ข่าว

รวบสองเอเย่นค้ายาบ้า 3.6 หมื่นเม็ด

รวบสองเอเย่นค้ายาบ้า 3.6 หมื่นเม็ด

06 มิ.ย. 2558

ชุดสืบสวน บก.น.1 บุกรวบ 2 ขาโจ๋ พร้อมของกลางยาบ้า 3.6 หมื่นเม็ด และยาเค.ชนิดน้ำอีก 52 ขวด ผู้ต้องหาอ้าง รับจ้างขนและส่งยาให้นักโทษในคุก

        เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 6 มิถุนายน 2558 พ.ต.อ.สถิตย์ สังข์ประไพ ผกก.สส.บก.น.1  พ.ต.ท.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.พงศ์นรินทร์ เหล่าเขตกิจ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.วรมันต์ ขวัญพสุมนต์ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ยุคณธร ชูแก้ว สว.สส. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.1 ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมนายชยากร ประไพพงษ์ อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 56/1 ตรอกวัดราชนัดดา แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กทม. และนายปรารภ พุ่มพวง อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 520 ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศเขตพระนคร กทม. พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 36,000 เม็ด ยาเคชนิดน้ำจำนวน 52 ขวด รถจยย.ยี่ห้อฮอนด้า เวฟ สีดำ หมายเลขทะเบียน 2 กน-5818 กรุงเทพมหานคร สมุดบัญชีธนาคารต่างๆ จำนวน 3 เล่ม และโทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง
 
        พ.ต.อ.สถิตย์ เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.1 กำลังออกตรวจตราพื้นที่เพื่อเฝ้าระวังเหตุชิงทรัพย์ตามปกติ ที่บริเวณริมถนนเพชรบุรีตัดถนนวิทยุ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กทม. จู่ๆ พบผู้ต้องหาทั้งสองคนขับขี่รถจยย.ขับมาด้วยท่าทางมีพิรุธ จึงเรียกให้จอดเพื่อตรวจค้น ผลปรากฏว่า พบยาบ้าจำนวน 20,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในเสื้อคลุมของนายชยากร จึงยึดไว้เป็นของกลาง เบื้องต้นทั้งคู่ให้การว่า เพิ่งนำยาบ้าไปวางทิ้งริมทางรถไฟใกล้เคียงกับสถานีรถไฟสามเสน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท เพื่อรอให้ลูกค้ามารับ เจ้าหน้าที่จึงตามไปตรวจยึดยาบ้ามาจากบริเวณดังกล่าวมาได้อีก จำนวน 16,000 เม็ด และยาเคจำนวน 52 ขวด ก่อนควบคุมตัวทั้งสองคนมาสอบปากคำ ที่กก.สส.บก.น.1
 
          สอบสวน นายชยากร ให้การว่า เมื่อปี 55 ตนเคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สำราญราษฎร์ จับกุมในข้อหาครอบครองยาเสพติดเพื่อจำหน่าย และถูกจำคุกอยู่นาน 1 ปี เมื่อพ้นโทษออกมาก็ไม่ได้ทำงาน จนกระทั่งไม่นานมานี้ได้เข้าไปเยี่ยมพี่ชายในเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ซึ่งมีนักโทษคนหนึ่งมาขอเบอร์โทรศัพท์ไป ก่อนจะโทรมาจ้างให้ตนเป็นคนส่งยาเสพติดให้ โดยจะให้ไปรับยาที่วางทิ้งไว้ย่านห้างสรรพสินค้ารินถนนศรีนครินทร์ จากนั้นก็จะโทรมาสั่งให้ตนนำไปทิ้งไว้ตามที่ต่างๆ เช่นริมถนนราชดำเนิน ก่อนจะมีคนมารับยาไปต่ออีกทอดหนึ่ง โดยได้ค่าจ้างครั้งละ 20,000 บาท โดยเงินที่ได้มาก็จะพานายปรารภ ไปกินเที่ยวบ้างบางครั้ง ซึ่งทำครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ก็มาถูกเจ้าหน้าที่จับกุม 
 
          อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังไม่ปีกใจเชื่อต่อคำให้การ ต้องทำการสอบสวนขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการอีกครั้ง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา "ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) และวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภทที่ 2 (เคตามีน) ไว้ใครองครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย " ก่อนควบคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป