ข่าว

“ไตรรงค์”ไม่หวั่นถูกกกต.ฟันพ้นส.ส.เหตุถือหุ้นสัมปทานรัฐ

“ไตรรงค์”ไม่หวั่นถูกกกต.ฟันพ้นส.ส.เหตุถือหุ้นสัมปทานรัฐ

16 ก.ค. 2552

“ไตรรงค์”ไม่หวั่นถูก“กกต.”ฟันพ้นสภาพส.ส. เหตุถือหุ้นสัมปทานรัฐ ยันขอรอมติ“ศาลรธน.”ชี้ขาด ด้าน“จุติ” ชี้ ไม่โทษใคร เหตุตัวเองที่ไม่ดูให้ดีก่อน พร้อมลงเลือกตั้งใหม่ ด้าน“สัมพันธ์”เผย ต่อไปจะไม่ถือหุ้นอะไรแล้ว ชี้ขนาดพันธบัตรรัฐบาลตนยังไม่กล้าซื้อเลย หวั่น

(16ก.ค.) นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ผู้ถือหุ้นในบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้พ้นจากการเป็นสมาชิกภาพจากส.ส. เนื่องจากถือหุ้นในสัมปทานของรัฐว่า ผลออกมาเป็นเช่นนี้ก็ไม่เป็นไร ซึ่งตนก็ไม่ได้เห็นด้วยกับกกต.อยู่แล้ว เนื่องจากในรัฐธรรมนูญ มาตรา 269 วรรคหนึ่ง ระบุว่า นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ต้องไม่เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท หรือไม่คงไว้ซึ่งความเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทต่อไป

 นายไตรรงค์ กล่าวอีกว่า ในมาตรา 265 เกี่ยวกับคุณสมบัติของส.ส.และส.ว. โดยในวรรคที่สองระบุว่า ส.ส.หรือส.ว.ไม่รับหรือแทรกแซง หรือก้าวก่ายการเข้ารับสัมปทานจากรัฐ หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือเข้าเป็นคู่สัญญากับรัฐ หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจอันมีลักษณะเป็นการผูกขาดตัดตอน หรือเป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่รับสัมปทานหรือเข้าเป็นคู่สัญญาในลักษณะดังกล่าว ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ซึ่งในมาตราดังกล่าวไม่ได้มีคำว่าไม่คงไว้ในการถือหุ้น จึงถือว่ามีความแตกต่างกัน เพราะสามารถถือหุ้นได้โดยไม่ต้องขาย แต่ห้ามซื้อหุ้นเพิ่มเท่านั้น ซึ่งกกต.ก็มีความเห็นต่างจากคนอื่นในกรณีนี้

 “ จากนี้ไปคงต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้ชี้ขาด ว่าจะมีคำวินิจฉัยอย่างไร เป็นหุ้นเสรี หุ้นผูกขาด หรือไม่ผูกขาด แม้ว่ากกต.จะมีมติออกมาอย่างไรก็ไม่ต้องเชื่อ เพราะเป็นแค่คนไม่กี่คน ที่เขาอาจจะไม่ได้มีความรู้เรื่องหุ้น หรือตีความกฎหมายแตกต่างออกไป เรื่องนี้จึงถือเป็นบทเรียนว่าคนร่างกฎหมายควรจะเขียนกฎหมายให้ชัด อย่าให้เป็นปัญหาในการตีความในภายหลัง ” นายไตรรงค์กล่าว

 นายไตรรงค์ กล่าวต่อว่า เมื่อกกต.มีมติออกมาเช่นนี้ก็คงไม่มีผลอะไรต่อการปฏิบัติหน้าที่ของส.ส.จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญออกมาก็เท่านั้น และหากมีคำวินิจฉัยให้พ้นสมาชิกภาพ ตนซึ่งเป็นส.ส.สัดส่วนก็ต้องพ้นสภาพขาดจากการเป็นส.ส. และส.ส.สัดส่วนที่มีคะแนนรองลงมาก็ต้องเลื่อนขึ้นมาแทนที่ตน ทั้งนี้ในอนาคตเมื่อมีการเลือกตั้งตนก็พร้อมที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งใหม่

 ด้านนายจุติ ไกรฤกษ์ ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนขอน้อมรับคำวินิจฉัยของกกต. เรื่องนี้ตนจะโทษใครไม่ได้ คงจะต้องโทษตัวเองที่ไม่ดูให้ดีก่อน และเมื่อเป็นอย่างนี้ตนก็ต้องไปเลือกตั้งใหม่ ซึ่งตนได้เตรียมลงพื้นที่มาแล้ว 3 - 4 เดือน ตั้งแต่มีการพิจารณาเรื่องนี้แล้ว ส่วนจะได้กลับเข้ามาหรือไม่ตนไม่ทราบ ทั้งนี้ ก็ต้องขอโทษประชาชนที่ทำให้ต้องเสียเงินเลือกตั้งใหม่

 นายสัมพันธ์ ทองสมัคร ส.ส.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติ เป็นเรื่องธรรมชาติ ไม่ได้ว่าอะไร เมื่อกกต.วินิจฉัยว่าผิดก็ต้องเป็นไปตามนั้น ซึ่งก็ต้องไปเลือกตั้งกันใหม่ แต่กว่าจะถึงขึ้นตอนนั้นต้องอีกระยะหนึ่ง เพราะยังต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอีกครั้ง ทั้งนี้ หุ้นที่ตนถืออยู่ถือมาตั้งแต่ปี 37 แล้ว และไม่ได้เข้าไปมีอิทธิพลอะไรในบริษัท รวมทั้งคุณสมบัติของส.ส.ก็ไม่ได้เขียนตรงนี้ไว้ อย่างไรก็ตาม ต่อไปเราจะได้ไม่ถือหุ้นอะไร เพราะขนาดพันธบัตรรัฐบาลตนยังไม่กล้าซื้อเลย กลัวจะถูกกล่าวหาว่าผูกขาดกับรัฐบาล