ข่าว

รวบ‘เกย์นที’พร้อมพวกอีก2พันยูฟัน

รวบ‘เกย์นที’พร้อมพวกอีก2พันยูฟัน

04 มิ.ย. 2558

รวบ‘เกย์นที’พร้อมพวกอีก2พันยูฟัน เอฟบีไอพร้อมจับ‘พลตรี’แกนนำรอตร.ไทยร้องขอ

               ที่สนามบินดอนเมือง เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 4 มิถุนายน 2558 พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมด้วย พ.ต.อ.อังกูร คล้ายคลึง รอง ผบก.ปคบ. และ พล.ต.ต.ณัฐธร เพราะสุนทร รอง ผบช.สตม. ได้เดินทางมารับตัว 3 ผู้ต้องหาเครือข่ายบริษัท ยูฟัน เทรดดิ้ง ตามหมายจับรายที่ 39 , 40 และ 41 ประกอบด้วยนายนที ธีระโรจนพงษ์ หรือเกย์นที นายธนา วงศ์ขำ และนายสมชาย สิริเลิศสุววรรณ โดยจับกุมนายนทีได้ที่สะพานมิตรภาพไทยลาว จ.มุกดาหาร ขณะที่นายธนาจับกุมได้ที่สะพานมิตรภาพ จ.หนองคาย และนายสมชายจับได้ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง ขณะเดินทางกลับจากฮ่องกง
      
               นายนที กล่าวว่า ตนได้เริ่มลงทุนกับบริษัทยูฟัน เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2557 โดยลงทุนเป็นแหวนเพรช 1 วง หรือนับเป็นเงินจำนวน 35,000 บาท ก่อนจะได้กำไรเรื่อยๆ มา จึงมีการลงทุนเพิ่ม โดยล่าสุดมี 2 ล้านยูโทเคน หรือประมาณ 2 ล้านบาทไทย ทั้งนี้ ตนเคยเป็นวิทยากรให้บริษัทยูฟันฯมาแล้วครั้งหนึ่งที่โรงแรมแห่งหนึ่งในช่วงเดือนตุลาคม 2557 โดยเป็นเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ก่อนจะชักชวนคนใกล้ชิดและคนรู้จักเข้าร่วมลงทุนด้วยประมาณ 50 คน ซึ่งตนยอมรับว่าเป็นบุคคลสาธารณะ มักจะนำเรื่องธุรกิจยูฟันไปพูดในรายการเทคไซด์บายเกย์นที (Take Side by Gaynatee) ซึ่งออกอากาศทางยูทูบ แต่หลังจากมีข่าวการจับกุมเครือข่ายยูฟัน ตนเริ่มรู้สึกว่าทางบริษัทเปลี่ยนไป เนื่องจากมีการเปลี่ยนรูปแบบการลงทุน จึงตัดสินใจไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.ช้างเผือก จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 12 เมษายน ที่ผ่านมาอย่างไรก็ตาม หากตนได้รับประกันตัวจะเดินทางเข้าแจ้งความในฐานะผู้เสียหายต่อไป

               นายนที กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีที่มีกระแสข่าวว่าตนเป็นแกนนำกลุ่มสมาชิกยูฟันไปประท้วงหน้าห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง พร้อมประโยคเด็ดที่ว่า “ถ้าผมผิดให้มาจับผม” เมื่อวันที่ 20 เมษายน ที่ผ่านมานั้น ไม่เป็นความจริง เนื่องจากในวันดังกล่าวตนเดินทางขอเข้าพบ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.เพื่อมอบดอกไม้ และชี้แจงกรณียูฟันโดยไม่ได้ชักชวนบุคคลใดไปด้วย แต่ที่มีสมาชิกยูฟันตามไปให้กำลังใจตนนั้น ก็ถือเป็นสิทธิของพวกสมาชิกเอง ตนไม่ได้เป็นแกนนำแต่อย่างใด

               “อยากฝากถึงน้องๆสมาชิกยูฟันที่ถูกออกหมายจับว่าให้เข้ามอบตัวกับตำรวจเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ เพราะผมเชื่อว่าทุกคนถูกหลอก และอาจจะหนีไปเพราะความตกใจ แต่ขอให้เชื่อมั่นในตำรวจ ให้เข้ามาชี้แจงให้ข้อมูลแล้วจะได้รับความเป็นธรรม” นายนที กล่าว 

              เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 รายไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ ปคบ.ต่อไป


เอฟบีไอพร้อมจับ‘พลตรี’แกนนำรอตร.ไทยร้องขอ

               พล.ต.ท.สุวีระ เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีแชร์ลูกโซ่บริษัทยูฟันว่า ตามที่มีการออกหมายจับนายนทีตำรวจมีหลักฐานความเชื่อมโยงมีการนำคลิปทีวีมาโปรโมทชักชวนให้บุคคลอื่นเข้ามาเป็นสมาชิก ในลักษณะแนะนำตัวเองว่าเป็นบุคคลร่ำรวย เนื่องจากได้ทำธุรกิจร่วมกับยูฟัน พร้อมกับได้โชว์เครื่องเพชรจำนวนมาก นอกจากนี้ จากการสอบปากคำผู้เสียหายจำนวนกว่า 100 ราย และตรวจสอบพบอีกว่ามีหลักฐานชัดเจนว่านายนที ได้เดินทางไปร่วมอบรม ขึ้นเวที ชักชวนบุคคลอื่นให้เข้าร่วมเป็นสมาชิกยูฟัน รวมถึงนายนที ได้มีการสมัครเป็นสมาชิก และในเบื้องต้นมีสมาชิกอีกทอดหนึ่งจำนวน 50 คน พฤติการณ์ของนายนที แม้จะมีสมาชิกเพียงคนเดียวก็ถือว่ากระทำความผิดแล้ว

               พล.ต.ท.สุวิระ กล่าวต่อว่า ส่วนนายธนา ได้มีคลิปวีดิโอปรากฏอยู่ในสื่อออนไลน์จำนวนมาก จากการตรวจสอบนายธนาพบว่าเป็นบุคคลสำคัญที่ทางบริษัทยูฟันได้แต่งตั้งให้เป็นโฆษก มีหน้าที่เป็นวิทยากรในการจัดอบรมทุกครั้ง เนื่องจากเป็นบุคคลที่มีทักษะในการพูดเชิญชวนบุคคลเข้ามาเป็นสมาชิกและยังมีเงินหมุนเวียนในบัญชีจำนวนมาก และได้มีการโอนเงินเข้าในบัญชีจำนวนประมาณ 30 ล้านบาท จึงถือว่ามีส่วนรวมในการกระทำความผิดเช่นกัน ขณะที่นายสมชาย ได้ลงทุนกับบริษัทยูฟันจำนวน 10 ล้านบาท ตำรวจจึงได้ทำการสืบสวนพบข้อมูลว่านายสมชาย มีการทำธุรกรรมทางการเงินมีเงินโอนเข้าบัญชีกว่า 40 ล้านบาท และถูกโอนต่อไปยังบัญชีบริษัท ยูฟัน เทรดดิ้ง จำกัดจำนวนเงินกว่า 8 ล้านบาท ดังนั้นตำรวจมีพยานหลักฐานครบองค์ประกอบความผิดจึงได้ออกหมายจับและประสานตำรวจในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 รายได้ รวมถึงผู้ต้องหากว่า 20 คนที่สามารถจับกุมได้ก่อนหน้านี้อีกด้วย

               พล.ต.ท.สุวิระ กล่าวอีกว่า คดีนี้เป็นความผิดลักษณะการฟอกเงินข้ามชาติ รวมถึงมีผู้เสียหายหลายประเทศ เช่น ประเทศญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ประเทศจีน ประเทศออสเตรเลีย ประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดนีเซียฯลฯ ทำให้ทางเอฟบีไอให้ความสำคัญและจับตามองเรื่องการฟอกเงินข้ามชาติ ซึ่งถือว่าเป็นความเสียหายด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง เอฟบีไอจึงได้ส่งชุดปฏิบัติการประจำภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้มาร่วมสืบสวนกับทีมสืบสวนคดียูฟันด้วย

               ทางเอฟบีไอได้ขอให้ทางทีมสืบสวนส่งข้อมูลการสืบสวนบุคคลที่เกี่ยวข้อง ลักษณะการกระทำความผิดและพฤติกรรมต่างๆ ของเครือข่ายบริษัทยูฟันเบื้องต้นได้เร่งแปลข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อส่งข้อมูลให้ทางเอฟบีไอ และจะร่วมสืบสวนร่วมกับทางเอฟบีไอ และตำรวจสากลอื่นๆ ในการเร่งประสานติดตามตัวผู้ต้องหา รวมถึงเฝ้าดูพฤติกรรมของบริษัทยูฟัน และตรวจสอบเส้นทางการเงินที่มีความเชื่อมโยงกับหลายประเทศ และอยู่ระหว่างการตรวจสอบบุคคลผู้โอนเงินในแต่ละครั้ง ซึ่งพบว่ามีอีกเป็นจำนวนมาก ส่วนการโอนเงิน 2.2 ล้านดอลล่าห์สหรัฐ ทางเอฟบีไอตรวจสอบทราบแล้วว่าเป็นบุคคลใดที่รับเงินในการโอนครั้งนี้ พบว่าได้มีการโอนเงินบางส่วนออกจากสหรัฐอเมริกา ส่วนนายตำรวจยศ พล.ต. และภรรยาที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา ทราบแล้วว่ามีแหล่งพักพิงที่ใด และมีข้อมูลเชิงลึกที่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ หากทางการไทยทำเป็นลายลักษณ์อักษรทางเอฟบีไอจะดำเนินการได้ทันที ทั้งนี้ทางตำรวจเตรียมแจ้งข้อหาเพิ่มเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ

               ด้าน พ.ต.อ.อังกรู กล่าวว่า ในส่วนของผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ตำรวจได้ประสานจับกุม โดยผู้ต้องหา 2 ราย ถูกจับขณะกำลังจะเดินทางออกไปประเทศลาวเพื่อท่องเที่ยว ซึ่งนายนที ถูกควบคุมตัวระหว่างการเดินทางข้ามพรมแดนได้ถือกระเป๋าไปเพียงใบเดียว ส่วนกระเป๋าเสื้อผ้าได้อยู่ภายในโรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดมุกดาหาร ส่วนนายธนา ได้ถือกระเป๋าเล็กๆ เพียงใบเดียว ขณะที่ผู้ต้องหาอีกรายได้เดินทางออกจากประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ โดยไปทำธุรกิจที่ประเทศจีน แต่เมื่อรู้ว่าถูกออกหมายจับ จึงเดินทางกลับมายังประเทศไทย

               ดังนั้นทั้ง 3 คนจึงไม่มีพฤติกรรมที่จะหลบหนีออกนอกประเทศ เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการสอบสวนคดียูฟันในการพิจารณาให้ประกันตัว ส่วนกรณีที่นายนที มาแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานที่ สภ.ช้างเผือก จังหวัดเชียงใหม่ ไม่สามารถนำมาเป็นข้ออ้างเพื่อไม่ให้ตำรวจดำเนินคดีได้ หากนายนที อ้างว่าเป็นผู้เสียหายต้องการได้เงินคืนจากการลงทุน สามารถแจ้งความเป็นผู้เสียหายได้ ก็เป็นอีกกรณีที่สามารถจะกระทำได้แต่ต้องแยกกับการเป็นผู้ต้องหา