ข่าว

ร่วมพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว รับวันสิ่งแวดล้อมโลก

ร่วมพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว รับวันสิ่งแวดล้อมโลก

03 มิ.ย. 2558

เล่าสู่กันฟัง : ร่วมพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว รับวันสิ่งแวดล้อมโลก : โดย...บัญญัติ คำนูณวัฒน์

 
                      “ย่างเข้าเดือนหก ฝนก็ตกพรำๆ” เวลานี้ เดือนนี้ ในอดีตเราจะร้องเพลงนี้ในอากาศเย็นสบายๆ กับสายฝน แต่ปัจจุบันคงต้องร้องเพลงนี้ขณะที่แดดจ้าจนแสบตา อากาศร้อนอบอ้าวจนแทบไม่อยากก้าวเท้าออกจากบ้านหรือที่ทำงานในตอนกลางวัน สาเหตุที่ทำให้ร้อนแบบนี้ส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะปรากฏการณ์เอลนีโญ ที่เกิดขึ้นเพราะกระแสน้ำอุ่นพัดแทนที่กระแสน้ำเย็น ทำให้ฤดูกาลคลาดเคลื่อนไป แต่นี่เป็นเพียงจุดเล็กๆ ที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน
 
                      ประเด็นสำคัญอยู่ที่ปริมาณการใช้ทรัพยากรธรรมชาติสูงขึ้นและมีการทำลายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ “ป่าไม้” ข้อมูลจากกรมป่าไม้ชี้ว่าในรอบ 7 ปีที่ผ่านมาพื้นที่ป่าของไทยลดลงไปกว่า 5 ล้านไร่ และเรื่องการลักลอบตัดไม้ไปขายก็เป็นมหากาพย์ที่แก้ไม่จบ เพราะเมื่อมีคนต้องการซื้อ ย่อมมีคนพยายามขวนขวายหามาขายจนได้ โดยเฉพาะไม้พะยูง ไม้ทำเงิน ราคาลูกบาศก์เมตรละ 100,000–1,000,000 บาท ในปีที่ผ่านจับผู้ลักลอบได้กว่า 1,368 คดี แน่นอนว่าเมื่อขาดผืนป่าย่อมส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมตามมาด้วยความรุนแรงจากภัยธรรมชาติที่เพิ่มขึ้น
 
                      กรมควบคุมมลพิษ เคยออกมาบอกว่าคนไทยมีพฤติกรรมสร้างขยะในแต่ละวันเพิ่มขึ้น และปริมาณขยะทั้งประเทศสะสมเกือบจะเท่ากับตึกใบหยก 2 หรือสูงถึง 882 เมตร รวมถึงขยะพลาสติกหรือโฟม ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ใช้ง่ายแต่กำจัดได้ยาก ใช้เวลาย่อยสลายนานกว่า 450 ปี นอกจากนี้ยังมีเรื่องการใช้รถส่วนตัวในการสัญจรบนท้องถนนเพิ่มขึ้น 8.6 ล้านคัน รถยนต์เหล่านี้ปล่อยมลพิษออกมาทุกวัน ฯลฯ สาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน หลากหลายพฤติกรรมที่ทำให้ เราๆ ท่านๆ บ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า “ร้อนมาก” ยังร้อนได้อีก เพราะผลการศึกษาขององค์การเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐอเมริกา (USAID) ระบุว่าอีก 40 ปีข้างหน้าสภาพภูมิอากาศในลุ่มน้ำโขงตอนล่างจะสูงขึ้นอีก 4-6 องศา นึกภาพไม่ออกเลยว่าจะอยู่อย่างไร ถ้าอากาศร้อนแบบนั้น
 
                      จึงอยากให้ เราๆ ท่านๆ หันมาร่วมกันรับผิดชอบตั้งแต่วันนี้ ในสัปดาห์วันสิ่งแวดล้อมโลก โดยร่วมกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ร่วมกันเดินหน้าเศรษฐกิจสีเขียว... เริ่มจากภาครัฐ จะต้องเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสีเขียว ด้วยการตั้งเป้าให้มีพื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้น, ส่งเสริมให้คนขับขี่จักรยานแทนการใช้รถยนต์ส่วนตัว, จัดเขตฟรีโซนปลอดการใช้รถยนต์, ขยายเส้นทางรถไฟฟ้าหรือรถไฟใต้ดิน สนับสนุนภาคธุรกิจให้หันมาใช้พลังงานธรรมชาติ และต้องมีส่วนร่วมในเชิงปฏิบัติ สนับสนุนส่งเสริมด้านความรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกับภาคเอกชน เพื่อจะได้ติดตามและร่วมกันวิเคราะห์ด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งถือเป็นการผนึกกำลังร่วมกันผลักดันประเทศเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจสีเขียวให้ได้
 
                      ถัดมาที่ภาคธุรกิจ เท่าที่ทราบมา...มีหลายองค์กรที่มีนโยบายเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจังและชัดเจนมานานพอสมควร อาทิ ปตท.ก็จะร่วมกันปลูกป่า, เอสซีจี ร่วมกันทำฝายรักษาแหล่งน้ำ, โตโยต้า ก็จะเน้นที่ถนนสีขาวเพื่อความปลอดภัย, ซีพี ออลล์ รณรงค์เชิญชวนคนไทยลดใช้ถุงพลาสติก และยังมีหลายหน่วยงานหลายภาคส่วนของสังคมที่ร่วมกันใส่ใจสิ่งแวดล้อม ที่ทำดีแล้วก็ควรทำต่อไปอย่างจริงจังและยั่งยืน เพราะการจะลดภาวะโลกร้อน ไม่ใช่แค่ปลูกป่าทดแทน ไม่ใช่แค่ประหยัดน้ำ ไม่ใช่แค่ลดขยะ ไม่ใช่แค่ลดการใช้พลังงาน และไม่ใช่แค่ วันนี้ วันเดียว แต่ต้องทำในองค์รวม ทำพร้อมๆ กันในหลายๆ ด้าน ทำอย่างจริงจังและต่อเนื่องไปตลอด
 
                      ยังไม่สายหากวันนี้ เราๆ ท่านๆ จะมีส่วนร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อมในทุกกิจกรรมของการใช้ชีวิต เริ่มจากวันสิ่งแวดล้อมโลก และต่อไปทุกๆ วันเพื่อโลกของเรา เพื่อลูกหลานของเรา
 
 
 
 
 
---------------------
 
(เล่าสู่กันฟัง : ร่วมพัฒนาเศรษฐกิจสีเขียว รับวันสิ่งแวดล้อมโลก : โดย...บัญญัติ คำนูณวัฒน์)