
ไทยทีวี โชคดีที่ตายก่อน
02 มิ.ย. 2558
จอกอ : ไทยทีวี โชคดีที่ตายก่อน : Chairman NPCT(2013-2015) facebook/twitter chakkrish
ข้ามปีมาไม่กี่วัน ทีวีดิจิทัลอย่างน้อย 2 ช่อง ก็ “ตายจริง” ให้เห็นแล้ว หลังจากส่งสัญญาณมาเป็นระยะ ความไม่พร้อมของ กสทช.ในการนำร่องให้สถานีทีวีดิจิทัลได้เติบโตขยายตัวในช่วงเปลี่ยนผ่านจากระบบอนาล็อก ก็เป็นเหตุผลหนึ่ง
แต่เรื่องของคุณภาพเนื้อหา รายการ ที่ไม่โดดเด่น ไม่แปลกใหม่ จนกระทั่งไม่สามารถทดแทนสิ่งที่เคยมีอยู่ในฟรีทีวีเดิม ก็เป็นเหตุผลที่ต้องยอมรับสภาพ สำหรับนักลงทุนไล่ล่าความฝัน
การขยายตัวของทีวีช่องใหม่ 24 ช่องพร้อมกัน ในขณะที่มีคนจำนวนจำกัด ที่มีความรู้ ความเข้าใจในการทำทีวี ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวแรงงานในอุตสาหกรรมสื่อทีวีจำนวนมาก ทว่ามนุษย์ทองคำหลายคนก็ไม่ได้แก่กล้าพอที่จะคิดอ่าน สร้างสรรค์รายการฉีกไปจากที่กลุ่มผู้บริโภคข่าวสารคุ้นเคยจากช่องฟรีทีวีเดิม
ดังนั้น ตัวเลขจำนวนคนดูที่ปรากฏในช่วงต้นๆของการเปิดตัวทีวีดิจิทัล ที่ไหลไปทีวีระบบใหม่ และไหลย้อนกลับมาฟรีทีวีเดิม ก็เป็นดัชนีที่พอจะชี้วัดได้ว่า ทีวีดิจิทัลทั้งระบบ ไม่เฉพาะไทยทีวี-โลก้า ที่ประกาศหยุดตัวเองเท่านั้น มีอนาคตที่น่าสะพรึงกลัวพอสมควรสำหรับทีวีตระกูล คม-ชัด ทุกช่องด้วย
หนังสือ 2 ฉบับ ที่ พันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย ประธานกรรมการบริหารบริษัท ไทยทีวี จำกัด มีไปถึง กสทช. ขอยกเลิกใบอนุญาตและการประกอบกิจการ อธิบายเหตุผลว่า เพราะ กสทช. ไม่สามารถดูแลการเปลี่ยนผ่านจากอนาล็อก มาสู่ดิจิทัลได้อย่างที่คาดหวัง
“กสทช.มิได้ดำเนินการใดๆ เพื่อให้มีการควบคุมหรือกำกับ ดูแลการเปลี่ยนผ่านระบบการรับชมสัญญาณโทรทัศน์ในระบบภาคพื้นดิน ไปสู่การรับส่งสัญญาณระบบดิจิทัล ให้เป็นไปตามกฎหมายและแผนแม่บท..”
คำว่าดูแลการเปลี่ยนผ่าน หมายถึง การทำให้คนสามารถเข้าถึงทีวีดิจิทัล ได้เป็นกลุ่มก้อน เพียงพอที่จะมีตัวเลขเรตติ้งไปแลกกับโฆษณา ด้วยการจัดการของ กสทช.ที่ต้องไปพิสูจน์กันในศาลปกครอง
แต่ในแง่คนดูไม่ว่าจะดูผ่านดาวเทียม หรือกล่องรับสัญญาณของ กสทช. เมื่อพวกเขาแวะเข้ามาแล้ว กลับไปดูช่อง 7 ช่อง 3 โดยเฉพาะช่อง 7 ที่แข็งแกร่งอย่างยิ่งในเรื่องข่าว และละครหลังข่าว ที่ยังสามารถสะกดชาวบ้าน ร้านตลาด ให้อยู่หน้าจอได้ ทีวีดิจิทัลก็กลายเป็น “ตัวเลือก” ไม่ใช่ “ตัวจริง”
เรียกว่า แบรนด์รอยัลตี้ ช่อง 3 ช่อง 7 ยังเหนียวแน่น แต่ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับว่า ช่อง 5, 9 ไทยพีบีเอส ก็ถูกทีวีดิจิทัล บดบังรัศมี และส่งผลสะเทือนพอสมควรทั้งในแง่คนดู และผู้จัดรายการเช่น เวิร์คพอยท์ ที่ยกรายการกลับไปบ้านตัวเอง
อีกมุมหนึ่งที่อาจถกเถียงกันได้ ก็คือ น่าจะเหลือคนไม่มากนักในยุคสมัยแห่งเทคโนโลยีการสื่อสาร ที่พึ่งพาระบบการสื่อสาร หรือเข้าถึงช่องทางสาร ที่ยังอยู่ภายใต้เงื่อนไขของเวลา และสถานที่
แปลว่า ไม่ว่าจะเป็นข่าว สาระบันเทิง กีฬา วัฒนธรรม ไม่จำเป็นจะต้องดูทีวีดิจิทัล หรือแม้แต่ฟรีทีวีเดิมที่มีโปรแกรมแน่นอน มีหน้าจอขนาดใหญ่ที่ต้องตั้งวางอยู่อย่างถาวร เพราะความก้าวหน้าของสมาร์ทโฟน หรืออุปกรณ์การสื่อสารแบบพกพา
นี่ยังไม่พูดถึงทีวีดาวเทียม ที่มีอีกนับร้อยช่อง รวมไปถึงทีวีในต่างประเทศที่ดาวเทียมสามารถสอยสัญญาณลงมาให้คนไทยได้ดูอย่าง คม-ชัด เหมือนสถานีส่งสัญญาณตั้งอยู่หน้าบ้าน
ทีวีดิจิทัล เป็นทางเลือกที่ดีที่ปฏิเสธไม่ได้ เพราะเป็นช่องทางในการที่ผู้ประกอบการรายใหม่จะสร้างสรรค์รายการคุณภาพ เพื่อทดแทนรายการที่ซ้ำซากจำเจ หรือละครยุงชุมในสถานีฟรีทีวีเดิม แต่เมื่อดิจิทัลทีวีเดินเต็มระบบ กลับไม่เห็นภาพเช่นนั้นชัดเจน หรือสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคให้มาตื่นเต้นเร้าใจกับดิจิทัลทีวีได้
ตรงกันข้ามบางช่องรายการกลับทำให้ถวิลหาทีวีช่องเก่า ที่ให้การเคารพคนดูมากกว่า มีกาลเทศะมากกว่า เช่น ไม่ใช้ผู้ประกาศนุ่งน้อย ห่มน้อยมาทำรายการพยากรณ์อากาศ ไม่เอาตลกมาอ่านข่าว ไม่มากมายด้วยเพศที่สาม จนล้นเกินสำหรับสังคมไทยที่ยังก้ำกึ่งอยู่ระหว่างการยอมรับหรือไม่ยอมรับ
ดังนั้น หากมองอีกมุมหนึ่ง การล่าถอยของไทยทีวี-โลก้า อาจเป็นการมองอนาคตบนฐานความเป็นจริง หลังจากลองผิด ลองถูกมาแล้วหนึ่งปีเต็ม
และบางที เจ๊ติ๋ม อาจคิดถูกก็ได้ว่า โชคดีที่ตายก่อน
---------------------
(จอกอ : ไทยทีวี โชคดีที่ตายก่อน : Chairman NPCT(2013-2015) facebook/twitter chakkrish)



