ข่าว

ผบ.ตร.ลั่นไม่กลัวคำขู่เด็กแว้นชี้ขยะสังคม

ผบ.ตร.ลั่นไม่กลัวคำขู่เด็กแว้นชี้ขยะสังคม

03 มิ.ย. 2558

ผบ.ตร.ลั่นไม่กลัวคำขู่เด็กแว้นชี้ขยะสังคม ทำผิดก.ม.จัดการไม่เลี้ยงเล็งเพิ่มโทษ ยธ.ผนึกกำลังแก้ปัญหาเยาวชนกลุ่มเสี่ยง

            ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 3 มิถุนายน  พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และหน่วยกู้ภัยกว่า 150 นาย สนธิกำลังกันปิดล้อมจับกุมเด็กแว้นป่วนเมือง บริเวณถนนราชพฤกษ์ ช่วงสะพานข้ามแยกรัชดา - ท่าพระ เขตธนบุรี ได้จำนวน 425 คน เมื่อวันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา แต่ยังไม่สามารถส่งฟ้องได้ ว่า เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องเรียก หรือออกหมายเรียกคนที่ทำผิด มาดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย เรียกมาเพื่อนำตัวหรือส่งตัวฟ้องต่อศาลต่อไป ไม่ได้หมายความว่าฟ้องไม่ทันแล้วเรื่องจะจบ เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการ สาเหตุที่ฟ้องไม่ทันก็อาจจะเป็นเพราะว่าจำนวนมาก เวลาน้อย ทำให้ไม่สามารถดำเนินการตามขั้นตอนของธุรการได้ทัน ไม่ได้หมายความว่า พอฟ้องไม่ทัน คนเหล่านั้นจะพ้นผิดหรือพ้นมลทิน

            พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ขั้นตอนต่อไปเรากำลังจะคุยหารือกันว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะมีการประสานงานกับกรมการขนส่งทางบก เพื่อจัดการปัญหาเด็กแว้นนี้ ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะทำประวัติของบุคคลเหล่านี้ไว้ หากมีการกระทำผิดซ้ำสอง หรือซ้ำซากจะมีการฟ้องเพิ่มโทษ และหากมีการกระทำผิดเรื่อยๆ ครั้งแรกไม่หลาบจำ ครั้งที่สองอาจจะต้องมีการดำเนินการขอนุญาติ หรือดำเนินการให้กรมการขนส่งทางบกระงับหรือยกเลิกใบขับขี่ อาจจะมีการระงับใช้ช่วงระยะเวลาหนึ่ง แต่ถ้ายังไม่เข็ดหลาบก็อาจจะมีการระงับใช้ใบขับขี่ตลอดชีวิต เรื่องนี้ก็ได้มอบให้ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ซึ่งรับผิดชอบเรื่องจราจร ไปศึกษากรณีนี้ หากศึกษาแล้วมีข้อยุติหรือมีหนทางอย่างไร ตนก็จะนำเสนอทาง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง เพื่อประสานไปยังกรมการขนส่งทางบกให้มีมาตรการที่เข้มข้นมากกว่านี้

            "เราคงไม่ปล่อยให้เด็กหรือเยาวชน มาประพฤติตนหรือทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง สร้างความเดือนร้อนให้สังคม  จะต้องมีมาตรการที่เข้มข้นกว่านี้ ไม่ใช่เพียงการควบคุมตัว ส่งฟ้องศาล นำตัวไปละลายพฤติกรรม เรียกผู้ปกครองมาว่ากล่าวตักเตือน เดี๋ยวก็จะมีการทำผิดอีก ควรจะต้องมีมาตรการที่ดีกว่านี้  ผมเชื่อว่า ประชาชน ซึ่งได้รับความเดือนร้อนรำคาญจากแก๊งเด็กแว้นเหล่านี้ คงให้การสนับสนุนการทำงานสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพราะว่าเราจะต้องทำในสิ่งที่แก้ปัญหาแบบยั่งยืน ไม่ใช่แก้ปัญหาไปวันๆ" พล.ต.อ.สมยศ ระบุ

            ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีที่มีข่าวออกมาว่า เด็กแว้นเหล่านี้ได้มีการข่มขู่เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ว่าจะเอาคืน พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ใครจะขู่อย่างไรก็ไม่เป็นอะไร ถ้าเราเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐแล้วกลัว ประชาชนจะไปพึ่งใคร ขู่ได้ขู่ไป แต่อย่าทำผิดกฎหมาย ถ้าทำผิดกฎหมายก็เป็นหน้าที่ของตำรวจ ตนเชื่อว่าไม่มีตำรวจหน้าไหนกลัว แต่ถ้าเขาปฏิบัติหรือกระทำอะไรรุนแรงกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือทำรุนแรงกับประชาชน เพราะที่ผ่านมาก็เป็นแบบนั้น ตนคิดว่าประชาชนคนไทยคงไม่ปล่อยให้คนเหล่านี้เป็นขยะสังคม หรือปล่อยให้คนเหล่านี้ลอยนวลอยู่ เพราะฉะนั้นก็เป็นเรื่องที่เราจะต้องเรียนรู้ ศึกษา พัฒนาแล้วเปลี่ยนแปลงแก้ไขปัญหาเหล่านี้ต่อไป ถ้าเขารุนแรง เจ้าหน้าที่ตำรวจก็มีสิทธิตามชอบธรรมตามกฎหมายที่จะป้องกันตัว อันพอสมควรแก่เหตุ

            “ฝากถึงเด็กแว้นเหล่านี้ว่า ถ้าเขาแรงมาเราก็ต้องใช้สิทธิ ไม่ว่าจะเป็นพี่น้องประชาชน หรือจะเป็นเจ้าหน้าที่ก็แล้วแต่ ถ้าได้รับผลกระทบรุนแรง ก็มีสิทธิ์ที่จะป้องกันตัวตามกฎหมาย ถ้าเขาขู่ไม่เป็นไร แต่อย่าทำอะไร ถ้าทำ ก็จะบอกประชาชนไว้ตรงนี้ว่า ถ้าตำรวจทำอะไรโต้ตอบในลักษณะเชิงรุนแรง จะเป็นเพราะว่าเขาทำรุนแรงก่อน ขอความเป็นธรรมให้ข้าราชการตำรวจและผู้ปฎิบัติหน้าที่ด้วย ขอให้เข้าใจว่าเด็กแว้นเหล่านี้ไม่ได้สร้างคุณประโยชน์แก่สังคมเลย มีแต่สร้างความเดือดร้อน สร้างความรำคาญให้สังคม ประชาชนต้องเป็นผู้ตัดสินสิ่งที่ถูกต้อง เราจะไปแคร์ขยะสังคมได้ยังไง” ผบ.ตร. กล่าว


ยธ.ผนึกกำลังแก้ปัญหาเยาวชนกลุ่มเสี่ยง

            ที่โรงแรมเซนทรา ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ กรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานีและสำนักกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดมหกรรมขับเคลื่อนงานพิทักษ์สิทธิเด็กเพื่อแก้ปัญหาเยาวชนกลุ่มเสี่ยงต่อการกระทำความผิด โดย น.ส.เนตรดาว ยั่งยุบล ผู้ประสานโครงการจัดทำหลักสูตรค่ายพัฒนาพฤตินิสัยเยาวชนที่เสี่ยงต่อการกระทำความผิด กล่าวว่า ว่า ปัญหาเด็กแก๊ง เด็กแว๊นท์ หรือเด็กกลุ่มเสี่ยงมีแทบทุกจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดใหญ่ในภูมิภาคต่าง ๆ เช่น แก๊งมังกรที่มีสมาชิกกว่า 400 คน แก๊งอีกาดำ แก๊งแสงโสม หรือแก๊งเอ็นดีอาร์ (ชื่อย่อแก๊งหน้าโรงเรียนดาราวิทยาลัย) ที่เปลี่ยนชื่อจากแก๊งซามูไรเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเยาวชนแต่ละกลุ่มจะมีพฤติกรรมรวมกลุ่มเพื่อหาพื้นที่ในการแสดงออก ซึ่งปัญหาดังกล่าวสะสมมานานแต่ไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาแก้ไขปัญหาเด็กในแก๊งทั้งเด็กที่ผู้ปกครองมีฐานะร่ำรวยและยากจน โดยแก๊งต่าง ๆ มีรูปแบบบริหารจัดการคล้ายกับแก๊งมาเฟีย มีการตั้งรกราก สืบเชื้อสาย และถ่ายทอดอำนาจ เด็กที่ร่ำรวยจะรับหน้าที่เลี้ยงข้าว เลี้ยงเหล้า เด็กยากจนจะรับออเดอร์ออกไปสร้างผลงาน ทั้งนี้หากสามารถนำเยาวชนกลุ่มเสี่ยงออกมาพัฒนาให้ถูกทางด้วยการสนับสนุนทัศนคติเชิงบวก จะสามารถแก้ปัญหาเด็กเสี่ยงกระทำความผิดได้

            น.ส.เนตรดาว กล่าวอีกว่า สำหรับแนวทางการแก้ไขนั้น ได้มีการพัฒนาหลักสูตรเพื่อให้เด็กปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยเด็กส่วนใหญ่ที่เข้าร่วมโครงการส่วนหนึ่งมาจากสถานพินิจและเด็กกลุ่มเสี่ยงจากชุมชน สำหรับค่ายฝึกอบรมจะออกแบบให้เหมาะสมกับภูมิภาคต่าง ๆ ซึ่งมีสภาพปัญหาและรูปแบบการดำรงชีวิตแตกต่างกัน อาทิ ทั้งค่ายยาเสพติด ค่ารักษ์เขาชะเมา ค่ายละอ่อนฮักดี ค่ายธรรมะ เพื่อแก้ปัญหาของเด็กในแต่ละภาค เช่น เด็กในจังหวัดชายแดนภาคใต้มีปัญหายาเสพติด เศรษฐกิ และก่อการร้ายจะนำเข้าค่ายยานันบารู นำผู้นำชุมชนผู้นำศาสนาเข้าร่วมปรับทัศนคติเพื่อทำให้เด็กไม่รู้สึกโดดเดี่ยว หรือการแก้ปัญหาเด็กไร้สัญชาติ โดยมอ.ปัตตานีจะเป็นผู้ประเมินผลในโครงการ เบื้องต้นพบว่าเด็กที่เข้าโครงการจะวางเป้าหมายชีวิตชัดเจนขึ้น จากเดิมที่ไม่รู้ว่าชีวิตจะดำเนินไปอย่างไร

            ขณะที่นายกฤตยรัฐ บารมี นักวิชาการสำนักกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ศึกษาพฤติกรรมเด็กแว๊นท์ พบว่าพื้นที่เสี่ยงอยู่ในภาคเหนือ ภาคอีสาน โดยเฉพาะจ.เชียงใหม่ มีไม่ต่ำกว่า 28 แก๊ง ในจำนวนนี้มีทั้งเด็กอาชีวะและเด็กสายสามัญปกติ เด็กที่ผู้ปกครองมีฐานะร่ำรวยและยากจน โดยเด็กที่เข้าร่วมแก๊งมีช่วงอายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป ขณะที่จ.ขอนแก่นมีการรวมกลุ่ม 3-4 แก๊ง แต่ละแก๊งมีสมาชิก 30-50 คน ซึ่งสถานการณ์ในจ.ขอนแก่นน่าเป็นห่วงมาก เพราะเด็กเลิกเรียนกลางคันเพื่อเข้าร่วมแก๊ง มีพฤติกรรมคึกคะนอง ดักถีบรถมอเตอร์ไซด์เพื่อชิงรถ ทำแต้ม โดยพฤติกรรมนี้เคยพบที่จ.พิษณุโลกแต่ถูกปราบปรามจนเลิกพฤติกรรม ล่าสุดกลับมาแพร่ระบาดที่บึงแก่นนคร จ.ขอนแก่น โดยแก๊งที่เก็บแต้มจาการชิงรถได้มากจะได้รับการยอมรับในกลุ่มเพื่อน หรือแก๊งพิราบขาวในพื้นที่ภาคใต้ที่จากเดิมมีพฤติกรรมต่อต้านเจ้าหน้าที่รัฐ เมื่อถูกจับกุมจะขู่เอาคืนเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้เมื่อนำเยาวชนไปเข้าค่ายพัฒนาพฤตินิสัยทำให้เด็กมีทัศนคติดีขึ้นไม่สร้างปัญหาแก่ชุมชนและสามารถใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุขได้

             นายวีรยุทธ สุขเจริญ อธิบดีกรมพินิจฯเปิดเผยความคืบหน้าในการแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนกลุ่มเสี่ยงต่อการกระทำความผิดโดยกรมพินิจฯร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และเครือข่ายองค์กรด้านเด็กและเยาวชน จัดค่ายเรียนรู้และปฏิบัติการเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนในพื้นที่ 4 ภาคเหนือ กลาง ตะวันออกเฉียงเหนือ ใต้ และจังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 20 ค่าย โดยนำเยาวชนในสถานพินิจฯกว่า 800 คนทั่วประเทศเข้าร่วม ซึ่งโครงการนี้จะใช้วิธีแก้ปัญหาให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมท้องถิ่นนั้น ๆ โดยมีปราชญ์ชาวบ้าน ผู้นำองค์กรเอกชนและชุมชนเข้าร่วมถือเป็นโปรแกรมในการเรียนรู้ร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาเด็กที่มีพฤติกรรมเสี่ยงกระทำความผิดซึ่งเริ่มตั้งแต่ปลายปี 2557