ข่าว

ภัยแล้งจากเอลนีโญถึงคราพระพิรุณเยียวยา(ใจ)

ภัยแล้งจากเอลนีโญถึงคราพระพิรุณเยียวยา(ใจ)

05 มิ.ย. 2558

ภัยแล้งจากเอลนีโญถึงคราพระพิรุณเยียวยา(ใจ) : ทีมข่าวภูมิภาค

               ทั้งๆ ที่ฤดูกาลได้ล่วงเลยมานานผ่านเข้าเดือนมิถุนายน สายฝนเพิ่งเริ่มโปรยปราย  อาจทำให้คนเมืองที่ยังจมอยู่ในฝันร้ายกับเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 เริ่มได้ "กลิ่น" แห่งความยากลำบาก ฝนตกรถติด ตกซู่เดียวท่วมถึงเข่า จะท่วมอีกหรือเปล่ายังไม่รู้

               หากแต่ "กลิ่น" ที่นักอุตุนิยมวิทยาในภูมิภาครับรู้ได้จากเครื่องมือวิทยาศาสตร์ กลับเป็นไปในทิศทางตรงกันข้าม นั่นก็คือปรากฏการณ์ เอลนีโญที่เกิดขึ้นในปี 2558 นี้ ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี จะทำให้เกิดภาวะแห้งแล้งรุนแรง และก่อให้เกิดความสูญเสียอย่างมหามหาศาล

               สำนักงานอุตุนิยมวิทยาออสเตรเลียเปิดเผยว่า สภาพความรุนแรงของปรากฏการณ์เอลนีโญที่คาดหมายตั้งแต่ปี 2557 ว่าจะเกิดขึ้นในปี 2558 บริเวณแนวเส้นศูนย์สูตรของมหาสมุทรแปซิฟิก แม้จะไม่รุนแรงถึงที่สุดตามที่คาดไว้ แต่ก็จะส่งผลกระทบรุนแรงมากในระดับหนึ่ง

               ด้านอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นยืนยันอีกเสียงหนึ่งว่า เอลนีโญเริ่มเกิดขึ้นมาแล้วและเชื่อว่าจะดำเนินต่อไปจนถึงช่วงปลายปี 2558
   
               ขณะที่ นายเดวิด โจนส์ แห่งสำนักงานบริการข้อมูลด้านสภาพอากาศ อธิบายว่า เอลนีโญรอบนี้จะทำให้เกิดภาวะแห้งแล้งมากขึ้นในอินโดนีเซีย ปาปัวนิวกินี และพื้นที่หลายส่วนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

               แน่นอนว่า พื้นที่ประเทศไทยไม่อาจจะหลีกเลี่ยงความเสียหายจากปรากฏการณ์นี้ได้ การระดมสรรพกำลังในทุกด้านเพื่อการรับมือจึงเป็นความจำเป็นเร่งด่วนของทุกฝ่าย

               สำหรับ "โสรัจจะ นวลอยู่" โหราจารย์ด้านน้ำซึ่งทำนายไว้สอดคล้องกับนักอุตุนิยมวิทยาว่าปี 2558/2559 น้ำจะน้อย แต่ก็ให้คำเสนอแนะที่ดูเสมือนแยกทางออกไปว่า ควรจะทำพิธีขอฝนจาก "พระพิรุณ"

               เป็นที่ทราบกันดีในหมู่ข้าราชการกรมชลประทานว่า "โสรัจจะ" ที่เกษียณอายุราชการไปแล้วนั้น ถือเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำที่แตกต่างไปจากนักวิชาการหรือนักการชลประทานคนอื่นๆ เพราะเขายึดเอาศาสตร์แห่งพระพิรุณมาช่วยในการวิเคราะห์ปริมาณน้ำฝน-น้ำท่า ทั้งปลัดกระทรวงเกษตรฯ ยังให้ความเคารพนับถือ อย่างที่เอ่ยปากเรียกเขาว่า "พี่ฉุย"

               "พี่ฉุยเป็นคนมีสัมผัสที่ 6 มาบอกว่าปีนี้น้ำแล้งแน่นอน อยากให้กระทรวงเกษตรฯ จัดพิธีขอฝน ส่วนตัวผมมองว่าเป็นสิ่งดี ไม่งมงาย ทำไปก็ไม่เสียหลาย เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจ" ชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยืนยันถึงสัญญาณอีกทางหนึ่งซึ่งบ่งบอกว่า ปีนี้แล้งแน่ๆ

               จึงเป็นที่มาของการทำพิธีขอฝนจากพระพิรุณขึ้นเป็นครั้งแรก ที่กระทรวงเกษตรฯ ถนนราชดำเนิน เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยมีปลัดกระทรวงเกษตรฯ เป็นแม่งาน สร้างความฮือฮาไม่น้อย เพราะในสภาพความเป็นจริงของดินฟ้าอากาศปีนี้ หลายพื้นที่รับรู้ได้ว่า มันร้อนแล้งผิดปกติ หลังจากเพิ่งเผชิญปัญหานี้มาเมื่อปีกลาย โดยที่การบริหารจัดการน้ำเอาตัวรอดมาได้อย่างฉิวเฉียด เพราะพระพิรุณมาช่วยไว้ทันการณ์ แม้น้ำฝนจะเติมลงในเขื่อนไม่มากเท่าที่ควรจะเป็นก็ตาม

               ขณะที่ฐานข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยาประเมินเอาไว้ว่า ทั้งที่เข้าสู่ช่วงฤดูฝนของปีแล้ว แต่ยังไม่ปรากฏร่องมรสุมหรือร่องความกดอากาศต่ำ ที่จะทำให้เกิดฝนตกหนักพาดผ่านก็มีความเป็นไปได้ที่ตลอดทั้งปีจะมีฝนน้อย ซึ่งผลที่จะตามมาก็คือ สถานการณ์ภัยแล้งจะกินระยะเวลายาวนานไปจนถึงสิ้นปี

               แม้บางพื้นที่เริ่มมีฝนประปราย บางแห่งฝนตกหนักถึงท่วมขัง กรุงเทพฯ ตกซู่เดียวถนนกลายเป็นคลอง แต่นั่นก็หาใช่ดัชนีชี้วัดว่า ปริมาณน้ำฝนทั่วประเทศจะมีมากเพียงพอทั้งปีจนรอดพ้นจากภัยแล้ง กรมอุตุนิยมวิทยาชี้ว่า อุปสรรคสำคัญกลับอยู่ที่ภาวะฝนกระจายตัว และอยู่นอกพื้นที่อ่างเก็บน้ำ ดังนั้นปัญหาที่จะตามมาก็คือ น้ำเพื่อการเพาะปลูกจะค่อนข้างน้อย และจะเป็นการซ้ำเติมพื้นที่ 36 จังหวัดที่ถูกประกาศเป็นเขตภัยแล้งไปก่อนหน้า

               "การบริหารจัดการน้ำ" คือกระบวนการวิเคราะห์และตัดสินใจ ผ่านเครื่องมือเอาชนะธรรมชาติที่มีอยู่ทั้งหลาย ทั้งที่สร้างขึ้นและเป็นแหล่งกักเก็บตามสภาพ อาทิ อ่างเก็บน้ำของเขื่อนต่างๆ ฝาย ห้วย คลอง หนอง บึง และแม่น้ำ จึงดูเหมือนจะเป็นความหวังเดียวที่จะช่วยให้ประเทศไทยรอดพ้นจากภาวะวิกฤติภัยแล้ง

               ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำ และความสามารถในการปล่อยออกสู่พื้นที่ใต้เขื่อนทั้งเพื่ออุปโภคบริโภคและเกษตรกรรมคือดัชนีชี้ให้เห็นสถานการณ์

               ประสงค์ เวียงเงิน นายช่างระดับ 8 แผนกเดินเครื่อง เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า แม้ปริมาณฝนทั้งเหนือและท้ายเขื่อนสิริกิติ์มีน้อย แต่ช่วงนาปรังที่ผ่านมา เกษตรกรได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการงดทำนาปรัง น้ำเก็บในอ่างจึงยังเป็นไปตามเป้าหมาย ทั้งนี้นับจากมิถุนายนถึงกรกฎาคม กรมชลประทานได้วางแผนการปล่อยน้ำออกจากเขื่อน เพื่อช่วยเหลือชาวนาในช่วงทำนาปี หลังปริมาณฝนตกน้อยจนกระทบต่อการทำนาปี โดยในเดือนมิถุนายนวางแผนไว้ที่ 33-27 ล้าน ลูกบาศก์เมตร/วัน, กรกฎาคม 26-20 ล้าน ลูกบาศก์เมตร/วัน โดยปัจจุบันมีน้ำไหลเข้าอ่างวันละ 5-6 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งแม้จะน้อย แต่ก็ไม่กระทบถึงการบริหารและส่งน้ำเข้าสู่ระบบ

               ณัฐวุฒิ แจ่มแจ้ง ผู้อำนวยการเขื่อนภูมิพล จ.ตาก กล่าวว่า ปีนี้อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ำน้อยกว่าช่วงเดียวกันของปี 2557   ซึ่งอยู่ที่ 348.76 ล้านลูกบาศก์เมตร ปัจจุบันเขื่อนสามารถระบายน้ำออกได้อีก 636.93 ล้านลูกบาศก์เมตร ส่วนพื้นที่ที่ได้รับน้ำจากการระบายอยู่ในเขตชลประทานจังหวัดตากกำแพงเพชร และนครสวรรค์ ก่อนจะลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา

               "ปริมาณน้ำในเขื่อนปัจจุบันมีน้อยเนื่องจากฝนทิ้งช่วง แต่ยังพอที่จะระบายออกเพื่อหล่อเลี้ยงพื้นที่เกษตรครอบคลุมเนื้อที่ 10 ล้านไร่   ตลอด 45 วัน  นับจากนี้ แต่หากไม่มีฝนตกเหนือเขื่อน เพื่อเพิ่มปริมาณกักเก็บน้ำ คงต้องทบทวนการจัดสรรน้ำ ขณะนี้กำลังติดตามการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ที่พยากรณ์ว่าภายในสัปดาห์หน้า จะมีฝนบริเวณเหนือเขื่อน ทั้งเชียงใหม่ ลำพูน หากเป็นไปตามนั้น จะสามารถเพิ่มปริมาณน้ำในเขื่อนได้" ณัฐวุฒิคาดหวังเอาไว้เช่นนั้น

               เขื่อนศรีนครินทร์ ซึ่งถือเป็นเขื่อนใหญ่ที่สุดของประเทศ ด้วยอ่างขนาดกักเก็บ 17,745 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีภารกิจส่งน้ำหล่อเลี้ยงพื้นที่ภาคกลางอย่างกว้างขวาง ก็อยู่ในสถานการณ์ที่ไม่น่าไว้วางใจ เพราะปริมาณน้ำในอ่างมีอยู่ 68.56% โดยภาพรวมก็คือมีระดับน้ำลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำให้ธนรัชต์ ภุมมะกสิกร ผู้อำนวยการเขื่อนศรีนครินทร์ ต้องขอความร่วมมือจากเกษตรกรในลุ่มน้ำแม่กลองให้งดการทำนาปรัง เพื่อให้น้ำที่มีอยู่เพียงพอต่อการสนับสนุนการใช้น้ำทั้งระบบ

               ประเสริฐ ธำรงวิศว ผู้อำนวยการเขื่อนวชิราลงกรณ จ.กาญจนบุรี กล่าวว่า ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณที่มีอยู่ในขณะนี้ถือว่าลดลงอย่างต่อเนื่องทำให้วางระบบจัดสรรน้ำต้องรัดกุมมากยิ่งขึ้น

               แม้ผู้บริหารเขื่อนใหญ่ทั้ง 4 แห่งจะให้คำมั่นทำนองเดียวกันว่า "เอาอยู่" หากแต่ในความเป็นจริง ถือเป็นภาพแห่งความทรงจำที่ย่ำแย่ไม่น้อยทีเดียว เมื่อเกษตรกรใน จ.กำแพงเพชร พิจิตร นครสวรรค์ รวมตัวกันกว่า 400 คน ไปที่สำนักงานชลประทานจังหวัดกำแพงเพชร เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา (ทั้งที่รู้กันว่าเข้าหน้าฝนมาแล้วนับเดือน) พวกเขาขอให้ทบทวนการวางระบบจัดสรรน้ำ เพราะการระบายน้ำผ่านประตูคลองวังยางลาดจาก 75 เซนติเมตร เหลือเพียง 50 เซนติเมตร เท่ากับว่าน้ำที่ระบายออกไป จะไม่ถึงพื้นที่ตอนปลาย 

               ข้อสรุปที่ได้จากการหารือหน่วยงานรัฐยินยอมที่จะเพิ่มระดับการส่งน้ำให้แก่เกษตรกรเป็นระยะเวลา 15 วัน ภายใต้แนวทางที่เกษตรกรต้นคลองและท้ายคลอง จะต้องไปทำข้อตกลงการใช้น้ำกันเอง และห้ามลักลอบสูบน้ำเด็ดขาด
 
               ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา เกษตรกรใน อ.เสนา  บางไทร ผักไห่ บางซ้าย และลาดบัวหลวง พากันไปรวมตัวที่ที่ว่าการอำเภอเสนา เพื่อเรียกร้องให้กรมชลประทานยกบานประตูน้ำผักไห่ สูงขึ้น 100 เซนติเมตร เพื่อดึงน้ำเข้าพื้นที่นาใน 5 อำเภอ ครอบคลุมเนื้อที่ 100,000 ไร่ รองรับการทำนาปรังในรอบแรกของปีนี้ ข้อสรุปที่ได้ก็คือ ชลประทานจะค่อยๆ ยกบานประตูน้ำขึ้นครั้งละ 10 เซนติเมตร จนครบ 100 เซนติเมตร เพื่อไม่ให้กระทบกับการบริหารจัดการทั้งระบบ

               ชิตชนก สมประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 8 นครราชสีมา บอกว่า น้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และกลางในพื้นที่นครราชสีมา มีน้ำกักเก็บเหลือเพียง 34 เปอร์เซ็นต์ สถานการณ์ในขณะนี้แม้ว่าจะมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง แต่ปัญหาที่เกิดขึ้่นก็คือ ไม่ได้ช่วยเติมน้ำในอ่างให้เพิ่มขึ้น ที่น่าวิตกก็คือ ภาวะฝนไม่ได้ตกต้องตามฤดู และยังมีปริมาณน้อยกว่าทุกปีที่ผ่านมาถือได้ว่าเป็นสัญญาณของการขาดแคลนน้ำ