
มติเอกฉันท์5ต่อ0ให้ถอดยศทักษิณยื่นผบ.ตร.
มติเอกฉันท์5ต่อ0ให้ถอดยศทักษิณ ยื่นผบ.ตร.พิจารณาอีกครั้ง2มิ.ย.นี้ 'ประวิตร'เชื่อไม่มีกลุ่มเคลื่อนไหว
เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล ที่ปรึกษา (สบ10) ในฐานะประธานคณะกรรมการถอดยศข้าราชการตำรวจ เปิดเผยภายหลังประชุมคณะทำงานพิจารณาการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยยืนยันว่า ที่ประขุมพิจารณาแล้วมีมติเป็นเอกฉันท์ 5 ต่อ 0 รับรองให้ถอดยศ ซึ่งที่ประขุมมีผู้แทนฝ่ายกฎหมายร่วมด้วย
พล.ต.อ.ชัยยะ กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีก่อนหน้านี้ที่มีการตีกลับหลังไม่มีการลงนามรับรองตามขั้นตอนให้ถูกต้องนั้น เนื่องจากเป็นความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับขั้นตอนทางธุรการไม่ได้มีปัญหาใดๆ ซึ่งคาดว่าในวันนี้(2 มิ.ย.)จะเรียบร้อย และสามารถส่งให้ทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติพิจารณาลงนามได้ทันที
“ทางคณะกรรมการไม่กังวลหากมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลในภายภาคหน้า เนื่องจากมีการพิจารณาอย่างตรงไปตรงมาตามข้อกฎหมาย การดำเนินการเรื่องนี้ก็ไม่มีใบสั่งใดๆ เพราะคณะทำงานมีความคิดอิสระปราศจากอคติในการดำเนินการทุกประการ” พล.ต.อ.ชัยยะ กล่าว
ผบ.ตร.รอสรุปรายงานให้ถูกต้องก่อน
พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เปิดเผยการดำเนินการพิจารณาถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ทราบจากสื่อมวลชนแล้วเกี่ยวกับเรื่อง พล.ต.อ.ชัยยะได้สรุปความเห็นว่าควรจะดำเนินตามขั้นตอนถอดยศ และชี้แจงให้ตนทราบและยื่นหนังสือมาแล้ว เป็นการลงมติของคณะกรรมการอย่างเป็นเอกฉันท์ การมีมติเป็นเอกฉันท์ และหากต้องนำเรื่องไปดำเนินการ ต้องมีการนำเรื่องไปประชุมอีกครั้งหนึ่ง เมื่อตรวจสอบแล้วมติยังไม่ได้มีการรับรอง แสดงว่ายังไม่ครบถ้วน ไม่สมบูรณ์ จึงส่งกลับไปให้ พล.ต.อ.ชัยยะ ไปสรุปรายงานให้ถูกต้อง
“อย่าเพิ่งมาวิพากวิจารณ์ว่าผมจะเซ็นให้หรือไม่ ผมมีวิจารณญาณมากพอ ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาชี้นำ ผู้บังคับบัญชาของผมมี 2 คนเท่านั้น คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ยืนยันจะทำตามความเป็นธรรม และความถูกต้อง ภายในวันนี้ผมจะทำบันทึกเร่งรัดให้ พล.ต.อ.ชัยยะ รับรองมติการถอดยศให้ถูกต้อง และเร่งนำมาเสนอโดยเร็วที่สุด" พล.ต.อ.สมยศ กล่าว
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวอีกว่า หลังจาก พล.ต.อ.ชัยยะ ส่งเรื่องกลับมาแล้วจะให้ฝ่ายกฎหมายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตรวจสอบข้อกฎหมายว่าถูกต้องตามข้อกฎหมายที่คณะกรรมการพิจารณาอ้างถึงไหม ยืนยันดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งต้องมีการพิจารณาให้รอบคอบ ไม่ใช่ตรายางที่จะเอาแต่ปั้ม ทุกคนมีสิทธิ์ของตนเองที่จะปกป้อง ในฐานะ ผบ.ตร. ก็ปกป้องสิทธิ์ตนเองในการตรวจสอบให้รอบคอบ หากเซ็นไปแล้วเกิดปัญหาขึ้น คนที่โดนฟ้องคือตน ใน 4 เดือนหลังจากนี้อยากลงจากตำแหน่ง ผบ.ตร. โดยไม่ต้องขึ้นศาล
ด้าน พล.ต.อ.ชัยยะ กล่าวว่า คณะกรรมการได้มีการพิจารณามีมติเอกฉันท์ในเรื่องของการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น ขอยืนยันอีกครั้งว่าเป็นเอกฉันท์ ทุกสิ่งทุกอย่างจบลงไปหมดแล้ว ในส่วนความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับเรื่องงานด้านธุรการนั้นก็ได้มีความเข้าใจกัน สำหรับวันนี้ก็เรียบร้อยทุกอย่าง คงไม่มีประเด็นอะไรเพิ่มเติม เพราะในส่วนของประเด็นข้อกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องได้มีการพิจารณาไปเรียบร้อยแล้ว มีความเห็นสอดคล้องตรงกัน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมไม่เซ็นรับรองมติ พล.ต.อ.ชัยยะ ตอบว่า ในส่วนนั้นขอเรียนว่าเป็นการเข้าใจคลาดเคลื่อนทางด้านธุรการเท่านั้นเอง ไม่ใช่เนื้อหาสาระในการพิจารณาแต่อย่างใด ผู้สื่อข่าวจึงถามอีกว่า หมายความว่าคณะกรรมการก็พร้อมที่จะเซ็น แต่ที่ไม่เซ็นเพราะกลัวว่าถูกเช็คบิลย้อนหลัง พล.ต.อ.ชัยยะ ก็ตอบว่า ไม่ใช่เลย ยืนยันข้อเท็จจริงทั้งหมดเลยว่า ในส่วนนี้เป็นการเข้าใจคลาดเคลื่อนในงานธุรการ ถ้าพูดอย่างงี้ต่อไปทางสังคมก็คงจะตอบว่างานธุรการคืออะไร
“ในกรณีการประชุมทุกครั้ง ก่อนเข้าประชุมผู้เข้าร่วมประชุมทุกคนต้องเซ็นชื่อในการเข้าประชุม การเข้าประชุมนั้นก็มีการอภิปรายกันกว้างขวาง ทุกๆคนในฐานะที่เป็นคณะกรรมการในที่สุดก็มีมติเอกฉันท์คือทุกคนแสดงความคิดเห็นเสร็จแล้ว ก็เสนอว่ากรณีดังกล่าวนั้นข้อกฎหมายและข้อระเบียบในการเสนอการถอดยศ เรามีมติเอกฉันท์ทั้งหมดที่เข้าร่วมประชุมมีผู้แทนของฝ่ายกฎหมายทั้งหมด 6 ท่าน แต่เข้าร่วมประชุม 5 ท่าน ขาดผู้เข้าร่วมไป 1 ท่าน” พล.ต.อ.ชัยยะ กล่าว
พล.ต.อ.ชัยยะ กล่าวต่อว่า มติการถอดยศของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชัดเจนเรียบร้อย ส่วนอำนาจตามกฎหมายเป็นอำนาจของ ผบ.ตร. ส่วนตนในฐานะคณะทำงานได้รับมอบหมายให้พิจารณาว่าเกี่ยวกับระเบียบ หรือกฎหมายในเรื่องนี้หรือไม่ แต่ในส่วนของคณะกรรมการชุดนี้ได้มีการพิจารณาเรียบร้อยแล้วก็เป็นเอกฉันท์ และภายในวันนี้(2 มิ.ย.) จะส่งเรื่องให้กับ ผบ.ตร. ในส่วนของความผิดที่อดีตนายกทำผิดนั้น ได้ส่งข้อมูลให้สื่อมวลชนเรียบร้อยแล้วตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ตนพร้อมคณะกรรมการพิจารณาเรื่องดังกล่าว ไม่มีความกังวล แม้ในอนาคตจะมีการเปลี่ยนรัฐบาล เนื่องจากได้พิจารณาแบบตรงไปตรงมาตามข้อกฎหมาย ใครมาดูก็คงเข้าใจ ถ้าคนได้มีการศึกษาข้อมูลและได้ดูในข้อกฎหมายต่างๆ มาเป็นบอร์ดในการพิจารณาก็คงเข้าใจในส่วนนี้ ข้อเท็จจริงปรากฏ พฤติกรรมปรากฏ ข้อกฎหมายระเบียบที่เกี่ยวข้องปรากฏ โดยได้พิจารณาองค์รวมทั้งหมดทุกๆด้าน ไม่ว่าเจตนารมณ์ของระเบียบและข้อกฎหมายต่างๆ
"ส่วนเรื่องจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ผมไม่มีอำนาจในการนำเสนอ ในบอร์ดของเรามีการพิจารณา เราก็มีการเคารพทุกๆส่วน เรื่องนี้มีการพิจารณากันหลายครั้งหลายรัฐบาลที่ผ่านมา แต่ไม่ประสบผลสำเร็จ พอมาทุกวันนี้ได้มีการพิจารณามีมติให้ถอดยศเป็นเอกฉันท์ หลายคนหรือประชาชนอาจเข้าใจว่ามีการเร่งรัด หรือสั่งการ ซึ่งผมขอยืนยันว่าไม่มี เพราะที่ผ่านมาเรื่องนี้ยังไม่เคยมีการพิจารณาแม้แต่ครั้งเดียว และในเรื่อง (6) ยังไม่มีการพิจารณา มีครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้รับการแต่งตั้งโดย ผบ.ตร. เป็นคณะทำงานจริงๆ มีทุกส่วน และการทำงานครั้งนี้ไม่มีอคติใดๆในการพิจารณา เรื่องนี้ไม่มีใบสั่ง ไม่มีอะไรใดๆทั้งสิ้น เป็นความคิดที่อิสระจริงๆ และเป็นการให้อภิปรายของแต่ละท่านที่เป็นคณะกรรมการอย่างโปร่งใส" พล.ต.อ.ชัยยะ กล่าวยืนยัน
ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เรื่องนี้อย่ามาถามตน ต้องไปถามกระทรวงการต่างประเทศ ตนบอกได้แค่ว่าเป็นอย่างไร ส่วนการดำเนินการเป็นเรื่องของกระทรวงการต่างประเทศดำเนินการตามกฎหมาย เรื่องนี้ไม่ต้องห่วง ส่วนการดูแลสถานการณ์ภายในประเทศที่เกรงว่าจะมีกลุ่มต่างๆ ออกมาเคลื่อนไหวหลังจากนี้นั้น ตนเชื่อว่าไม่มีอะไร เพราะเจ้าหน้าที่ทำตามกฎหมาย ซึ่งประชาชนทุกคนคงรู้ รัฐบาลชุดนี้ไม่มีการกลั่นแกล้งและแก้แค้น ทุกอย่างทำขึ้นเพื่อให้เกิดความมั่นคงในอนาคต
พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาคดีความมั่นคงในราชอาณาจักร หรือคดีความผิดตามมาตรา 112 กล่าวถึงกรณี ที่พ.ต.ท ทักษิณ ให้สัมภาษณ์ปรากฎในสื่อที่ประเทศเกาหลีใต้ ที่อาจจะเป็นการเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 112 ว่า ในขณะนี้ตนได้เร่งสั่งการให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการ ไปตรวจสอบรายละเอียดเนื้อหาในการให้สัมภาษณ์แล้ว ซึ่งจะเป็นการกระทำที่เข้าข่ายความผิดตามมาตรา112หรือไม่นั้น ขณะนี้กำลังรอรายงานจากทางอธิบดีดีเอสไออยู่ โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็ว ๆ นี้



