ข่าว

'ประวิตร'ปัดถอดยศล้างแค้น'ทักษิณ'

'ประวิตร'ปัดถอดยศล้างแค้น'ทักษิณ'

03 มิ.ย. 2558

'ประวิตร' ปัดถอดยศล้างแค้น 'ทักษิณ' ทำตาม ก.ม. ชี้ 'พล.ท.มนัส' ยังเป็นแค่ผู้ถูกกล่าวหา แต่งตั้ง 'ผบ.ทบ.' มีขั้นตอนอยู่แล้ว ใครก็กำหนด ลต.ไม่ได้ ต้องทำตามโรดแม็พ

 
                        3 มิ.ย. 58  เมื่อเวลา 10.00 น.  พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการ ตนไม่เกี่ยวข้อง
 
                        ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการเฝ้าระวังความเคลื่อนไหวใต้ดินที่อาจมีเหตุขึ้นมาหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่มีอะไร เพราะทำทุกอย่างไปตามขั้นตอน ทำตามกฎหมาย และพยายามสร้างความเป็นธรรมในสังคมให้ได้มากที่สุด ไม่ได้เป็นการไปล้างแค้น หรือไปตามกล่าวโทษใคร เราทำตามกฎหมายทุกอย่าง
 
                        เมื่อถามว่า ทางการข่าวประเมินหรือไม่ว่าการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ออกมาเคลื่อนไหวในช่วงที่รัฐธรรมนูญกำลังเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นในขณะนี้ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนไม่ทราบ เพราะตนไม่ใช่ พ.ต.ท.ทักษิณ จึงตอบไม่ได้ 
 
                        เมื่อถามว่า มีความกังวลในเรื่องนี้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่กังวล เพราะเราทำงานตามขั้นตอน ตามโรดแม็พ คสช. เรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ได้แน้นย้ำมาตลอด รัฐธรรมนูญชั่วคราวก็ระบุชัดว่า หากร่างรธน.ฉบับใหม่ผ่านหรือไม่ แล้วจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป เขียนไว้ละเอียด ชัดเจน ดังนั้นขอให้ไปอ่าน รธน. ไม่น่าจะมาถามตน
 
                        เมื่อถามต่อว่า หลายฝ่ายเป็นห่วงว่า กมธ.ยกร่างฯ จะไม่แก้ไขตามข้อเสนอต่างๆ ของหลายฝ่าย พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่เป็นอะไร เพราะจะยอมหรือไม่นั้นเป็นหน้าที่ของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่จะเป็นผู้ลงมติ 
 
                        เมื่อถามว่า ส่วนตัวเห็นควรให้มีการปรับแก้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ตนเห็นชอบตามที่ ครม.ได้มีมติไปแล้ว เพราะได้มีการหารือและมีมติพร้อมกัน
 
                        เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่า แม่น้ำ 5 สาย ควรไปพร้อมกันทั้งหมดหากมีการคว่ำร่างรธน. พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไปด้วยกันไม่ได้ เพราะ คสช.เป็นต้นกำเนิดแม่น้ำ 5 สาย ไม่ได้เกี่ยวข้องหรือเข้าไปดูในเรื่องยกร่างรธน. แต่ ครม.อาจจะเกี่ยวข้องบ้าง
 
 
 
เผย 'พล.ท.มนัส' ยังเป็นแค่ผู้ถูกกล่าวหา
 
 
                        พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี พล.ท.มนัส คงแป้น ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก เข้ามอบตัวคดีเกี่ยวข้องการค้ามนุษย์ ว่า เป็นเรื่องของตัวบุคคลที่ยังเป็นเพียงผู้ถูกกล่าวหา เพราะมีหลักฐานที่ทางตำรวจดำเนินการ ซึ่งจะต้องมีนายทหารพระธรรมนูญเข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจในการมอบตัวด้วย เพื่อรับรองทางผู้บังคับหน่วยว่าเป็นคนของกองทัพบก อย่างไรก็ตาม การที่ พล.ท.มนัส ถูกออกหมายจับ น่าจะมีหลักฐานเชื่อมโยงกับผู้ที่ถูกจับไปแล้ว ซึ่งข้อมูลจากทางตำรวจถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัวที่ดำเนินการ โดยไม่เกี่ยวข้องกับกองทัพ และถือเป็นเรื่องเก่าตั้งแต่ พล.ท.มนัส ดำรงตำแหน่งพันเอกในกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ภาค 4 ส่วนหน้า อาจจะเกี่ยวข้องกับการดำเนินการบางส่วนตั้งแต่ตอนนั้น
 
                        ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางกระทรวงกลาโหมจะตั้งคณะกรรมการ เพื่อขยายผลไปยังกำลังพลคนอื่นๆ ที่อาจเกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าวด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผบ.ทบ. ได้ตั้งกรรมการสอบขึ้นมาอยู่แล้ว ส่วนเรื่องทางคดีเป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะดำเนินการ ไม่เกี่ยวข้องกับทหารที่จะต้องไปขยายผล
 
                        ผู้สื่อข่าวถามว่า พล.ท.มนัส ดำรงตำแหน่งมานานแล้ว ไม่มีระแคะระคายบ้างหรือ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "ไม่มี มนัสก็ทำงานดี เท่าที่ทราบเป็นคนที่ตั้งใจทำงานในภาพรวม ถือว่าทำงานให้ประเทศชาติมาเยอะ"
 
                        เมื่อถามถึงการแก้ปัญหาโรฮิงญาที่มีมากในช่วงนี้ รองนายกฯ กล่าวว่า ขณะนี้ปัญหามีมากหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ เพราะเป็นปัญหาของประเทศต้นทาง ต้องไปดูที่สาเหตุว่า พวกที่เขาออกมาเพราะอะไร อยู่ไม่ได้เพราะอะไร และควรมีแนวทางแก้ไขอย่างไร ก็ต้องแก้ไขกันที่ประเทศต้นทาง ประเทศใหญ่ๆ ต้องยื่นมือเข้ามาช่วย ส่วนการประชุมเรื่องการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ที่ตนจะเป็นประธาน จะมีการพิจารณาในหลายเรื่องที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรณีที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้ดำเนินการมา
 
                        เมื่อถามถึงกรณีที่ชาวโรฮิงญาก่อความไม่สงบขึ้นในค่ายพักพิงที่ จ.สุราษฎร์ธานี พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เป็นธรรมดา เมื่อเป็นมนุษย์ย่อมมีโกรธ มีอยาก สำหรับไทยให้ความช่วยเหลืออย่างนี้มานานมากแล้ว สามารถแก้ปัญหาไปได้มาก ไทยปฏิบัติตามสิทธิมนุษยชน เพราะหลายประเทศจับตาดูไทยอยู่ เราทำขนาดนี้เขายังหาว่าเราไม่ให้ความสำคัญ ยืนยันว่า งานด้านความมั่นคงต้องดูแลเรื่องสิทธิมนุษยชนอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ตนเองก็อยู่กับปัญหานี้มานาน อาทิ ผู้อพยพชาวกัมพูชา เวียดนาม หรือชาวม้ง ส่วนกรณีที่โรฮิงญาเรียกร้องจะไปอยู่ประเทศมาเลเซียนั้น ก็ต้องไปถามทางมาเลเซียอย่ามาถามตน
 
                        เมื่อถามว่า ที่ผ่านมารัฐบาลจริงจังกับการแก้ไขการค้ามนุษย์ คิดว่าไทยจะสามารถปลดล็อกจากระดับเทียร์ 3 ได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไทยไม่ได้เป็นคนปลดเอง เพียงแต่เราทำให้ดีที่สุด ซึ่งการปลดเป็นหน้าที่ของประเทศที่ให้คะแนน และล่าสุดทางสหรัฐอเมริกา ก็มีความพอใจในการแก้ปัญหานี้ของไทย ถือว่าเราทำงานได้ผล ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่ไทยจะมีโอกาสในการถูกปลดออกจากเทียร์ 3 ได้
 
 
 
แต่งตั้ง 'ผบ.ทบ.' มีขั้นตอนอยู่แล้ว
 
 
                        พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการทหาร ประจำปี 2558 ในส่วนของกองทัพบก โดยเฉพาะตำแหน่ง ผบ.ทบ. ที่คนปัจจุบันกำลังจะเกษียณอายุ ว่า เรื่องนี้คงไม่ต้องจับตาแต่อย่างใด เพราะการดำเนินการพิจารณาเขามีขั้นตอนอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วง ในเรื่องนี้มีกรรมการพิจารณาแต่งตั้งอยู่ โดยพิจารณาจากเรื่องอาวุโส ความรู้ ความสามารถ ความเหมาะสม
 
                        ผู้สื่อข่าวถามว่า ในฐานะ รมว.กลาโหม ได้มอบนโยบายในการพิจารณาแต่งตั้งอย่างไร รมว.กลาโหม กล่าวว่า ตนไม่ได้มอบนโยบายใดๆ เนื่องจาก ผบ.ทบ.ดำเนินการอยู่
 
                        ผู้สื่อข่าวถามว่า คราวนี้จะมีสายอื่นที่นอกจากบูรพาพยัคฆ์ได้ขึ้นบ้างหรือไม่ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ไม่เกี่ยว เพราะมีขั้นตอนอยู่แล้ว คนที่ได้รับการพิจารณามี 4 - 5 คน นอกเหนือจากนี้ก็คงไม่ใช่
 
 
 
ใครก็กำหนดเลือกตั้งไม่ได้ ต้องทำตามโรดแม็พ
 
 
                        พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีความชัดเจนเรื่องการเลือกตั้ง ว่า "ผมกำหนดไม่ได้ บอกไปตั้งแต่ต้นแล้วว่า มีโรดแม็พอยู่แล้ว ใครก็กำหนดไม่ได้ แม้แต่นายกฯ เอง ก็บอกไม่ได้ เพราะขั้นตอนมีอยู่ก็ต้องไปตามขั้นตอน"
 
 
 
'ระเบิด' ถูกทิ้ง เป็นของเก่า
 
 
                        พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีตำรวจตรวจพบวัตถุระเบิดที่ลานจอดรถ บช.น.และอีกหลายพื้นที่ใน กทม. ว่า ตำรวจได้รายงานให้ตนทราบแล้ว ซึ่งส่วนมากระเบิดที่พบเป็นของเก่า แต่ไม่ได้เชื่อมโยงกับกลุ่มที่สร้างสถานการณ์ ส่วนที่พบหลายที่นั้นเนื่องจากผู้ที่มีครอบครองไม่สามารถจะเก็บเอาไว้ได้ จึงนำมาทิ้ง เกรงว่าอะไรจะเข้าตัวก็เอาออกมาไว้ก่อน คิดว่าไม่น่าจะเป็นเรื่องแปลก