
'กมธ.ยกร่างฯ'รับฟังทุกความเห็น
01 มิ.ย. 2558
'เลิศรัตน์' ยัน กมธ.ยกร่างฯ รับฟังทุกความเห็น สปช.เตรียมแจงแก้ไข 40 มาตรา ขู่เมินแก้ปม 'นายกฯ คนนอก - ส.ว.สรรหา' ไม่ผ่านโหวต
1 มิ.ย. 58 พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ในวันที่ 2 - 6 มิ.ย.นี้ ที่ กมธ.ยกร่างฯ จะพิจารณาคำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญจากสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) นั้น เป็นการเชิญมาเพื่อทำความเข้าใจในข้อมูลทั้งของ สปช.และ ครม. โดย กมธ.ยกร่างฯ จะได้รับทราบเหตุผลในการขอแก้ไขเพิ่มเติมในประเด็นต่างๆ ซึ่งการพิจารณาดังกล่าวถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะได้แลกเปลี่ยนกัน และเป็นสิ่งที่ กมธ.ยกร่างฯ ต้องรับฟัง ทั้งนี้ ยืนยันว่า กมธ.ยกร่างฯ ให้ความสำคัญ และรับฟังในทุกกระบวนการ ทุกข้อคิดเห็นที่เสนอขอปรับแก้เข้ามายัง กมธ.ยกร่างฯ อีกทั้งที่ผ่านมา กมธ.ยกร่างฯ มีความพยายามทำงานอย่างหนักในการรับฟังความเห็น
เมื่อถามว่า สปช.บางคนออกมาระบุว่า กมธ.ยกร่างฯ อย่าชะล่าใจว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่าน หากไม่มีการปรับแก้ หรืออาจถูกลอยแพ พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวว่า ตนไม่ได้ติดตามว่าใครพูดอะไร และไม่อยากโต้ตอบกันไปมา เพราะเป็นความเห็นส่วนบุคคล ซึ่งทุกคนมีสิทธิ์ที่จะพูด
สปช.เตรียมทีมชี้แจงประเด็นแก้ไข 40 มาตรา
นายธีรยุทธ์ หล่อเลิศรัตน์ ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวถึงการเดินทางไปชี้แจงคำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ในช่วงบ่ายของวันอังคารที่ 2 มิ.ย.ว่า กมธ.ยกร่างฯ ได้กำหนดให้แต่ละกลุ่มที่ได้ยื่นคำขอแก้ไขฯ มีผู้ชี้แจงได้ไม่เกิน 5 คน โดยกลุ่มของตน มีตนที่จะไปชี้แจง พร้อมด้วยนางผาณิต นิติทัณฑ์ประภาศ รองประธานกรรมาธิการฯ , นายไพโรจน์ พรหมสาส์น รองประธานกรรมาธิการฯ , พ.ต.ต.ยงยุทธ สาระสมบัติ ประธานคณะอนุกรรมาธิการจัดทำกฎหมายว่าด้วยยุทธศาสตร์ชาติ และนายพิสิฐ ลี้อาธรรม สปช.ด้านเศรษฐกิจ โดยจะแบ่งเนื้อหาการชี้แจง คือ ตนจะชี้แจงในภาพรวม นางผาณิต และนายไพโรจน์ จะชี้แจงถึงประเด็นการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน การบริหารงานท้องถิ่น พ.ต.ต.ยงยุทธ จะชี้แจงในประเด็นยุทธศาสตร์ในการพัฒนาชาติในร่างรัฐธรรมนูญ และนายพิสิฐ จะชี้แจงถึงประเด็นการปฏิรูปการเงิน การคลัง และงบประมาณ
นายธีรยุทธ์ กล่าวว่า ทางกลุ่มได้ยื่นคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวกับประเด็นการบริหารราชการแผ่นดิน 40 มาตรา โดยเห็นว่า ประเด็นที่ไม่เห็นด้วยมากที่สุดก็คือการที่ กมธ.ยกร่างฯ กำหนดให้มี 'องค์กรบริหารพัฒนาภาค' ทำหน้าที่สนับสนุนการพัฒนาจังหวัดต่างๆ ที่ตั้งอยู่ในภาค และกำกับดูแลหน่วยงานของรัฐในพื้นที่ จัดทำแผนและบริหารงบประมาณแบบพื้นที่ เพื่อดำเนินการพัฒนาภาคที่สอดคล้องกับแผนพัฒนาประเทศ เพราะเกรงว่าอาจจะมีบทบาทหน้าที่ที่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่นๆ ในการบริหารงานส่วนภูมิภาค ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (2 มิ.ย.) ทางกลุ่มหวังว่าทาง กมธ.ยกร่างฯ จะรับฟังเหตุผลของทางกลุ่ม เพื่อที่จะนำไปปรับปรุงแก้ไขในร่างรัฐธรรมนูญต่อไป ซึ่งยืนยันว่าทางกลุ่มจะพยายามทำอย่างเต็มที่ แต่ทั้งนี้ต้องรอดูว่าทาง กมธ.ยกร่างฯ จะมีท่าทีอย่างไร
ขู่เมินแก้ปม 'นายกฯ คนนอก - ส.ว.สรรหา' ไม่ผ่านโหวต
นายดิเรก ถึงฝั่ง สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง สปช. กล่าวถึงการชี้แจงคำขอแก้ไขรัฐธรรมนูญของ กมธ.ปฏิรูปการเมือง และ กมธ.ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ต่อคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 4 มิ.ย.ว่า กมธ.ทั้งสองคณะ จะส่งตัวแทน 5 คน ไปชี้แจงต่อ กมธ.ยกร่างฯ คือ ตน นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ , นายนิรันดร์ พันทรกิจ , นายเสรี สุวรรณภานนท์ และนายประสิทธิ์ ปทุมารักษ์ โดยประเด็นหลักๆ ที่จะไปชี้แจง คือ การคัดค้านเรื่องนายกฯ คนนอก การตัดทิ้งกลุ่มการเมือง การตัดมาตรา 181 - 182 การลดอำนาจ ส.ว.สรรหา เชื่อว่า ประเด็นที่ทักท้วงไปจะได้รับการแก้ไขทบทวนและแก้ไขจาก กมธ.ยกร่างฯ เพราะเนื้อหาที่เสนอไปมีความใกล้เคียงกับประเด็นที่ ครม.และฝ่ายต่างๆ คัดค้านเช่นกัน
นายดิเรก กล่าวว่า เท่าที่ดูเบื้องต้นเชื่อว่า ประเด็นที่ กมธ.ยกร่างฯ จะไม่ยอมแก้ไข คือ นายกฯ คนนอก และการมี ส.ว.สรรหา แต่หากว่า กมธ.ยกร่างฯ ยอมทบทวนผ่อนปรนเนื้อหาลงมาบ้าง โดยนำเรื่องนายกฯ คนนอก ไปเขียนในบทเฉพาะกาล ที่ต้องใช้เสียงสภาผู้แทนราษฎรรับรอง 2 ใน 3 ไม่ใช่นำเรื่องนายกฯ คนนอก ไประบุอยู่ในเนื้อหารัฐธรรมนูญ หรือกรณี ส.ว.สรรหา ถ้ามีการแก้ไขลดอำนาจ ส.ว.สรรหา ไม่ให้มีอำนาจถอดถอน เสนอกฎหมาย หรือกลั่นกรองประวัติ ครม. เราก็ยอมรับในเนื้อหาได้ เพราะ กมธ.ปฏิรูปการเมือง และ กมธ.ปฏิรูปกฎหมายฯ ไม่ได้จะดึงดันคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ และเชื่อว่า สปช.จะยกมือโหวตผ่านร่างรธน.ให้ แต่ถ้า กมธ.ยกร่างฯ ยังยืนยันในหลักการเดิมทั้งหมด โดยไม่มีเหตุผลรองรับ มีความเป็นไปได้ที่จะไม่ยกมือให้



