายเป็นตัวกดราคาข้าวไทย เนื่องจากผู้ค้าข้าวในตลาดโลกมองว่า ไทยจำเป็นต้องระบายสต็อกข้าวออกมา ทำให้ราคาข้าวที่กำลังจะออกมาใหม่ ไม่สามารถปรับตัวขึ้นได้
 
          “นายกรัฐมนตรี แสดงความชื่นชมแนวทางของกระทรวงพาณิชย์ ในการดำเนินการระบายข้าวในสต๊อกของรัฐ ด้วยความระมัดระวัง และไม่ไปเพิ่มแรงกดดันให้กับราคาข้าวในตลาดโลก เพราะชาวนาไทยอาจจะได้รับผลกระทบไปด้วย โดยเฉพาะข้าวฤดูกาลเก็บเกี่ยวใหม่ อย่างไรก็ตามการระบายข้าวก็เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องดำเนินการเพื่อมิให้เป็นภาระของประเทศ” พล.ต.สรรเสริญ กล่าว
 
          รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ล่าสุด กระทรวงพาณิชย์ รายงานว่า ข้าวในสต็อกรัฐบาลทั้งหมด 17 ล้านตัน เป็นข้าวที่มีคุณภาพในระดับมาตรฐาน 2 ล้านตันเศษ ต่ำกว่ามาตรฐาน 14 ล้านตันเศษ ข้าวเสีย 6.9 แสนตัน ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะพิจารณาหาจังหวะในการระบายข้าวในสต็อกให้ได้ราคาดีที่สุด เพื่อไม่ให้กระทบกับผลผลิตข้าวนาปี ที่จะออกมาในช่วงปลายปีนี้กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าต่างประเทศ ได้ออกประกาศเปิดระบายข้าวสารในสต็อกรัฐบาลเป็นครั้งที่ 3 ของปีนี้ ปริมาณ 1.06 ล้านตัน ให้กับผู้สนใจ ส่วนใหญ่เป็นข้าวขาว 5% และปลายข้าว อยู่ใน 153 คลัง จาก 35 จังหวัด โดยจะเปิดให้ผู้สนใจตรวจสอบคุณภาพข้าว ณ คลังที่เปิดประมูลวันที่ 8-12 มิ.ย. นี้ จากนั้นจะให้ยื่นซองเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติในวันที่ 15 มิ.ย. 58 และประกาศผู้ผ่านคุณสมบัติในวันที่ 16 มิ.ย. 58 เวลา 09.00 น. ซึ่งกรมฯ จะเสนอรายชื่อผู้ยื่นประมูลที่ผ่านเกณฑ์มูลค่าขั้นต่ำ ให้ประธานคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) พิจารณาเพื่ออนุมัติการขายต่อไป ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้เปิดประมูลข้าวไปแล้ว 6 ครั้ง นับตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) บริหารประเทศ คิดเป็นปริมาณกว่า 2.017 ล้านตัน มูลค่ารวม 22,374 ล้านบาท