ข่าว

‘บวรศักดิ์’สั่งงด‘นักข่าว’เกาะติดงานยกร่างรธน.

‘บวรศักดิ์’สั่งงด‘นักข่าว’เกาะติดงานยกร่างรธน.

03 มิ.ย. 2558

‘บวรศักดิ์’ สั่งงด ‘นักข่าว’ เกาะติดงานยกร่างรธน. อ้าง 4 เดือนที่ผ่านมาให้สิทธิเต็มที่แล้ว ขณะที่ ศปป.ถกปรองดองรอบ2 ตัวแทนพรรคการเมือง-นักวิชาการ-ภาคปชช.ร่วม

        3 มิ.ย.58 ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานกมธ.ยกร่างรธน. เป็นประธานในที่ประชุม ซึ่งมีวาระมีรับฟังคำชี้แจงประกอบคำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ จากผู้เสนอและผู้รับรองคำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ เป็นวันที่สอง ในลำดับของสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ช่วงเช้าเป็นลำดับของกลุ่มพลังงานและสิ่งแวดล้อม ที่นำโดย นายมนูญ ศิริวรรณ สปช. และช่วงบ่ายเป็นลำดับชี้แจงของกลุ่มสื่อมวลชนและการคุ้มครองผู้บริโภค ที่นำโดย นายประสาร มฤคพิทักษ์ สปช.

        ทั้งนี้ ก่อนเข้าสู่วาระการพิจารณา นายบวรศักดิ์ กล่าวต่อที่ประชุมว่า เพื่อให้เกิดความเป็นอิสระในการพิจารณา และการสอบถามของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ จึงมีมติขอร้องผู้สื่อข่าวด้วย ที่ผ่านการได้มีการเปิดโอกาสเข้ามาในห้องประชุมเป็นเวลา 4 เดือนเศษก่อนหน้านี้ โดยหลังจากนี้ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญอยากจะพูดเต็มที่ ขอให้ในห้องประชุมมีเฉพาะกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญและเจ้าหน้าที่เท่านั้น จากนั้นได้กล่าวเชิญผู้สื่อข่าว และช่างภาพออกจากห้องประชุม
 
        รายงานข่าวจาก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ แจ้งว่า เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่ประชุมได้ใช้เวลาช่วงหนึ่งก่อนเข้าวาระรับฟังคำชี้แจง หารือในกรอบการทำงานและได้หารือถึงกติกาที่จะให้ผู้สื่อข่าว ยกเว้นช่างภาพนิ่งและช่างภาพสถานีโทรทัศน์เข้าติดตามการพิจารณาการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ตามข้อเสนอของสปช. และคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยนายบวรศักดิ์ เป็นผู้ยกประเด็นให้ที่ประชุมหารือ และ มีกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญได้หารือและพิจารณาถึงผลดีและผลเสียต่อกรณีที่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าติดตามการประชุมในห้องประชุม โดยเสียงของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญส่วนใหญ่เห็นไปทางที่ไม่ควรให้ผู้สื่อข่าวเข้าติดตามการพิจารณาในห้องประชุมเหมือนช่วงที่ผ่านมา พร้อมยกเหตุผลประกอบ คือ 1.เพื่อความเป็นอิสระในการทำหน้าที่ของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญและลดความกดดัน , 2.บางประเด็นที่ยังไม่ได้ข้อสรุปหรือตกผลึกร่วมกันอาจทำให้เกิดการพาดพิงถึงบุคคลภายนอกได้ และ 3.การประชุมที่ได้ข้อสรุปแล้วจะให้สิทธิโฆษก กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญที่ได้รับมอบหมายแถลงข่าวกับสื่อมวลชน ทำให้นายบวรศักดิ์ กล่าวสรุปว่าจะงดให้ผู้สื่อข่าวเข้าติดตามการประชุมหลังจากนี้
 
 
‘บวรศักดิ์’ ประเมินปรับร่างรธน.โค้งสุดท้าย รับเจอแรงกดดันมาก
 
 
        เมื่อเวลา 14.30 น. นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวถึงการรับฟังคำชี้แจงประกอบคำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญจากสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กลุ่มที่ยื่นคำขอแก้ไขว่า ได้รับฟังรายละเอียดที่มีคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้การพิจารณายังไม่มีประเด็นที่นำไปสู่การตัดสินใจใดๆ ทั้งสิ้น ขณะที่การเสนอคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญที่มีแนวโน้มตรงกัน เช่น การตัดกลุ่มการเมืองนั้น ต้องพิจารณาให้รอบคอบ ทั้งนี้มีข้อเสนอว่าเมื่อตัดกลุ่มการเมืองออกจาก ควรกำหนดให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.มีความเป็นอิสระ คือ ลงสมัครได้โดยไม่สังกัดพรรคการเมือง อาจทำให้เกิดกรณีที่พรรคการเมืองอาจส่งนอมินีลงรับเลือกตั้งในส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เพื่อให้ได้จำนวนส.ส.ในสภาผู้แทนราษฎรจำนวนมาก ดังนั้นต้องหามาตรการเพื่อป้องกัน โดยส่วนตัวมองว่าเมื่อตัดกลุ่มการเมืองออก ควรกำหนดให้พรรคการเมืองสามารถก่อตั้งได้ง่ายที่สุด เช่น ลดจำนวนสมาชิกพรรค จากเดิมกำหนดกติกาให้มี 5,000 คน และมีสาขาพรรคครบ 4 ภาค อาจลดเหลือให้ใช้จำนวน 500 คน หรือให้มีสาขาพรรคเพียง 1 ภาค เท่านั้นเป็นต้น ทั้งนี้มีข้อเสนอให้ปรับบทบัญญัติว่าด้วยการลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาลด้วยการลงคะแนนลับ ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาแล้วมองว่าต้องพิจารณาประวัติศาสตร์ สังคมวิทยาร่วมด้วย หากแก้ไขให้ส.ส.ลงมติไม่ไว้วางใจแบบลับอาจพบว่ามีการจ่ายเงินเพื่อซื้อเสียงจำนวนมาก
 
        นายบวรศักดิ์ กล่าวชี้แจงถึงกรณีที่ขอความร่วมมือสื่อมวลชนงดการติดตามการพิจารณาการยกร่างรัฐธรรมนูญภายในห้องประชุม ว่า เป็นการขอความร่วมมือจริง เพราะในช่วงโค้งสุดท้ายของการปรับร่างรัฐธรรมนูญก่อนส่งให้สปช. ลงมติให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบย่อมมีความเห็นที่แตกต่างและมีแนวโน้มของแรงกดดันที่จะมาสู่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจำนวนมาก ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้บรรณาธิการข่าวยกประเด็นพาดหัวซึ่งเป็นคนละแบบกับเนื้อหาข่าวและเพื่อความเป็นอิสระของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ จึงขอความร่วมมือผู้สื่อข่าว ทั้งนี้ในการพิจารณาประเด็นการกำหนดกติกาเข้าทำข่าวนั้น ยอมรับว่าเสียงส่วนใหญ่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเห็นด้วย และมีเพียง กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เพียง 1 คนเท่านั้นที่ไม่เห็นด้วย
 
 
ศปป.ถกปรองดองรอบ 2 ตัวแทนพรรคการเมือง-นักวิชาการ-ภาคปชช.ร่วม
 
 
        3 มิ.ย.58 เมื่อเวลา 09.30 น. ที่สโมสรทหารบก วิภาวดี ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป (ศปป.) จัดเสวนาปรองดองสมานฉันท์เพื่อความมั่นคงและยั่งยืนในสังคมไทย ครั้งที่ 2 ในหัวข้อ “อนาคตของประเทศไทย” โดย ศปป.ได้เชิญตัวแทนพรรคการเมือง นักวิชาการ และตัวแทนกลุ่มภาคประชาชนเข้ามาร่วมพูดคุยหารือ เพื่อเสนอแนวทางเดินหน้าปฏิรูปประเทศ โดยมีพล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข เสนาธิการทหารบก เป็นประธานในเวทีการพูดคุย พร้อมด้วยพล.อ.พิสิทธิ์ สิทธิสาร ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก ในฐานะผอ.ศปป. เข้าร่วมเสวนา
 
        สำหรับบรรยากาศก่อนเข้าประชุม ได้มีนักวิชาการ นักการเมือง ทยอยเข้า ร่วมเสวนา ประกอบด้วย นายเสรี วงษ์มณฑา นักวิชาการอิสระ นายสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ นายกิตตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. นายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำ กปปส. นายเจิ่มศักดิ์ ปิ่นทอง สภาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) นายปราโมทย์ นาครทรรพ นักวิชาการอิสระ เป็นต้น อย่างไรก็ตามในการประชุมหารือไม่อนุญาตสื่อมวลเข้าร่วมรับฟังให้อยู่นอกพื้นที่อาคารเท่านั้น
 
 
‘โฆษก กมธ.ร่างรธน.’ แจงปมงดนักข่าวเกาะติดประชุมร่างรธน.
 
 
        นายปกรณ์ ปรียากร โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวชี้แจงต่อกรณีที่ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ขอร้องผู้สื่อข่าวงดเข้าติดตามการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ประเด็นดังกล่าวขณะนี้ยังกำหนดเฉพาะในส่วนวาระการรับฟังคำชี้แจงประกอบคำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญจากผู้เสนอและผู้รับรองคำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญเท่านั้น ส่วนการพิจารณาลงรายมาตราที่จะเกิดขึ้นในลำดับถัดไปนั้น เบื้องต้นอาจของดการเข้าฟังการพิจารณาในห้องประชุมเป็นรายประเด็นที่ยังไม่มีการตกผลึกหรือต้องใช้การพิจารณารายละเอียดที่อาจมีบางส่วนพาดพิงถึงบุคคลที่สามเท่านั้น แต่บางประเด็นอาจให้เข้าฟังการพิจารณาเหมือนเดิม ขณะที่การเปิดเผยรายละเอียดของการพิจารณาจะยึดการแถลงข่าวเป็นหลัก ทั้งนี้ยืนยันว่าการงดสื่อมวลชนเข้าฟังการพิจารณาบางประเด็นไม่เกี่ยวข้องกับการปิดกั้นการทำงานหรือการตีกรอบการตรวจสอบของสื่อมวลชน