ข่าว

‘ปึ้ง’ลั่นหากประเทศชาติดีขึ้น10ปีก็รอได้

‘ปึ้ง’ลั่นหากประเทศชาติดีขึ้น10ปีก็รอได้

05 มิ.ย. 2558

‘ปึ้ง’ลั่นหากประเทศชาติดีขึ้น10ปีก็รอได้ ‘ประวิตร’ยันรบ.บริหารงานตามโรดแม็พเดิม

             6มิ.ย.2558 นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกฯ กล่าวถึงข้อเสนอของสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.)ให้มีการทำประชามติเพื่อสอบถามประชาชนว่า ต้องการให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) อยู่ต่ออีก 2 ปีหรือไม่ว่า ใครจะทำอะไรก็เป็นสิทธิของเขา จะถามประชาชนอย่างไรก็ถามไป ไม่ต้องกลัวเปลืองเงินทอง ถ้าสิ่งที่ทำนั้นถูกต้องและทำให้ประเทศเดินหน้าได้ ประชาชนมีความสุข ประเทศชาติรุ่งเรือง ก็ไม่ว่าอะไร ขอให้ทำเลย สนับสนุนเต็มที่ ถ้าเป็นประชามติที่มาจากเสียงประชาชนอย่างแท้จริงก็น่าสนับสนุน
             
             นายสุรพงษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับตนจะให้รอกี่ปีก็ขอให้ระบุมา ไม่มีปัญหา แต่คนอื่นไม่ทราบ แต่ขอให้เกิดสิ่งดีๆขึ้นกับประเทศไทย ตอนนี้ตนปล่อยวางแล้ว รอดูเพียงกฎกติกาของรัฐธรรมนูญเพื่อมาพิจารณาอีกครั้งว่าจะลงเลือกตั้งหรือไม่ ถ้ากติกาไม่ถูกต้อง ไม่ดี ก็ต้องพิจารณาว่าจะเป็นผู้แทนอีกหรือไม่ หากรัฐบาลอยากอยู่ยาว 2 ปีส่วนตัวรอได้ หากมีอะไรทำให้ประเทศชาติดีขึ้น ประชาชนมีความสุข 10 ปีก็รอได้


‘อำนวย’ไล่ประยุทธ์ลงเลือกตั้งหากอยู่ต่ออีก2ปี

             นายอำนวย คลังผา อดีตส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สำหรับข้อเสนอให้นายกฯ อยู่ต่ออีก 2 ปีนั้น ตนเห็นว่าไม่เหมาะสมและไม่เป็นผลดี ถ้าพล.อ.ประยุทธ์จะอยู่ในอำนาจต่อไปก็ควรจัดตั้งพรรคการเมืองแล้วลงเลือกตั้งให้ประชาชนเป็นคนตัดสินใจ แบบนั้นจะสง่างามกว่า วันนี้รัฐบาลควรเดินตามโรดแม็พที่ย้ำไว้กับคนทั้งโลก อย่าต่ออายุหรือยืดระยะเวลาออกไป สิ่งที่ต้องเร่งทำเร่งด่วนในเวลานี้คือเร่งสร้างความปรองดองทำให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างยุติธรรม ไม่มีหลายมาตรฐาน ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญรวมถึงการปฏิรูปนั้น ถ้าดูเวลาตามโรดแม็พแล้วคงไม่ทัน ดังนั้นควรจัดให้มีการเลือกตั้งก่อน ใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี 40 หรือ 50 ไปก่อน จากนั้นค่อยมาปฏิรูปกันต่อ


‘ประวิตร’ยันรัฐบาลบริหารงานตามโรดแม็พเดิม

             ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.)บางคนเสนอให้นายกรัฐมนตรีอยู่บริหารงานต่ออีก 2 ปี เพื่อทำการปฏิรูปให้แล้วเสร็จ ว่า จะทำอย่างไรก็แล้วแต่ตนไม่รู้ แต่รัฐบาลต้องทำตามรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว)2557ที่เกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดินที่กำหนดเอาไว้ทุกอย่าง ส่วนโรดแม็พคือสิ่งที่นายกรัฐมนตรีประกาศว่าจะทำอย่างนั้นอย่างนี้ เป็นไปตามนี้ เราจะอยู่หรือไม่อยู่ขึ้นอยู่กับรัฐธรรมนูญชั่วคราว

             ผู้สื่อข่าวถามว่า การที่สปช.เสนอเช่นนี้เพราะมองว่าระยะเวลาตามโรดแม็พเดิมสั้นเกินไปจนกังวลว่าจะเสร็จไม่ทันหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ทราบ ตนเป็น รมว.กลาโหมไม่ใช่สปช. ต้องไปถามสปช.เอาเอง เมื่อถามย้ำว่าสถานการณ์บ้านเมืองขณะนี้รัฐบาลควรจะอยู่ต่อหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวย้อนว่า “ผมไม่รู้ ควรหรือไม่ควรจะไปรู้ได้อย่างไร ภาพรวมของคน 62 ล้านคนจะมาถามผมคนเดียวได้อย่างไร ผมตอบไม่ได้”

             ผู้สื่อข่าวถามว่า มองว่าเรื่องดังกล่าวเป็นการโยนหินถามทางหรือไม่ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ใครจะไปโยน ใครจะโยนตนไม่รู้ แล้วกระแสมาจากไหนก็มาจากที่คนพูด รัฐบาลบริหารงานทุกอย่างไปตามโรดแม็พที่นายกรัฐมนตรีประกาศ

             “โรดแม็พยังคงเดิมทุกอย่าง ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง” พล.อ.ประวิตร กล่าว

             ผู้สื่อข่าวถามว่า สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวเพื่อดำเนินการเรื่องดังกล่าวได้ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวย้อนว่า “ไม่รู้ แล้วใครจะแก้ นายกฯ เขาไม่แก้หรอก ผมบอกได้เลย เพราะไม่ใช่หน้าที่ท่าน ส่วนใครจะแก้ผมไม่รู้” เมื่อถามย้ำว่า หากมีคนเสนอให้รัฐบาลแก้ไข พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ใครจะเสนอ สื่อจะเสนอหรือ ก็ไม่รู้ว่าใครจะเสนอแล้วมีสิทธิที่จะเสนอหรือไม่ ไม่ใช่เสนอกันไปเรื่อย ทั้งหมดนี้มองว่าขึ้นอยู่กับประชาชนเพราะเสียงของประชาชนต้องสำคัญที่สุดไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม


‘ไก่อู’ป้อง‘ประยุทธ์’ไม่เคยคิดยึดติดอำนาจ

             พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ ( สปช.) , สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ( สนช.) และประชาชน สนับสนุนให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อยู่ในตำแหน่งต่อไปอีก2ปีว่านายกรัฐมนตรีไม่เคยนำเรื่องเงื่อนเวลา มาเป็นเกณฑ์ในการทำงานเพื่อบ้านเมือง

             “สิ่งเดียวที่นายกรัฐมนตรีกล่าวเสมอ คือ ต้องการทำงานเพื่อประเทศชาติ และประชาชน ให้มั่นคงสงบร่มเย็นตามโรดแมป และไม่ให้ใครมาฉกฉวยผลประโยชน์จากประเทศชาติ ไปเป็นของตนเองด้วยการทุจริตคอร์รัปชั่นเช่นที่ผ่านมา ท่านขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งให้ท่าน ทั้งนี้ท่านไม่เคยคิดยึดติดกับอำนาจ แต่ยึดติดกับความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง ท่านยืนยันที่จะเดินหน้าตามโรดแมปไม่เคยเปลี่ยนแปลง เพื่อสร้างความมั่นคง มั่นคั่งให้แก่ประเทศ และที่สำคัญท่านจะไม่ดำเนินการใดๆ ที่นอกเหนือกรอบของกฎหมายหรือรัฐธรรมนูญ การตัดสินใจใดๆของท่านคงฟังทั้งเสียงประชาชน และคำนึงถึงความถูกต้องในกรอบของกฎหมายเป็นสำคัญด้วย” พล.ต.สรรเสริญ กล่าว

             รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีฝากไปยังกลุ่ม องค์กรที่พยายามออกมาเคลื่อนไหว ทั้งบิดเบือนข้อมูล และให้ร้ายประเทศเป็นระยะว่า หากไม่พร้อมมีส่วนช่วยสร้างชาติไปด้วยกัน ก็ขอให้โปรดนิ่งเฉย อย่าทำตัวมือไม่พายเอาเท้าราน้ำ เพราะประเทศไทยไม่ใช่ของเล่น ท่านก็ไม่คิดเล่นการเมือง แต่มาเพื่อบริหารบ้านเมืองเท่านั้น


ความเห็นส่วนตัวทำประชามติ2ปีก่อนเลือกตั้ง

             น.ส.สุภัทรา นาคะผิว ร่วมกับ พล.ท.นาวิน ดำริกาญจน์ โฆษกคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ร่วมแถลงภายหลังการรับฟังคำชี้แจงประกอบคำแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญจากสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในวันที่สี่ว่า ที่ประชุมได้รับฟังคำชี้แจง จำนวน 2 กลุ่ม โดยช่วงเช้าเป็นกลุ่มของ นายสมชัย ฤชุพันธุ์ นายประมนต์ สุธีวงศ์ โดยได้เน้นใน 3 ประเด็น คือ ด้านเศรษฐกิจภาคการผลิต ด้านการเงินการคลัง และการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยได้เสนอเพิ่มมาตราใหม่ จำนวน 11 มาตรา ซึ่งในจำนวนนี้มีถึง 9 มาตราที่เป็นการเพิ่มเรื่องการป้องกันและปราบปรามการทุจริต เนื่องจากเห็นว่า เนื้อหาของร่างยังไม่ชัดเจน โดยขอให้ปรับเปลี่ยนวิธีการพิจารณาของ ป.ป.ช.จากระบบไต่สวนเป็นระบบวินิจฉัยชี้ขาด รวมไปถึงให้โอนย้ายคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการและสำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการจากสำนักนายกรัฐมนตรีไปเป็นองค์กรภายใต้ผู้ตรวจการแผ่นดิน

             นอกจากนี้ยังเสนอให้มีการควบรวม ปปช.กับปปท. เนื่องจากมีหน้าที่ในการตรวจสอบการใช้อำนาจเหมือนกัน โดยขอให้เพิ่มจำนวนกรรมการปปช.จาก 9 เป็น 11 คนและให้มีการปรับหน้าที่ใหม่ และวาระการดำรงตำแหน่งจาก 9 เป็น 6 ปี ขณะที่ประเด็นเรื่องการเมือง ซึ่งประเด็นที่มาของ ส.ว.ให้มาการสรรหาและให้มาจากการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน โดยไม่มีคณะกรรมการกลั่นกรองแห่งชาติเพื่อป้องกันการจัดกลุ่มของตนเอง อีกทั้งยังเสนอให้ตัดสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศในมาตรา 279 ออก เนื่องจากควรอยู่ในรูปขององค์กรไม่ใช่สภา และในการกำหนดให้สมาชิกสปช.เป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศถือเป็นผลประโยชน์ทันซ้อน

             น.ส.สุภัทรา กล่าวต่อว่า ขณะที่กลุ่มที่ 2 ในช่วงบ่าย เป็นกลุ่มของนายสมศักดิ์ โล่สถาพรพิพิธ โดยเสนอให้แก้ไขข้อความจากคำว่า “พลเมือง” เป็น “ประชาชน” ทั้งหมด อีกทั้งขอให้ตัดสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติออกเนื่องจากเห็นว่า มีที่มาไม่ชัดเจน นอกจากนี้ยังขอให้ตัดกลุ่มการเมืองออก เพราะจะทำให้พรรคการเมืองอ่อนแอ เสนอแก้ไขให้วาระ ส.ส.จาก 4 ปีเป็นคราวละ 3 ปี เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียง เพราะไม่คุ้มทุนในการลงทุนซื้อเสียง และขอให้คณะกรรมการจัดการเลือกตั้ง (กจต.)ออก เพราะถือว่ามีความซ้ำซ้อนในการทำหน้าที่ ทั้งนี้ในส่วนภาพรวมตลอดการเข้าชี้แจงคำขอแก้ไขของสมาชิก สปช.4 วันที่ผ่านมา

             ส่วนใหญ่เสนอให้ตัดประเด็นกลุ่มการเมืองออก รวมทั้งเสนอให้แก้ไขในประเด็นที่มาของ ส.ว. โดยคณะกรรมาธิการจะไม่เน้นดูจำนวนประเด็นส่วนใหญ่ที่สมาชิกส่วนใหญ่ขอแก้ไขตรงกัน แต่จะดูที่เหตุผลเป็นหลักว่าจะสามารถปรับแก้ไขได้หรือไม่ อย่างไรก็ตาม สำหรับข้อเสนอของนายไพบูลย์ นิติตะวัน กรรมาธิกายกร่างรัฐธรรมนูญ ที่ให้ทำประชามติปฏิรูปประเทศ 2 ปีก่อนเลือกตั้งนั้นเป็นความเห็นของนายไพบูลย์ ส่วนตัวมองว่า หากทำประชามติเพื่อให้ปฏิรูปประเทศก็ต้องอธิบายให้ได้ว่าจะมีความชอบธรรมหรือไม่ และต้องตอบคำถามกับสังคมให้ได้ว่าการปฏิรูปประเทศ 2 ปี คืออะไร หากทำเช่นนั้นก็อาจมีผลต่อโรดแมปของประเทศได้