ข่าว

สวัสดีเศรษฐกิจ : ว่าด้วยเรื่องหนี้

สวัสดีเศรษฐกิจ : ว่าด้วยเรื่องหนี้

04 มิ.ย. 2558

สวัสดีเศรษฐกิจ : ว่าด้วยเรื่องหนี้ : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร

 
                       ผมได้อ่านบทความในวันหยุดยาวและเคยมีโอกาสไปบรรยายให้แก่นักศึกษาภาควิชาการเงิน มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง ทำให้ผมได้คิดว่า น่าจะเขียนบทความที่เกี่ยวกับการเตรียมตัวของเด็กๆ น้องๆ ที่กำลังจะจบการศึกษาและกำลังจะเข้าสู่ตลาดแรงงานในภาคของการทำงานในชีวิตจริง หรือบทความนี้ก็อาจทำให้เพื่อนๆ ที่ทำงานในระยะเริ่มต้นที่เรามักเรียกว่า “น้องใหม่ในที่ทำงาน” ได้บ้าง
 
                       เรื่องที่ผมเห็นว่าน่าสนใจคือ การสร้างความมั่งคั่ง ซึ่งการสร้างความมั่งคั่งตามเป้าหมายหากสำเร็จในเวลาที่กำหนดจะทำให้คนคนนั้นมีความ “อิสระทางการเงิน” พอมีพอกินพอใช้จ่ายจนสิ้นลมหายใจ จุดสำคัญอยู่ที่ “เริ่มก่อน-ได้เปรียบ” ถ้าจะสร้างความมั่งคั่งแบบไม่เหนื่อยนั้น อาจต้องใช้เวลา 30 ปี โดยช่วงที่ดีและเหมาะที่สุด คือ อายุ 25-39 ปี เพราะถ้ามีกระบวนการจัดการหนี้สิน เก็บเงินและลงทุนอย่างสม่ำเสมอได้สำเร็จในช่วงนี้ หลังจากนี้จะเป็นความเคยชิน ไม่รู้สึกว่าฝืนตัวเองอีกต่อไป
 
                       ลองคิดถึงเงินกู้ยืม ถ้าเราค้างชำระเงินต้นและดอกเบี้ยนั้นทบต้น ดอกเบี้ยจะทบทั้งต้นและดอกโตเร็วมาก จนผ่านไปช่วงเวลาหนึ่ง หนี้จะทบเป็นเท่าตัวและเราจะรู้สึกไม่น่าเชื่อว่าเริ่มกู้ด้วยเงินไม่เท่าไหร่และทำไมมันเป็นหนี้ก้อนใหญ่ที่กดทับเราได้ขนาดนั้น แต่หากเอาหลักการเดียวกันมาทำในด้านการออมการลงทุนแล้วเมื่อเวลานานเข้า ดอกผลจะทบทวีทั้งต้นทั้งดอกเช่นกัน
 
                       “คิดแบบง่ายๆ หากคนเราเกษียณอายุที่ 60 ปี คิดต่อไปว่าคงอยู่ได้อีกเพียงอายุ 80 ปี จะต้องกินข้าวปลาอาหารอย่างเดียว 300 บาทต่อวัน จะต้องมีอย่างน้อยปีละ 110,000 บาท X 20 ปี คิดเป็นเงิน 2.2 ล้านบาท ไม่รวมเจ็บไข้ได้ป่วยนะครับ หากเงินดังเมื่อเอาไปรวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ ซึ่งในความเป็นจริงแล้วต้องมีมากกว่านี้แน่นอน ผมขออนุญาตถามว่า เราๆ ท่านๆ มีเงินสำรองกันพอหรือยัง”
 
                       กลับมาเรื่องหนี้กันบ้างตามกฎหมายคำว่า หนี้ หมายถึง เงินหรือภาระที่ต้องชำระให้แก่เจ้าหนี้ เพราะไปเอาจากเจ้าหนี้ภายใต้ข้อผูกพันที่จะต้องมีการชำระหนี้ ดังนั้นเรื่องว่าใครอยากจะมีหนี้ต้องดูว่า กำลังของตัวเองมีความสามารถในการชำระหนี้มากน้อยเพียงใด จะไปเอาเงินที่ไหนมาใช้หนี้ ที่มาของรายได้มั่นคงสม่ำเสมอหรือมีความแน่นอนแค่ไหนเพียงพอหรือไม่ และที่สำคัญต้องจำไว้เสมอว่า จะก่อหนี้ไปทำอะไรต้องชัดเจนว่าเอาไปทำอะไร ทุกท่านต้องจำไว้ว่า ถ้าก่อหนี้แล้วไม่สามารถชำระหนี้ได้ สิ่งที่ตามมาก็คือ ความเครียด ความทุกข์ ก่อปัญหาในครอบครัว มีปัญหาทางกฎหมายตาม
 
                       ท้ายสุดจะลืมไปสิ้นว่า สิ่งเหล่านั้นตัวเองเป็นคนก่อขึ้นมาทั้งสิ้น ไม่ใช่ภัยธรรมชาติ แต่เป็นการแพ้ภัยตัวเอง และปัญหาหนี้สินเป็นปัญหาที่แก้ยาก เพราะเป็นปัญหาที่เกี่ยวกับการหารายได้ ใครที่ก่อหนี้แบบขาดความยั้งคิดหรือขาดสติ แล้วจะพบว่ามีลักษณะเหมือนว่า กู้หนี้ยืมสินไปใช้ในทางที่ผิด ไม่มีเป้าหมายในชีวิต เวลาเกิดปัญหาก็ไม่ได้คิดที่จะหาทางใช้หนี้ส่วนใหญ่ ผลของการทำแบบนี้คือ หนีหนี้ บางรายเอาแบบ “ไม่กลัว” อยากได้ไปฟ้องเอา พอเขาฟ้องแล้วจะทำยังไง หมดโอกาสเข้าถึงสินเชื่อในระบบสถาบันการเงินอย่างสิ้นเชิงต้องไปใช้เงินกู้นอกระบบ เหมือนกับวิ่งไปหาความตาย
 
 
 
 
 
---------------------
 
(สวัสดีเศรษฐกิจ : ว่าด้วยเรื่องหนี้ : โดย...สุรพล โอภาสเสถียร)