ข่าว

คงอีกยาว...นาน

คงอีกยาว...นาน

17 ก.ค. 2552

แนวโน้มวิถีทางความมั่นคงของประเทศคงจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรมากนักเกี่ยวกับการแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ดูได้จากการโต้ตอบและการวิพากษ์ของบรรดาเหล่าทหารที่เกี่ยวข้อง ในขณะที่ผู้บริหารทหารโยนหินลาวาจากภูเขาไฟที่ร้อนฉ่าให้ท่านนายกฯ อภิสิทธิ์เป

 จะต่อ “พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่” เพื่อความสบายใจท่านนายกฯ และทีมงานคงจะต้องอาศัยการมีและใช้ข้อมูลทางวิชาการ (สักหน่อย) เพื่อจะได้ไม่โดดเดี่ยวเดียวดายหรือมี “ความคิดที่ไม่สวนทางกับคนที่มีอำนาจที่แท้จริงของประเทศมากนัก” เพราะบ้านเมืองเราน่ารักมีรัฐบาลที่มีความเป็นประชาธิปไตยที่ไม่ค่อยจะเหมือนกับประชาชาติอื่นมากนัก

 ประเทศเรามีความคิดอ่านเรื่องบ้านเมืองที่รัฐบาลอยู่ระหว่างเขาควายมาตั้งนานแล้ว จะขยับซ้ายก็ยากครั้นจะขยับขวาก็จะยิ่งยุ่งยากกว่าเป็นไหนๆ และมีคำตอบไปแล้วเมื่อหลายวันก่อนว่าเหตุการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังต้องใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซ้ำอีก ซ้ำแล้วซ้ำอีกและอีก...

 คำถามเล่นๆ ว่าหากการนำเสนอข้อมูลจากนักวิชาการที่ลงพื้นที่เพื่อแสวงหาความคิดเห็นและมีผลสรุปว่าประชาชนคนท้องถิ่นส่วนใหญ่ไม่ต้องการ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะเป็นกฎหมายที่รัฐไม่สามารถตอบคำถามให้แก่ประชาคมโลกได้ว่า “ไม่ทำลายสิทธิขั้นพื้นฐาน (สิทธิมนุษยชน) ของประชาชนคนไทยได้แม้แต่น้อย” นอกจากจะเถียงหรือให้เหตุผลข้างๆ คูๆ และโฆษณาประชาสัมพันธ์ (เชิงโฆษณาชวนเชื่อ) ว่าทุกอย่างกำลังเข้ารูปเข้ารอย ดังนั้นเมื่อได้โอกาสที่จะต้องต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไปอีกครั้งเป็นครั้งที่ 16 จึงลุ้นกันน่าดู ระหว่าง ต่อหรือไม่ต่อ ถ้าไม่ต่อจะต้องมีอะไรมารองรับ ทั้งๆ ที่บอกว่ายาขนานหนักคือกฎอัยการศึกก็ยังมีอยู่หรือไม่พอไม่สะใจกับความคิดอ่านของคนคิดต่าง ต้องเอาขนานใหม่มารองรับคือ พ.ร.บ.ความมั่นคง มาควบคู่ด้วย ล้วนแล้วแต่เป็นสัญญาณที่ไม่พึงประสงค์แทบทั้งสิ้น

 อย่างไรก็ตามยังจะต้องช่วยกันให้กำลังใจและภาวนาให้รัฐบาลชุดนี้กล้ามากๆ อีกนิด กล่าวคือทำอย่างที่ตนเองคิดและที่ตนเองต่อต้านการใช้อำนาจของรัฐบาลใน (ทุก) ชุดที่ตัวเองเป็นฝ่ายค้านให้เต็มที่ (สักหน่อย) เพราะดูสถานการณ์รัฐบาลปัจจุบันค่อนข่างจะว้าเหว่ในอารมณ์พิกล โดยเฉพาะสถานการณ์ความไม่สงบในภาคใต้ที่เกิดขึ้นคือชนักติดหลังของทุกรัฐบาลจะต้อง “ถอนออก” ให้ได้ มิใช่ให้ใครบางคน “ถอนหงอก” ที่กล่าวเช่นนี้เพราะการพูดคุยหาเสียงก่อนการเลือกตั้งหรือก่อนปฏิวัติ ? เมื่อ 19 กันยายน หนึ่งในเหตุผลของเขาเหล่านั้นล้วนมีเรื่องการแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้

 แต่ในแง่ของการปฏิบัติดูเหมือนทุกอย่างจะติดบ่วงดักแร้วของนายพราน (เถื่อน) เกือบทั้งหมด (ยิ่งดิ้นยิ่งรัดแน่นด้วย...เขาว่ามีสุขมหาศาลกับกับดักนี้ ?) ที่น่าเสียดายกลไกรัฐที่ดีงามและปรารถนาดีต่อชาติบ้านเมืองหรือจะเรียกว่าคนดีศรีอยุธยากลับ “หูหนวกตาบอด ไม่รู้ ไม่เห็น ไม่ทราบ ไม่พูด ไม่ชี้” เสียส่วนใหญ่ การพอกพูนของปัญหาและความเสียหายยิ่งมากเป็นทวีคูณ

 การแก้ปัญหาความไม่สงบในภาคใต้ได้เดินบนกองกระดูกและดวงวิญญาณของคนไทยกว่า 3,500 คน บนความเจ็บปวดของพลเมืองไทยที่ได้รับบาดเจ็บพิการทั้งร่างกายและจิตใจนับหมึ่นคน ลูกกำพร้าขาดผู้อุปการะต้องจำทนอยู่ตามยถากรรมอีกกว่าครึ่งหมื่น ภรรยาที่ขาดเสาหลักของครอบครัวคือสามีอีกนับพันคน ไม่ต้องเอ่ยถึงสภาพเศรษฐกิจที่ซบเซาทั้งระดับรากหญ้าจนถึงระดับการลงทุนเป็นร้อยเป็นพันล้านที่ได้รับผลกระทบ ไม่เชื่อลองไปดูแถวชายแดนที่ติดกับประเทศมาเลเซียว่าโรงแรม ร้านอาหาร งานบริการ การค้าขาย และสารพัด มันห่อเหี่ยวเดียวดายหรือจะต้องรอคอย (กว่าหมีอ้วนจะอิ่มจนสำรอกออกเลือด) อีกยาว...นาน

อัฮหมัด สมบูรณ์  บัวหลวง
โครงการพัฒนาประชาธิปไตยในชุมชนมุสลิม [email protected]