
'บิ๊กตู่'ปัดเลขสั่งหวยงวดหน้าไปคิดเอง
03 มิ.ย. 2558
'ประยุทธ์' ไม่รู้หวยออกทะเบียนรถตัวเอง งวดหน้าเลขอะไรก็ไปคิดกันเอาเอง ย้ำทุกฝ่ายเดินหน้ายุทธศาสตร์ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ปัดไล่ล่า ขรก.
3 มิ.ย. 58 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 3/2558 ถึงทะเบียนรถเบนซ์ส่วนตัว ทะเบียน ญค 1881 กรุงเทพมหานคร ให้โชคกับบรรดาคอหวย ว่า "ผมไม่รู้ รถทะเบียนอะไร" เมื่อถามว่า แล้วงวดหน้าจะออกทะเบียนรถคันไหน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า "ผมไม่รู้ เพราะผมไม่ได้เป็นคนให้ออก เลขอะไรก็ไปคิดกันเอาเอง"
ย้ำทุกฝ่ายเดินหน้ายุทธศาสตร์ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ปัดไล่ล่า ขรก.
พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานการประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 3/2558 กล่าวก่อนการประชุม ว่า ขอย้ำว่าสิ่งที่สำคัญในขณะนี้ คือ ทุกคนต้องช่วยกันสื่อสารให้ประชาชนและสังคมได้เห็นถึงการทำงานของหน่วยราชการ โดยไม่ปล่อยให้สื่อและสังคมเข้าใจไปในทางที่เสียหาย โดยเฉพาะในสื่อสังคมออนไลน์ ที่ข้าราชการระดับสูงหลายคนในที่นี้ถูกกล่าวถึงและพาดพิงอยู่ ส่วนตัวเข้าใจดีว่าข้าราชการทุกคนทำงานกันอย่างเต็มที่ และอดทนต่อแรงกดดันรอบด้าน ที่ผ่านมาการตัดสินใจบางอย่างไม่ใช่สิ่งที่อยากทำ แต่ต้องทำด้วยเหตุผลความจำเป็นบางประการ ดังนั้นขอให้ข้าราชการทุกคนให้ความสำคัญกับนโยบายของรัฐบาล มติคณะรัฐมนตรี แล้วปรับเปลี่ยนเป็นการทำงานเชิงรุก เพื่อช่วยรัฐบาลทำงานด้วยความเข้มแข็งต่อไป
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งในการประชุมว่า "เป็นข้าราชการต้องมีความซื่อตรง อย่าทุจริตให้เป็นที่อับอายขายหน้าแก่ตนและครอบครัว ต้องช่วยกันจัดระบบให้ปรากฏความโปร่งใส มีความชัดเจน ไม่ให้ใครเขามาดูถูกดูหมิ่น อีกอย่างผู้บริหารต้องเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของแผ่นดิน ซึ่งมีบุญคุณใหญ่หลวง พระมหากรุณาธิคุณขององค์พระมหากษัตริย์ในทุกรัชกาล หากเราไม่เรียนรู้ ไม่ซาบซึ้ง ไม่เข้าใจ แล้วจะรักชาติ รำลึกบุญคุณชาติได้อย่างไร"
จากนั้นเวลา 13.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ แถลงข่าวภายหลังการประชุม ว่า วันนี้เป็นการประชุมบูรณาการหน่วยงานทั้งหมดโดยกระทรวงการคลังเป็นเจ้าภาพ โดยมีเลขาธิการ ก.พ.ดำเนินการประชุม ประจำทุกเดือน จะมีการประชุมหารือกับส่วนราชการ ทุกกระทรวง ในฐานะข้าราชการ ตนเองมีหน้าที่ในการขับเคลื่อนข้าราชการ และขับเคลื่อนกับ ครม. แต่ทั้งทีมข้าราชการ และ ครม.ก็ต้องไปด้วยยุทธศาสตร์ นโยบายเดียวกัน โดยมีเป้าหมายเดียวกัน คือ ความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน วันนี้ก็ได้มีการพูดถึงประเด็นปัญหาที่เราต้องสรุปให้ได้ว่า วันนี้ประเทศเราอยู่ตรงไหน มีปัญหาตรงไหนบ้าง ตนจึงได้สั่งการว่า ขอให้เกิดความชัดเจนในทุกกระทรวง โดยคำว่าอดีต คือ ก่อนวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ซึ่งเราได้แก้ไขไปบ้างแล้วหลังจาก 22 พฤษภาคม 2557 ที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าจบไปแล้วในนาม คสช. ด้วยคำสั่งเดียว เช่น ไปจัดระเบียบต่างๆ มา เขียนเพียงคำสั่งเดียว ก็ทำได้ทั้งหมด นั่นคืออดีต เป็นการแก้ปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้นโดยเร่งด่วน โดยการพึ่งกฎหมาย อาชญากรรม อาวุธสงคราม นั่นคือจบไปแล้ว ถ้าไม่มีก็อย่าให้มันเกิดขึ้นมาอีก ต่อไปคือเรื่องของปัจจุบัน ซึ่งกำลังทำในวันนี้อยู่ เพราะฉะนั้นในอดีตที่ยังเป็นปัญหาในเรื่องของโครงสร้าง การสร้างการแข่งขัน เพิ่มขีดความสามารถ เรื่องพลังงาน ก็เป็นเรื่องที่ต้องปฏิรูปและเริ่มทำในสมัยนี้
"การปฏิรูปตำรวจก็เริ่มทำในสมัยนี้ ให้ทำงานได้ จับโจรได้ก่อนให้ไปดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมให้ได้ เอาคนผิดมาดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมโดยไม่ไปรังแกใคร เป็นไปตามหลักฐาน ข้อกล่าวหา และให้ผู้ถูกกล่าวหามาสู้คดี เมื่อมาสู้คดี เขาก็มีวันออก มีวันจบ และพ้นจากข้อกล่าวหา แต่ถ้าไม่สู้คดีแล้วมาบอกว่า ถูก มันไม่ได้ ผมไม่ยอมตรงนี้ ก่อน 22 พฤษภาคม 2557 จะต้องชัดเจนขึ้น เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ไปสู้กันมา ต่อไปวันนี้เราจะนั่งทำเพื่อวันนี้ คือการเริ่มต้นการปฏิรูป หลายกระทรวงมีนโยบายใหม่ๆ และนโยบายเร่งด่วนผมก็มีให้ วันนี้เราบริหารงานตามนโยบายเร่งด่วนที่ผมอยากให้เกิด ลดความเหลื่อมล้ำ ให้ความเป็นธรรม ให้ทุกคนเข้าถึงทรัพยากร เข้าถึงกระบวนการทางกฎหมาย คนจนต้องมีสิทธิ์ มีเสียง มีตัวตน ให้คนมองเห็นเช่นเดียวกับประเทศไทย เราจะต้องทำให้ทุกประเทศเห็นตัวตนของประเทศเราว่ามีตัวตนอยู่ในโลกใบนี้ เราจะไปเดินตามเขาทุกอย่างไม่ได้ เพราะเราเองก็เป็นประเทศ เป็นประชาคมหนึ่ง ที่มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เท่ากันเพียงแต่เรามีปัญหาอยู่บ้าง เพราะรายได้จำกัด เพราะรายได้มาจากการเกษตร ก็ต้องดูแลเราตรงนี้ด้วย
ส่วนอะไรที่ต้องทำเพื่อความยั่งยืน จำเป็นต้องออกกฎหมายก็ต้องทำ การจัดระเบียบของเก่า ที่เริ่มเกเรขึ้นมาใหม่ ก็ต้องแก้ไข สื่อชอบมาพูดว่า แล้วเดี๋ยวก็เกิดขึ้นอีก อย่างการจัดระเบียบรถตู้ ทำไมพวกท่านไม่ไปเตือนรถเหล่านั้นว่าอย่าทำแบบนี้บ้าง สื่อจะมาไล่เจ้าหน้าที่ฝ่ายเดียว มันไม่ได้ สื่อต้องช่วยผมแบบนี้ ต้องสร้างการรับรู้และจิตสำนึก ถือเป็นหน้าที่ของสื่อ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงเพียงอย่างเดียว หรือติชมเพียงอย่างเดียว วันนี้ต้องเข้าใจผมบ้างว่าอะไรคือเจตนาดี ไม่ใช่อะไรก็สื่อก็ต้องพูดแต่ข้อเท็จจริง ตำหนิติเตือนได้เพราะรัฐบาลและนายกฯเป็นคนของสังคม ต้องติติงได้ ด่าได้ ว่าได้ ต้องอดทน และต้องพูดจาเพราะๆ จะมาบังคับผมอย่างเดียวหรือ ผมบอกแล้วว่าผมไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง อย่ามาว่าผมมากนัก ผมโดนอยู่แล้ว แต่ผมกำลังทำสิ่งใหม่ๆ ให้ท่าน"
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในวันที่ 4 มิถุนายนนี้ก็จะไปพูดคุยกับแม่น้ำทั้ง 4 สายที่รัฐสภา สปช. สนช. และ กมธ.ยกร่างฯ โดย คสช.จะไปเป็นพี่เลี้ยงเท่านั้น ไปฟังดูสิว่าจะว่าอย่างไรกันบ้าง ว่าใครทำอะไรไปแล้วอย่างไร ทางกระทรวงในฐานะ ครม. จะไปชี้แจงว่า 5 กลุ่มงานหลักได้ทำอะไรไปแล้วบ้างที่เป็นอดีต ปัจจุบัน และอนาคตที่จะส่งต่อให้รัฐบาลหน้า สปช. สนช. สงสัยอะไรก็ถามมา เพราะบางครั้งก็ไม่รู้ เพราะต่างคนต่างทำงาน บางอันรู้ บางอันไม่รู้ บางอันก็เริ่มต้นใหม่ บางอย่างก็ทำไปแล้วรวมทั้งเรื่องการปฏิรูปตำรวจ มีทั้งหมด แต่มันจะต้องคุยกันในตอนท้ายว่า จะต้องเขียนอะไรบ้าง ในสิ่งเหล่านี้ จะเขียนในรัฐธรรมนูญหรือบทเฉพาะกาล หรือในกฎหมายลูกที่จะทำ ปฏิรูปโครงสร้างต่อ อย่างเรื่องการปฏิรูปตำรวจไม่ใช่เขียนบรรทัดเดียวแล้วจบ มันจะต้องปฏิรูประบบการสอบสวน การจับกุมดำเนินคดี พื้นที่คนละพื้นที่ กฎหมายคนละฉบับ ถ้ากรณีจับกุมความผิดตามกฎหมายกระทรวงจะทำอย่างไร หรือผิดตามกฎหมายอาญาใครจะทำ ไม่ใช่พูดกันสองคำแล้วจบ ขอให้เข้าใจตนบ้าง ทั้งหมดก็จะนำไปเล่าให้ที่ประชุมแม่น้ำ 4 สายฟังแล้วเขาก็จะนำสิ่งเหล่านี้ไปคิดต่อว่าเมื่อมีรัฐบาลใหม่ สิ่งที่ สปช.คิดในวันนี้ จะไปเกิดตรงนู้น ถ้ามาเกิดตรงนี้ก็เท่ากับว่าเขาซ้อนกับตนซึ่งเป็นรัฐบาลอยู่และเป็น คสช.ด้วย ตนทำอยู่แล้ว และตั้ง สปช.ขึ้นมาเพื่อให้ทำในวันหน้า นำสิ่งที่ตนสั่งไปเขียนเป็นกฎหมาย เป็น พ.ร.บ.ไปทำให้เป็นกฎหมายที่ทันสมัย อะไรที่ไม่ทันสมัย แล้วต้องทำต้องใช้งานก็ต้องปฏิรูปก่อน ตนก็ใช้มาตรา 44 ทำแต่ พ.ร.บ. พ.ร.ก. ต้องไปออกที่ สนช. เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในวันข้างหน้า และที่ตนต้องพูดเยอะและพูดมากก็เพื่อให้นำไปสู่การปฏิบัติ
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า น้ำหนักการพูดคุยในวันนี้ คือการดูแลผู้ที่มีรายได้น้อย ตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่วางไว้คือรัฐบาล มีหน้าที่ขจัดความเหลื่อมล้ำในชนชั้นของสังคมให้ได้ ไม่ใช่ว่าทุกคนจะต้องเท่าเทียมกันหมด เป็นไปไม่ได้เพราะเกิดมาก็ไม่เท่ากันแล้ว นิ้วมือนิ้วเท้าก็ไม่เท่ากัน แต่กฎหมายจะทำให้ทุกคนมีความเท่าเทียมกันได้ ตามขีดความสามารถที่ทุกคนมีอยู่ ด้วยความพอเพียง แต่ปัญหาคือสังคมเจริญเร็วเกินไป คนของเราไม่เข้มแข็งพอ และยังไม่มีความต่อเนื่องจึงได้สั่งการให้ทุกกระทรวงช่วยกัน โดยให้รัฐมนตรีเป็นผู้กำกับ ตนต้องการให้ปลัดกระทรวงไปส่งต่อซึ่งไม่ใช่ว่าตนต้องการที่จะไปไล่ล่าฆ่าฟันข้าราชการ เพียงแต่ต้องการกระตุ้นโดยมาเล่าให้ฟังว่าต้องการให้ทำอะไร และไม่ใช่ว่าที่ผ่านมาเขาไม่ทำ เพียงแต่ต้องการให้เขาทราบถึงแนวทางว่าตนตื่นมาคิดอะไรบ้าง ต้องการแก้ปัญหาให้คนทั้งประเทศอย่างไร ส่วนสั่งไปแล้วจะเกิดงานแค่ไหนไม่รู้ จะเกิดในยุคที่ตนอยู่ก็เพียงเท่าที่ตนอยู่ในโรดแม็พที่วางไว้ วันข้างหน้าจะล้มอีกหรือเปล่า ก็ไม่รู้ รวมถึงใครจะมาทำต่อ ตนก็ไม่รู้ เพราะรัฐมนตรีที่ทำงานอยู่ทุกวันนี้คงไม่ได้กลับมาเป็นอีก จึงไม่ค่อยมีใครกล้ามาเสี่ยงกับตน รัฐมนตรีทุกคนวันนี้ถือว่ากล้าหาญ
"ส่วนใหญ่เรียกกันว่าพวกผมเป็นข้าราชการการเมือง แต่ผมไม่ใช่นักการเมือง นักการเมืองต้องพูดเก่งกว่านี้ วันนี้ที่บอกว่าผมเก่งก็เพราะผมเก่งแบบมีเรื่องราว ผมไม่ได้เก่งแบบเลอะเทอะเปรอะเปื้อน น้ำท่วมทุ่งไม่มี ฟังผมให้ครบแล้วกัน วันนี้ถือว่าผมพูดมีสาระใช่หรือไม่ พอพูดแบบนี้สื่อก็ไปเขียนอีกว่า หัวหน้า คสช.ชอบแต่คำยกยอปอปั้น ทีเวลาด่าไม่พูดกัน ด่ากันทุกวัน พอวันนี้ก็จะมาพูดอีกว่านายกฯ ชอบปอปั้น อย่ามาไม่จริงใจกับผม ผมรู้ว่าใครจริงใจหรือไม่จริงใจกับผม นักข่าวจริงใจกับผมทุกคน เว้นแต่บรรณาธิการกับเจ้าของหนังสือพิมพ์ เอาไหมผมจะตั้งบริษัทหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ให้พวกสื่อมาอยู่กับผม ดูซิว่าประเทศจะเดินหน้าไหม โดยคุณสมบัติข้อหนึ่ง คือ 1. มีความรู้ความสามารถ มีขีดความสามารถก่อน 2. สวยไหม เพราะสื่อจะต้องไปพบคน ไม่สวยเขาก็ไม่ฟัง แม้แต่โฆษก พิธีกร ตนยังเคยถามว่าคัดตัวกันอย่างไร ซึ่งก็ได้รับคำตอบว่า 1. เป็นคนเก่ง โดยชี้แจงด้วยว่าคนเก่งฝึกได้ แต่คนสวยฝึกไม่ได้ แต่ผมจะเลือกคนที่ไม่สวย และไม่ต้องมาทำศัลยกรรมภายหลัง เพราะไม่ชอบให้มาหลอกลวง"
ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ประชุม ครม.วันที่ 2 มิถุนายน ที่ผ่านมา มีมติให้ทำประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวปฏิเสธว่า "ไม่ใช่ ผมบอกว่าถ้าเขาจะต้องทำประชามติ ก็ให้เขาทำได้ โดยการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว ผมไม่ได้มีมติอะไรให้กับเขาก็เป็นความต้องการของประชาชนที่ต้องการทำประชามติ ก็ทำไปสิ หน้าที่ของผมคือ ครม.เห็นชอบหรือไม่ ถ้าเขาจะทำประชามติ ให้แก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว ก็ต้องไปหาช่องทางและวิธีการก่อน เพื่อนำไปสู่ สนช.แก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่มีมติว่าให้เขาทำหรือไม่ทำ อยากทำก็ทำ ผมก็จะแก้รัฐธรรมนูญให้ ถ้าตัดสินใจมา ผมก็แก้รัฐธรรมนูญให้อยู่แล้ว วันนี้ผมอยู่ได้ด้วยรัฐธรรมนูญไม่ได้อยู่ด้วยอำนาจ"
เมื่อถามว่า ต้องรอให้ สปช.พิจารณารับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญก่อนหรือไม่จึงจะตัดสินใจมำประชามติ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวยอมรับว่า ใช่ ขั้นตอนเป็นเช่นนั้น คือ 1. สปช.รับหรือไม่รับร่างฯ ถ้าไม่รับร่างก็ต้องแก้ไข โดยตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ขึ้นมาใหม่ แต่ก็ต้องมาดูว่าถ้าจะให้ กมธ.ยกร่างฯ ชุดปัจจุบันยังอยู่ ต้องแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่ แล้วใครจะมาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ หรือใช้กฎหมายเดิมได้หรือไม่ ตนก็ได้ให้เขาไปคิดกันมา ตนมีหน้าที่เพียงแก้รัฐธรรมนูญให้เท่านั้น ฉะนั้น สนช. สปช. หรือ กมธ.ยกร่างฯ ไม่ต้องกังวลว่าจะไมีงานทำ เดี๋ยวก็หาทำกันจนได้ เพราะทุกคนต่างก็มีความหวังดี แต่ก็มีข้างหนึ่งไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์ขึ้นมาอีก อีกข้างหนึ่งอยากกลับมาที่เดิม มีอำนาจมากมายที่จะทำอะไรทั้งดีและไม่ดีได้
"ผมถามว่าประชาชนต้องการอะไร ต้องการความขัดแย้งอีกหรือไม่ ต้องการให้มีความเหลื่อมล้ำ มีรายได้แตกต่าง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการดำรงชีพสูงขึ้นทุกวัน"
ขอนแก่นโอดขายฝืดแผงลอตเตอรี่80บาท
นายกำธร ถาวรสถิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วย พล.ต.ต.จิตรเจริญ ศรีวนิชย์ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น และตัวแทนทหาร ได้ประชุมตัวแทนจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อทำความเข้าใจในการปฏิบัติตามคำสั่ง คสช.ที่ 11/2558 ในมาตรการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการจำหน่ายสลากกินแบ่ง และการฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญาอย่างเคร่งครัด โดยมีตัวแทนจำหน่ายทั้งบุคคลทั่วไป และผู้พิการจำนวน 300 ราย เข้าร่วมประชุม
นายลำดวน มณีแจ่ม เจ้าของร้าน บอกว่า ได้เปิดขายสลากงวดวันที่ 16 มิ.ย.ตั้งแต่เมื่อวานหรือวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา แต่การขายไม่คึกคักแตกต่างจากที่ผ่านมา ซึ่งที่ร้านเป็นผู้ขายแบบไม่มีโควตา เคยขอมาตลอดยกครอบครัวไปขอก็ไม่เคยได้ จึงเป็นผู้ขายที่ไม่มีโควตาหาซื้อจากคนอื่นมาขายและขายต่อตามราคาหน้าร้านมาโดยตลอด และมาเปิดแผงที่นี่ได้กว่า 2 ปีแล้ว ที่ผ่านมาจะรับมาขายงวดละ 200 เล่ม แต่งวดนี้ลดปริมาณลงเหลือ 100 เล่ม
“ดูแล้วขายส่งก็คงไม่ได้ เพราะคนจะไปขายต่อในราคา 80 บาท ก็คงไม่มีกำไร ซึ่งตั้งแต่เปิดขายมาค่อนข้างเงียบ ซึ่งดูแล้วคนซื้อก็คงพอใจ แต่คนขายก็คงขายฝืดขึ้นเพราะทุกคนขายราคาเท่ากันหมด ถ้าสถานการณ์เป็นแบบนี้งวดหน้าก็คงลดจำนวนลงเหลืองวดละ 30-40 เล่ม ซึ่งเชื่อว่า ไม่ผิดกติกาเพราะขายในนราคาที่กำหนด 80 บาท” นายลำดวนกล่าว
อุดรธานีร้านขายล็อตเตอรี่ยัน80บาทก็อยู่ได้
บรรยากาศการซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาล ประจำงวดวันที่ 16 มิถุนายน ที่ทาง คสช.และ สนง.สลากกินแบ่งรัฐบาล กำหนดให้ร้านค้าและผู้ค้าสลากฯ ต้องจำหน่ายในราคาไม่เกินใบละ 80 บาท ทั่วประเทศโดยที่ร้านโชคดี ที่บริเวณสี่แยกหอนาฬิกา ถ.ประจักษ์ศิลปาคม เทศบาลนครอุดรธานี ที่เริ่มนำสลากกินแบ่งรัฐบาล ประจำงวดวันที่ 16 มิถุนายน มาวางจำหน่าย ขณะที่ร้านอื่น ๆ ที่เปิดขายสลากฯในบริเวณนี้ ยังไม่นำสลากฯมาวางจำหน่าย ซึ่งทางร้านโชคดีได้ติดป้ายราคาขายไว้ที่หน้าแผงในราคา 80 บาท แต่ไม่มีการนำสลากเลขชุดมาวางจำหน่าย ขณะที่มีลูกค้าที่นำสลากที่ถูกรางวัลมาขึ้นเงิน และมีบางส่วนที่มาซื้อสลากฯ ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มวางสลากฯจำหน่าย
นางวัลยุ์ธัญญา พรายจันทร์ เจ้าของร้านโชคดี เปิดเผยว่า ทางร้านขายสลากในราคาใบละ 80 บาท ตามประกาศของรัฐบาล โดยสลากฯนี้เป็นทั้งสลากตามโควต้าของตน 5 เล่ม นอกนั้นเป็นสลากที่หาซื้อมา รวมถึงโควต้าของลูกน้อง ซึ่งงวดนี้ยังไม่ได้ซื้อสลากฯจากยี่ปั้ว แต่เมื่อเริ่มงวดใหม่นี้ เราไม่มีสลากเลขชุดจำหน่าย แต่คงต้องดูงวดนี้ก่อน ที่งวดหน้าเราคงต้องซื้อมาขาย เพราะสลากน่าจะไม่พอขาย จากการที่พวกเราถูกลดโควต้าลงจาก 10 เล่ม เหลือเพียง 5 เล่มเท่านั้น ซึ่งงวดนี้เรายังไม่กล้านำสลากมาลงขายเยอะ
“ส่วนกำไรต่องวดจะลดลงเยอะหรือไม่คงไม่เกี่ยว ซึ่งคงต้องดูว่าลูกค้าที่ตอบสนองในราคา 80 บาท หากขายดี ก็คงต้องลงสลากเพิ่มโดยหาซื้อกับทางยี่ปั้ว ที่เราขายเราใบละ 73 บาท ที่เราจะได้กำไรคู่ละ 7 บาท ส่วนเลขชุดทางยี่ปั้วจะขายให้ราคา 7,350 บาท ต่อชุด 10 ใบ ซึ่งกำไรใบละ 6 บาทกว่า เราก็อยู่ได้ ขณะที่สลากธรรมดาได้เพิ่มใบละ 50 สตางค์ โดยเราจะใช้ปริมาณสลากเป็นตัวควบคุมตัวเลขกำไรขาดทุน หากจบงวดนี้หากตัวเลขไม่ดี ก็อาจจะเพิ่มจำนวนสลากจากยี่ปั้ว แต่ทั้งนี้คงต้องดูด้วยว่า จะไปเบียดบังผู้ค้าคนอื่นหรือไม่”
ขณะที่ประชาชนที่มาหาซื้อสลากงวดใหม่ บอกว่า การควบคุมราคาขายสลากเป็นเรื่องดี ที่ทำให้คนจนสามารถซื้อของถูกลง ปกติติตนก็ซื้อเสี่ยงโชคทุกงวด แต่ถึงสลากจะลดราคาลงก็จะยังคงซื้อจำนวนเท่าเดิม ส่วนราคาสลากที่ขาย 80 บาท ก็คงอยู่ที่รัฐบาลว่าจะทำได้นานหรือไม่ ถ้ารัฐบาลเห็นใจคนจนก็คงทำได้นาน
น่านประชุมชี้แจงแนวทางการบริหารจัดการ
ที่ห้องประชุมวาณุรักษ์ วิทยาลัยเทคนิคน่าน นายอุกริช พึ่งโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานประชุมชี้แจงเกี่ยวกับการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล ตามแนวทางการปฎิรูประบบการบริหารจัดการสลากกินแบ่งรัฐบาลเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลให้กับตัวแทนจำหน่ายของจังหวัดน่านและผู้ที่มีรายชื่อสำรอง รวมทั้งผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่ โดยมีผู้แทนจำหน่ายและผู้ค้ารายย่อย เข้าร่วมรับฟังกว่า 300 คน
ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านได้ชี้แจงว่าสลากกินแบ่งรัฐบาลซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของรัฐบาลที่มีการกำหนดราคาต้นทุน และราคาขาย คู่ละ 80 บา อย่างชัดเจน ที่แต่ผ่านมาพบว่ามีการนำสลากกินแบ่งรัฐบาลไปขายมีราคา 100-120 บาท กันอย่างแพร่หลาย เพื่อเป็นการแก้ปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลในขณะนี้
ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้แต่งตั้งพล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ เป็นประธานกรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยได้เรียกประชุมคณะกรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อกำหนดแนวทางในการควบคุมราคาสลากกินแบ่งรัฐบาลคู่ละ 80 บาท ภายในวันที่ 16 มิถุนายน 2558 ตามนโยบายรัฐบาล โดยมีมติอนุมัติแผนการปรับโครงสร้างการจัดสรรเงินรายได้จากการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล ดังนี้
1.จัดสรรรายได้จากการจำหน่ายสลาก 60% เป็นเงินรางวัล 2. ปรับสัดส่วนรายได้นำส่งคลังจาก 28% เหลือ 20% ของรายได้จากการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล ทำให้รัฐรายได้ลดลง 1,500 ล้านบาทต่อปี 3.จัดสรรเงินรายได้จากการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล 3% เป็นค่าใช้จ่ายสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล 4.จัดสรรรายได้ 3% เป็นรายได้ "กองทุนสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเพื่อการพัฒนาสังคม” 5.จัดสรรรายได้ 14% เป็นส่วนลดให้กับตัวแทนจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล
จากการปรับโครงสร้างการจัดสรรเงินรายได้จากการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล จะทำให้ตัวแทนจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลรายย่อยมีต้นทุนสลากกินแบ่งรัฐบาลลดลง จากเดิมคู่ละ 74.40 บาท ลดลงเหลือ 70.40 บาทต่อคู่ ทำให้ตัวแทนจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลรายย่อยมีกำไรเพิ่มขึ้น จากเดิมกำไรคู่ละ 5.60 บาท เพิ่มขึ้นเป็นคู่ละ 9.60 บาท สำหรับตัวแทนจำหน่ายประเภท มูลนิธิ – สมาคมนิติบุคคล ต้นทุนเดิมคู่ละ 72.80 บาท ปรับลดเหลือ 68.80 บาทต่อคู่ ทำให้ตัวแทนจำหน่ายกลุ่มนี้มีกำไรเพิ่มขึ้นเช่นกัน และเพื่อป้องกันการนำสลากกินแบ่งรัฐบาลมารวมชุดขายเกินราคาได้ยกเลิกการจ่ายรางวัลแจ็กพอต และนำเงินรางวัลดังกล่าวมากระจายเพิ่มให้กับผู้ที่ถูกรางวัลที่ 1 แทน เช่น เดิมถูกรางวัลที่ 1 รับเงินคู่ละ 4 ล้านบาท เพิ่มเป็นคู่ละ 6 ล้านบาท ทำให้แรงจูงใจในการรวมชุดลดลง ขณะเดียวกันประชาชนก็ต้องรักษาสิทธิของตนด้วย อย่าสนับสนุนคนที่ขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา ถ้าไม่ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา รัฐบาลไม่เสียหาย เพราะสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลขายขาด เงินเข้ารัฐแล้ว ขายไม่หมดก็ไม่รับซื้อคืนเป็นภาระของตัวแทนจำหน่ายเอง
นายกำธร ถาวรสถิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วย พล.ต.ต.จิตรเจริญ ศรีวนิชย์ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น และตัวแทนทหาร ได้ประชุมตัวแทนจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อทำความเข้าใจในการปฏิบัติตามคำสั่ง คสช.ที่ 11/2558 ในมาตรการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการจำหน่ายสลากกินแบ่ง และการฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญาอย่างเคร่งครัด โดยมีตัวแทนจำหน่ายทั้งบุคคลทั่วไป และผู้พิการจำนวน 300 ราย เข้าร่วมประชุม
นายลำดวน มณีแจ่ม เจ้าของร้าน บอกว่า ได้เปิดขายสลากงวดวันที่ 16 มิ.ย.ตั้งแต่เมื่อวานหรือวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา แต่การขายไม่คึกคักแตกต่างจากที่ผ่านมา ซึ่งที่ร้านเป็นผู้ขายแบบไม่มีโควตา เคยขอมาตลอดยกครอบครัวไปขอก็ไม่เคยได้ จึงเป็นผู้ขายที่ไม่มีโควตาหาซื้อจากคนอื่นมาขายและขายต่อตามราคาหน้าร้านมาโดยตลอด และมาเปิดแผงที่นี่ได้กว่า 2 ปีแล้ว ที่ผ่านมาจะรับมาขายงวดละ 200 เล่ม แต่งวดนี้ลดปริมาณลงเหลือ 100 เล่ม
“ดูแล้วขายส่งก็คงไม่ได้ เพราะคนจะไปขายต่อในราคา 80 บาท ก็คงไม่มีกำไร ซึ่งตั้งแต่เปิดขายมาค่อนข้างเงียบ ซึ่งดูแล้วคนซื้อก็คงพอใจ แต่คนขายก็คงขายฝืดขึ้นเพราะทุกคนขายราคาเท่ากันหมด ถ้าสถานการณ์เป็นแบบนี้งวดหน้าก็คงลดจำนวนลงเหลืองวดละ 30-40 เล่ม ซึ่งเชื่อว่า ไม่ผิดกติกาเพราะขายในนราคาที่กำหนด 80 บาท” นายลำดวนกล่าว
อุดรธานีร้านขายล็อตเตอรี่ยัน80บาทก็อยู่ได้
บรรยากาศการซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาล ประจำงวดวันที่ 16 มิถุนายน ที่ทาง คสช.และ สนง.สลากกินแบ่งรัฐบาล กำหนดให้ร้านค้าและผู้ค้าสลากฯ ต้องจำหน่ายในราคาไม่เกินใบละ 80 บาท ทั่วประเทศโดยที่ร้านโชคดี ที่บริเวณสี่แยกหอนาฬิกา ถ.ประจักษ์ศิลปาคม เทศบาลนครอุดรธานี ที่เริ่มนำสลากกินแบ่งรัฐบาล ประจำงวดวันที่ 16 มิถุนายน มาวางจำหน่าย ขณะที่ร้านอื่น ๆ ที่เปิดขายสลากฯในบริเวณนี้ ยังไม่นำสลากฯมาวางจำหน่าย ซึ่งทางร้านโชคดีได้ติดป้ายราคาขายไว้ที่หน้าแผงในราคา 80 บาท แต่ไม่มีการนำสลากเลขชุดมาวางจำหน่าย ขณะที่มีลูกค้าที่นำสลากที่ถูกรางวัลมาขึ้นเงิน และมีบางส่วนที่มาซื้อสลากฯ ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มวางสลากฯจำหน่าย
นางวัลยุ์ธัญญา พรายจันทร์ เจ้าของร้านโชคดี เปิดเผยว่า ทางร้านขายสลากในราคาใบละ 80 บาท ตามประกาศของรัฐบาล โดยสลากฯนี้เป็นทั้งสลากตามโควต้าของตน 5 เล่ม นอกนั้นเป็นสลากที่หาซื้อมา รวมถึงโควต้าของลูกน้อง ซึ่งงวดนี้ยังไม่ได้ซื้อสลากฯจากยี่ปั้ว แต่เมื่อเริ่มงวดใหม่นี้ เราไม่มีสลากเลขชุดจำหน่าย แต่คงต้องดูงวดนี้ก่อน ที่งวดหน้าเราคงต้องซื้อมาขาย เพราะสลากน่าจะไม่พอขาย จากการที่พวกเราถูกลดโควต้าลงจาก 10 เล่ม เหลือเพียง 5 เล่มเท่านั้น ซึ่งงวดนี้เรายังไม่กล้านำสลากมาลงขายเยอะ
“ส่วนกำไรต่องวดจะลดลงเยอะหรือไม่คงไม่เกี่ยว ซึ่งคงต้องดูว่าลูกค้าที่ตอบสนองในราคา 80 บาท หากขายดี ก็คงต้องลงสลากเพิ่มโดยหาซื้อกับทางยี่ปั้ว ที่เราขายเราใบละ 73 บาท ที่เราจะได้กำไรคู่ละ 7 บาท ส่วนเลขชุดทางยี่ปั้วจะขายให้ราคา 7,350 บาท ต่อชุด 10 ใบ ซึ่งกำไรใบละ 6 บาทกว่า เราก็อยู่ได้ ขณะที่สลากธรรมดาได้เพิ่มใบละ 50 สตางค์ โดยเราจะใช้ปริมาณสลากเป็นตัวควบคุมตัวเลขกำไรขาดทุน หากจบงวดนี้หากตัวเลขไม่ดี ก็อาจจะเพิ่มจำนวนสลากจากยี่ปั้ว แต่ทั้งนี้คงต้องดูด้วยว่า จะไปเบียดบังผู้ค้าคนอื่นหรือไม่”
ขณะที่ประชาชนที่มาหาซื้อสลากงวดใหม่ บอกว่า การควบคุมราคาขายสลากเป็นเรื่องดี ที่ทำให้คนจนสามารถซื้อของถูกลง ปกติติตนก็ซื้อเสี่ยงโชคทุกงวด แต่ถึงสลากจะลดราคาลงก็จะยังคงซื้อจำนวนเท่าเดิม ส่วนราคาสลากที่ขาย 80 บาท ก็คงอยู่ที่รัฐบาลว่าจะทำได้นานหรือไม่ ถ้ารัฐบาลเห็นใจคนจนก็คงทำได้นาน
น่านประชุมชี้แจงแนวทางการบริหารจัดการ
ที่ห้องประชุมวาณุรักษ์ วิทยาลัยเทคนิคน่าน นายอุกริช พึ่งโสภา ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นประธานประชุมชี้แจงเกี่ยวกับการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล ตามแนวทางการปฎิรูประบบการบริหารจัดการสลากกินแบ่งรัฐบาลเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลให้กับตัวแทนจำหน่ายของจังหวัดน่านและผู้ที่มีรายชื่อสำรอง รวมทั้งผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่ โดยมีผู้แทนจำหน่ายและผู้ค้ารายย่อย เข้าร่วมรับฟังกว่า 300 คน
ผู้ว่าราชการจังหวัดน่านได้ชี้แจงว่าสลากกินแบ่งรัฐบาลซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของรัฐบาลที่มีการกำหนดราคาต้นทุน และราคาขาย คู่ละ 80 บา อย่างชัดเจน ที่แต่ผ่านมาพบว่ามีการนำสลากกินแบ่งรัฐบาลไปขายมีราคา 100-120 บาท กันอย่างแพร่หลาย เพื่อเป็นการแก้ปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลในขณะนี้
ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้แต่งตั้งพล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ เป็นประธานกรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยได้เรียกประชุมคณะกรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อกำหนดแนวทางในการควบคุมราคาสลากกินแบ่งรัฐบาลคู่ละ 80 บาท ภายในวันที่ 16 มิถุนายน 2558 ตามนโยบายรัฐบาล โดยมีมติอนุมัติแผนการปรับโครงสร้างการจัดสรรเงินรายได้จากการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล ดังนี้
1.จัดสรรรายได้จากการจำหน่ายสลาก 60% เป็นเงินรางวัล 2. ปรับสัดส่วนรายได้นำส่งคลังจาก 28% เหลือ 20% ของรายได้จากการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล ทำให้รัฐรายได้ลดลง 1,500 ล้านบาทต่อปี 3.จัดสรรเงินรายได้จากการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล 3% เป็นค่าใช้จ่ายสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล 4.จัดสรรรายได้ 3% เป็นรายได้ "กองทุนสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเพื่อการพัฒนาสังคม” 5.จัดสรรรายได้ 14% เป็นส่วนลดให้กับตัวแทนจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล
จากการปรับโครงสร้างการจัดสรรเงินรายได้จากการจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล จะทำให้ตัวแทนจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลรายย่อยมีต้นทุนสลากกินแบ่งรัฐบาลลดลง จากเดิมคู่ละ 74.40 บาท ลดลงเหลือ 70.40 บาทต่อคู่ ทำให้ตัวแทนจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลรายย่อยมีกำไรเพิ่มขึ้น จากเดิมกำไรคู่ละ 5.60 บาท เพิ่มขึ้นเป็นคู่ละ 9.60 บาท สำหรับตัวแทนจำหน่ายประเภท มูลนิธิ – สมาคมนิติบุคคล ต้นทุนเดิมคู่ละ 72.80 บาท ปรับลดเหลือ 68.80 บาทต่อคู่ ทำให้ตัวแทนจำหน่ายกลุ่มนี้มีกำไรเพิ่มขึ้นเช่นกัน และเพื่อป้องกันการนำสลากกินแบ่งรัฐบาลมารวมชุดขายเกินราคาได้ยกเลิกการจ่ายรางวัลแจ็กพอต และนำเงินรางวัลดังกล่าวมากระจายเพิ่มให้กับผู้ที่ถูกรางวัลที่ 1 แทน เช่น เดิมถูกรางวัลที่ 1 รับเงินคู่ละ 4 ล้านบาท เพิ่มเป็นคู่ละ 6 ล้านบาท ทำให้แรงจูงใจในการรวมชุดลดลง ขณะเดียวกันประชาชนก็ต้องรักษาสิทธิของตนด้วย อย่าสนับสนุนคนที่ขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา ถ้าไม่ซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา รัฐบาลไม่เสียหาย เพราะสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลขายขาด เงินเข้ารัฐแล้ว ขายไม่หมดก็ไม่รับซื้อคืนเป็นภาระของตัวแทนจำหน่ายเอง



