
โรฮิงญาประท้วงทำลายทรัพย์สิน
"โรฮิงญา"ที่สุราษฎร์ธานีเกือบ100คนรวมตัวประท้วงทุบทำลายเรือนนอนเหตุไม่พอใจขอเอาอาหารไปกินในเรือนนอนไม่ได้เรียกร้องขอไปประเทศที่3แต่ระบุขอไปมาเลเซียไม่ไปอเมริกา
ต่อมานายวิชวุทย์ จินโต รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีพร้อม พล.ต.ต.อภิชาต บุญศรีโรจน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรสุราษฎร์ธานี นำกำลังตำรวจ จาก สภ.ขุนทะเล และ สภ.เมืองสุราษฎร์กว่า 50 นาย เข้าคุมสถานการณ์ เจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง จึงควบคุมสถานการณ์ได้
โดยนำตัวแกนนำจำนวน 5 คน แยกออกจากกลุ่มมาทำการสอบสวน พร้อมนำลวดหนามมาปิดล้อมตัวอาคาร และแสงไฟส่องสว่างจาก ปภ.เขต 11 มาให้แสงสว่างรอบตัวอาคารและจัดกำลังจำนวน 30 นาย ดูแลป้องกันเหตุกลุ่มโรฮินจาหลบหนีออกจากเรือนนอน
ส่วนสาเหตุการประท้วงจากเหตุไม่พอใจที่ขอนำอาหารเข้ากินในเรือนนอนไม่ได้ จึงไม่พอใจรวมตัวประท้วงพร้อมเรียกร้องขอไปประเทศที่ 3 โดยระบุจะไปประเทศมาเลเซียไม่ขอไปสหรัฐอเมริกา เจ้าหน้าที่เตรียมส่งแยกแกนนำไปควบคุมตัวที่อื่นสำหรับโรฮิงญาที่บ้านศรีสุราษฎร์ธานีที่ถูกควบอยู่สถานที่แห่งนี้เป็นหญิงและเด็กจำนวน 94 คน เป็นผู้ที่ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์จำนวน 35 คน ที่เหลือเป็นผู้ที่หลบหนีเข้าเมือง และมีความพยายามหลบหนีออกจากที่ควบมาหลายครั้ง
เชิญทูต50ปท.แจงข้อเท็จจริงดำเนินการโรฮิงญา
พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้เชิญผู้แทนจากประเทศต่างๆ รวม 25 ประเทศ และองค์กรระหว่างประเทศ อาทิ ตำรวจสากล และสหประชาติ เพื่อเข้ารับทราบสภาพปัญหา รวมทั้งแนวทางดำเนินการในเรื่องการสืบสวนสอบสวนขยายผลเครือข่ายผู้กระทำผิด การค้นหาแหล่งพักพิงที่ผิดกฎหมาย รวมถึงการสืบสวนติดตามจับกุมผู้กระทำผิด และการบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแสดงให้เห็นว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และรัฐบาล มีความจริงใจในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ทั้งระดับนโยบายและระดับปฏิบัติการ ซึ่งตำรวจได้มีการติดตามจับกุมเครือข่ายผู้กระทำผิดอย่างจริงจังต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ระดับนายทุนที่มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลัง และข้าราชการที่มีส่วนรู้เห็นในการลักลอบกระทำผิด โดยขณะนี้ ออกหมายจับแล้ว 84 หมาย จับกุมได้ 51 ราย อยู่ระหว่างติดตามจับกุม 33 ราย รวมทั้ง จะมีการชี้แจงมาตรการแนวทางปฏิบัติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในระยะต่อไป เพื่อทำความเข้าใจและแสดงความจริงใจ พร้อมกันนี้ยังตอบข้อสงสัยต่อการทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ



