ข่าว

 เคหะชงแผนรับมือลูกค้าไม่มีเงินผ่อน

เคหะชงแผนรับมือลูกค้าไม่มีเงินผ่อน

03 ก.พ. 2552

การเคหะงัดกลยุทธ์เพิ่มรายได้ ตัดขายที่ดินเปล่า เตรียมแผนรับมือลูกค้าไม่มีเงินผ่อน หยุดสัญญาเช่าซื้อไว้ก่อนหนึ่งปี เปลี่ยนเป็นสัญญาเช่า ชงเข้าบอร์ดพิจารณากุมภาพันธ์นี้

นายศิริโรจน์ ชาวปากน้ำ ผู้ช่วยผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) เปิดเผยว่า การสร้างรายได้ของการเคหะในปีนี้จะมี 3 มาตรการใหญ่ๆ คือ 1.ลดรายจ่ายประจำราว 20% ด้วยการลดซื้อของใหม่ให้ซ่อมของเก่าใช้ไปก่อน 2.เพิ่มรายได้ โดยจัดผลประโยชน์ในชุมชน เริ่มตั้งแต่ตลาด ร้านค้า จักรยานยนต์ รวมทั้งขายที่ดินทั้งเก่าและใหม่ และ 3.เร่งขายบ้านเอื้ออาทรให้ได้มากที่สุด นำเข้าขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินให้ได้มากที่สุด โดยตั้งแต่เริ่มปี 2552 มีการขายบ้านเอื้ออาทรไปแล้วประมาณ 2,000 ยูนิต อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าปัญหาว่างงานมีผลกระทบต่อการซื้อบ้าน และการผ่อนส่งพอสมควร จะเห็นผลจริงๆ ในเดือนเมษายน แต่การเคหะเตรียมแผนรองรับไว้แล้ว เช่น คนไม่มีความสามารถผ่อนได้ในราคาเดือนละ 2,700 บาท ก็มาทำการเปลี่ยนเป็นสัญญาเช่าเดือนละ 1,600 บาท กล่าวคือ หยุดการเช่าซื้อไว้ก่อน 1 ปี หลังจากนั้น หากมีความสามารถในการผ่อนชำระก็กลับมาสู่สัญญาการเช่าซื้ออีกครั้ง "คาดว่าลูกค้าที่มีปัญหาและขอใช้บริการในลักษณะดังกล่าวจะอยู่ประมาณ 50% โดยลูกค้าที่รอขอสินเชื่ออยู่ 4 หมื่นราย จะหายไปราว 2 หมื่นราย อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เป็นแค่แนวคิดเท่านั้น โดยจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการการเคหะแห่งชาติ ในเดือนกุมภาพันธ์นี้" นายศิริโรจน์ กล่าว ส่วนความคืบหน้าในการขายที่ดินแปลงใหญ่นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างสำรวจที่ดิน และวิเคราะห์ราคา ทำกับราคาประเมิน เพื่อเตรียมการขาย และพิจารณาว่า แปลงไหนจะขาย แปลงไหนจะเก็บไว้ทำโครงการในอนาคต คิดว่าจะขายได้จริงๆ ในช่วงเดือนเมษายนนี้ นอกจากนี้ ยังจะมีการแบ่งขายเป็นแปลงย่อย เพราะหากแปลงใหญ่ คนอาจไม่มีเงินพอที่จะซื้อ “ขณะนี้เรามีแลนด์แบงก์ในกรุงเทพฯ อีกหลายแปลง ซึ่งการเคหะจะขายเป็นที่เปล่า ไม่นำมาทำเป็นโครงการบ้านเอื้ออาทร หรือเคหะชุมชน โดยจะหันไปซื้อที่ดินตามแนวสถานีรถไฟฟ้ามาทำดีกว่า เพราะได้ผลมากกว่า แม้จะมีราคาแพง แต่ก็จะขายแพงไปด้วย ถือเป็นการดำเนินการเพื่อให้การเคหะอยู่รอด” นายศิริโรจน์ กล่าว