
ขู่ฆ่า'อาสาสมัคร'ร่วมปราบแว้น
03 มิ.ย. 2558
'อาสาสมัคร' ถูกขู่ฆ่าหลังปฏิบัติงานในเหตุการณ์ 'ราชพฤกษ์โมเดล' เผยเข้าช่วยเหลือปฐมพยาบาลเด็กแว้น-สก๊อยรถล้มบาดเจ็บตามที่ ตร.วิทยุขอสนับสนุน ปัดยุ่งรถจยย.ของกลาง
3 มิ.ย. 58 เมื่อเวลา 11.00 น. หัวหน้าอาสาสมัครกู้ภัย อายุ 40 ปี เปิดเผยหลังไปปฏิบัติงานในเหตุการณ์ 'ราชพฤกษ์โมเดล กวาดล้างเด็กแว้นและสาวสก๊อยป่วนเมือง' จนตัวเองและลูกน้องถูกขู่ฆ่า ว่า เป็นอาสาสมัครกู้ภัยมา 20 ปี ไม่เคยมีเหตุการณ์ถูกขู่ทำร้ายมาก่อน ในวันเกิดเหตุคืนนั้น ตนพร้อมลูกข่ายประมาณ 10 คน จอดรถเฝ้าระวังเหตุการณ์อยู่บนถนนวุฒากาศ สังเกตเห็นทหารและตำรวจเดินทางผ่านไปมาจำนวนมาก จากนั้นก็มีวิทยุจากทางตำรวจ บก.น.8 ขอกำลังไปสนับสนุนในที่เกิดเหตุ เพราะมีเด็กแว้นและสาวสก๊อยรถล้มได้รับบาดเจ็บ เมื่อไปถึงก็พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บถลอกปอกเปิกทั้งชายและหญิง ราวๆ 40 คน จึงช่วยทำการปฐมพยาบาล มีอยู่ 3 รายเท่านั้นที่ร้องขอให้ช่วยไปส่งโรงพยาบาลตากสิน และโรงพยาบาลทหารเรือ ซึ่งอาสาสมัครเราก็ดำเนินการให้
หัวหน้าอาสาสมัครกู้ภัย กล่าวอีกว่า หลังช่วยเหลือคนเจ็บในเหตุการณ์เสร็จ ตำรวจได้ขอให้อาสาสมัครช่วยขน รถจยย.ของกลางขึ้นรถบรรทุกเอกชนที่ว่าจ้างมา จำนวน 3 คัน นำลงไปเก็บไว้ตรงจุดรักษาของกลางบริเวณแยกรัชดามุ่งหน้าท่าพระ ทางเราก็ยินดีทำให้ และทำงานร่วมกับทหาร-ตำรวจตลอด ดังนั้นประเด็นที่มีการโจมตีว่า อะไหล่รถของกลางหาย จึงไม่เป็นความจริง ที่สำคัญขณะนี้พบตัวคนโพสต์ประเด็นนี้บนโซเชียลแล้ว จึงมีการส่งข้อความไปสอบถาม ซึ่งผู้โพสต์ก็กล่าวขอโทษขอโพยมา และลบข้อความดังกล่าวไปจากในเฟซบุ๊กตัวเองเป็นที่เรียบร้อย ในขั้นตอนนี้ ตนไม่อยากระบุว่าผู้โพสต์คือใคร เพราะไม่อยากให้สังคมมองว่ามีปัญหาขัดแย้งกันระหว่างสถาบันอีก
"อาสาสมัครทุกคนยินดีรับใช้สังคมเช่นเดิม เราจะไม่หยุดทำหน้าที่ ไม่แจ้งความจับใคร และไม่หวังจะให้ใครมาเห็นใจทั้งสิ้น สังคม และสื่อมวลชนที่อยู่ในจุดเกิดเหตุเห็นอยู่ว่าพวกเราทำอะไรลงไป ได้แต่บอกน้องๆ ทุกคน ให้ระวังตัว ออกเวรแล้วให้ถอดเครื่องแบบเพื่อความปลอดภัยเอาไว้ก่อน ฝากบอกไปถึงบรรดาผู้ที่มีความประสงค์ร้ายต่อพวกเราว่า ให้เปลี่ยนความคิดเสียใหม่ เพราะหากคิดจะมาทำร้ายกันจริงๆ มันจะมีแต่ความสูญเสีย"
ขณะที่ ผจก.ฝ่ายประชาสัมพันธ์ และสื่อสารองค์กรมูลนิธิ กล่าวว่า ทางมูลนิธิเราไม่ได้มีนโยบายให้ไปไล่จับกุมผู้ต้องหาคดีใดอยู่แล้ว แต่ที่อาสาสมัครกลุ่มนี้เข้าไปช่วยเหลือ ก็เพราะได้รับการร้องขอจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่สำคัญพอมีคนเจ็บไม่ว่าจะกรณีใด เป็นใครในสถานะไหน เราก็ต้องช่วยด้วยจิตวิญญาณของอาสาสมัคร ไม่หวังอะไรตอบแทนตามปณิธานที่ทางมูลนิธิตั้งเอาไว้ หากถามว่า จะมีคำสั่งให้อาสาสมัครหยุดปฏิบัติงานเป็นการชั่วคราวหรือไม่ ตนตอบเลยว่า ไม่มีคำสั่งนั้นแน่นอน ไม่ใช่เป็นการท้าทาย แต่เพราะถ้าหากคนทำดีแล้วท้อ หยุดทำกลางคัน แล้วใครจะมาทำต่อ แต่ขอให้ใช้ความระมัดระวังตัวกันเพิ่มขึ้นขณะปฏิบัติหน้าที่
----------------------
(หมายเหตุ : ภาพแฟ้มข่าว)



