ข่าว

‘พล.ท.มนัส’มอบตัวสู้คดีค้ามนุษย์

‘พล.ท.มนัส’มอบตัวสู้คดีค้ามนุษย์

03 มิ.ย. 2558

"พล.ท.มนัส" เข้ามอบตัวคดีค้าโรฮิงญา ตร.คุมตัวสอบที่ภาค 9 ยันใช้มาตรฐานเดียวกับผู้ต้องหาคนอื่น

 
          วันที่ 3 มิ.ย.58 เมื่อเวลา 11.30 น. พล.ท.มนัส คงแป้น ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก และ พ.ต.วรกิจ คำประยูร นายทหารพระธรรมนูญ ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา หลังตกเป็นผู้ต้องหาที่ถูกศาลจังหวัดนาทวี อนุมัติออกหมายจับข้อหา "ร่วมกันสมคบตั้งแต่สามคนขึ้นไปกระทำการอันเป็นการค้ามนุษย์ โดยกระทำต่อบุคคลอายุไม่เกิน 15 ปี ร่วมกันช่วยเหลือด้วยประการใดๆ แก่บุคคลต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย ร่วมกันกักขังหน่วงเหนี่ยวผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และร่วมกันเรียกค่าไถ่” หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจพบหลักฐานสำคัญเป็นบัญชีรับ-จ่ายของ พล.ท.มนัส ซึ่งได้จากผู้ต้องหารายสำคัญในขบวนการค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญา
 
          ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศว่า ตั้งแต่ช่วงเช้ามีผู้สื่อข่าวหลายสำนักมารอทำข่าวการมอบตัวครั้งนี้ เมื่อ พล.ท.มนัส เดินทางมาถึงเจ้าหน้าที่ได้คุมตัวเข้าห้องรับรองของ ตร.ทันที โดยใช้เวลาในการพูดคุยประมาณ 10 นาที ก่อนที่จะคุมตัว พล.ท.มนัส ขึ้นรถเพื่อเดินทางไปยังจังหวัดสงขลาทันทีด้วยเครื่อง ทั้งนี้ พล.ท.มนัส ไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆ ต่อสื่อมวลชน
 
          ในเวลาต่อมา พล.ต.อ.สมยศ เปิดเผยว่า พล.ท.มนัส เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ ได้เดินทางเข้าพบตนพร้อมด้วย พล.ต.อ.จักรทิพย์ และ พล.ต.อ.เอก ซึ่งทั้ง 2 ท่านรับผิดชอบในคดีค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญาในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ โดยก่อนหน้านี้นายทหารคนดังกล่าวได้ติดต่อผ่านตนว่าจะขอเข้ามอบตัว เพื่อต่อสู้คดี เมื่อ พล.ท.มนัส เดินทางมาถึง ก็มีการพูดคุยและชี้แจงขั้นตอนในการมอบตัวว่า จะนำตัวท่านมอบให้แก่ พล.ต.อ.เอก ซึ่งถือว่าเป็นหัวหน้าชุดพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบในคดีดังกล่าว ก่อนจะส่งมอบต่อให้กับพนักงานสอบสวนในพื้นที่ภาค 9 จังหวัดสงขลา เพื่อให้ดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ทั้งนี้ยืนยันว่าใครก็ตามที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าวจะถูกออกหมายจับ เพื่อดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ในส่วนจะมีผู้บัญชาการระดับสูงร่วมด้วยหรือไม่นั้น ต้องอยู่ที่การสอบสวน และพยานหลักฐาน
 
          พล.ต.อ.สมยศ กล่าวอีกว่า เบื้องต้นเป็นเพียงการพูดคุยกับ พล.ท.มนัส ซึ่งยังไม่มีการให้การใดๆ ต้องรอการสอบปากคำของพนักงานสอบสวนอีกครั้ง และเป็นสิทธิของ พล.ท.มนัส ว่าจะให้การอย่างไร ในส่วนเงิน 14 ล้านบาทที่มีกระแสข่าวว่าพบหลักฐานโอนเข้าในบัญชีของพล.ท.มนัส นั้น ขณะนี้ยังไม่ได้สอบถามรายละเอียดเรื่องดังกล่าว เนื่องจากเป็นเพียงกระบวนการและขั้นตอนการเข้ามอบตัวทางคดีเท่านั้น อย่างไรก็ตาม พล.ท.มนัส ยังคงยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์แต่อย่างใด ในส่วนความผิดทางวินัยนั้น ทางผู้บังคับบัญชาทหารจะเป็นผู้รับผิดชอบ ตำรวจจะดูแลในส่วนของคดีเท่านั้น
 
          ด้าน พล.ต.อ.เอก กล่าวว่า สำหรับความคืบหน้าในคดีนี้ มีการออกหมายจับแล้วทั้งหมด 84 ราย สามารถจับกุม อายัดตัว และมอบตัวได้ 51 ราย และเหลือหลบหนีอีก 33 ราย โดยหลังจากนี้จะส่งต่อให้ พล.ต.ท.มนตรี โปตระนันทน์ ผบช.ภ. 9 และ พล.ต. ต.อำพล บัวรับพร ผบก.จว.สงขลา เพื่อนำตัว พล.ท.มนัส ไปยังศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้าตำรวจภูธรภาค 9 ที่สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งมีพนักงานสอบสวนและอัยการร่วมกันสอบสวน และจะมีการจัดทำบันทึกรับมอบตัว โดยมีพยานฝ่ายผู้ต้องหา ทั้งทนาย หรือทหารพระธรรมนูญร่วมรับรู้ ในขั้นตอนทั้งหมด ก่อนจะมีการแจ้งหมายจับและข้อหาแก่ พล.ท.มนัส
 
          “ผู้ต้องหามีสิทธิที่จะให้การปฏิเสธหรือรับสารภาพ โดยพนักงานสอบสวนจะบันทึกคำให้การตลอดจนคำถามที่สามารถสอบถาม ส่วนผู้ต้องหาจะให้การอย่างไร ก็เป็นสิทธิของผู้ต้องหา โดยการดำเนินการจะต้องอยู่ในกรอบระยะเวลา 48 ชั่วโมง ก่อนจะนำไปฝากขังที่ศาล ซึ่งมีระยะเวลาฝากขังได้ 84 วัน สำหรับการยื่นประกันนั้นหากผู้ต้องหาประสงค์จะยื่นประกันก็สามารถทำได้ 2 ขั้นตอน

          คือ 1.ยื่นกับพนักงานสอบสวน ซึ่งต้องมีการสอบสวนร่วมกับอัยการ และพิจารณาอีกครั้งว่าผู้ต้องหาเข้าข่ายหลบหนี หรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือไม่ และ 2.หากไม่ได้รับการประกันในชั้นพนักงานสอบสวนสามารถยื่นขอประกันในชั้นศาลได้ ซึ่งศาลจะเป็นผู้พิจารณาคำร้องว่าจะให้ประกันหรือไม่ และหากศาลชั้นต้นไม่อนุญาต สามารถส่งคำร้องไปยังศาลอุทธรณ์ได้

          อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่า พล.ท.มนัส จะยื่นหลักทรัพย์ เพื่อขอประกันตัว แต่ตำรวจยืนยันจะให้เกียรติผู้ต้องหาที่เป็นทหารชั้นผู้ใหญ่ ขณะเดียวกันก็จะดำเนินการตามมาตรฐานเดียวกับผู้ต้องหารายอื่นๆ ทั้งนี้ พล.ต.อ.สมยศ เน้นย้ำให้ดำเนินการไปตามความถูกต้องและเป็นธรรมที่สุด” พล.ต.อ.เอกกล่าว
 
          ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.จักรทิพย์ กล่าวถึงกรณีนายณัฐภัทร แสงทอง หรือ โกมิ๊ก หนึ่งในผู้ต้องหาเครือข่ายค้ามนุษย์ และถูกทางการพม่าจับกุมตัวได้ โดยขณะนี้นายณัฐภัทร ต้องถูกดำเนินคดีในข้อหาหลบหนีเข้าเมืองที่ประเทศพม่า ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างประสานกับประเทศพม่าเพื่อขออายัดตัว แต่ทางพม่าต้องตรวจสอบข้อหาว่านายณัฐภัทร มีการกระทำความผิดในเรื่องของการค้ามนุษย์ด้วยหรือไม่ ซึ่งหากพบว่ามีการกระทำความผิด ต้องรอให้ทางพม่าดำเนินคดีให้แล้วเสร็จก่อนจึงจะสามารถนำตัวส่งมาให้ตำรวจไทยได้




"รอง ผบช.ภ.8" ยัน กรณี"พล.ท.มนัส"ดำเนินตามก.ม.ไม่มีนอกกรอบ
 
          ที่ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรภาค 9 ส่วนหน้า พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ รอง ผบช.ภ.8 หัวหน้าฝ่ายสอบสวน กล่าวถึงการติดต่อเข้ามอบตัวของ พล.ท.มนัส คงแป้น ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษกองทัพบก ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับรายล่าสุด ว่า ตอนนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อเข้ามอบตัวแต่อย่างใด ส่วนขั้นตอนการดำเนินการของทางพนักงานสอบสวน หากมีการมอบตัว ก็ต้องดำเนินการตามกระบวนการขั้นตอนของข้อกฎหมายอย่างเคร่ง และจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
 
          พล.ต.ต.ปวีณ กล่าวอีกว่า สำหรับคดีนี้ มีส่วนที่กระทำความผิดนอกราชอาณาจักรด้วย ในคดีทางอัยการสูงสุดได้แต่งตั้งให้ พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบคดี การทำงานของของพนักงานสอบสวนต้องทำงานร่วมกับทางพนักงานอัยการที่เข้ามาร่วมทำคดี หากมีการประกันตัว ต้องอยู่ที่อำนาจของทาง พล.ต.อ.เอก ที่ต้องประชุมหารือกับทางพนักงานอัยการที่เข้ามาในคดี
 
          พล.ต.ต.ปวีณ กล่าวอีกว่า คดีนี้ถือว่าเป็นคดีที่สำคัญและอาชญากรรมข้ามชาติ ที่ทุกฝ่ายไม่ว่าพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการที่เข้าร่วมทำคดี ต้องทำคดีไปตามข้อกฎหมายอย่างเคร่งครัดและชัดเจน สามารถอธิบายให้สังคมทราบได้ และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ไม่มีนอกกรอบ