ข่าว

ฐานลอยน้ำ 'ร.ล.อ่างทอง' ภารกิจเพื่อมนุษยธรรม

ฐานลอยน้ำ 'ร.ล.อ่างทอง' ภารกิจเพื่อมนุษยธรรม

01 มิ.ย. 2558

ฐานลอยน้ำ 'ร.ล.อ่างทอง' ภารกิจเพื่อมนุษยธรรม : โดย...สาลินี ปราบ

 
                     ตามนโยบายของรัฐบาลในการแก้ปัญหาผู้อพยพชาวโรฮิงญา ในพื้นที่ทะเลอันดามัน โดยมอบหมายให้กองทัพไทยจัดตั้ง "ศูนย์อำนวยการลาดตระเวนและช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมผู้โยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติในมหาสมุทรอินเดีย" โดยมีกองทัพเรือทำหน้าที่เป็นศูนย์อำนวยการลาดตระเวนและช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมผู้โยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติ ซึ่งกองทัพเรือทำหน้าที่ในการปฏิบัติการทางเรือและทางอากาศยานในพื้นที่รับผิดชอบด้านทะเลอันดามัน การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมตามหลักสากล การปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับผู้หลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมายการบูรณาการและประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
 
                     พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้สั่งการให้ทัพเรือภาคที่ 3 โดย พล.ร.ท.สายันต์ ประสงค์สำเร็จ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 จัดตั้ง “ศูนย์ปฏิบัติการลาดตระเวนและช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมผู้โยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติในมหาสมุทรอินเดีย ทัพเรือภาคที่ 3” มีการประกอบกำลัง ดังนี้ หมวดเรือเฉพาะกิจลาดตระเวนและช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมผู้โยกย้ายถิ่นฐานฯ ประกอบด้วย เรือจำนวน 7 ลำ ได้แก่ เรือหลวงสายบุรี เรือหลวงอ่างทอง เรือหลวงทยานชล เรือหลวงมันกลาง เรือ ต.993 เรือ ต.220 และเรือ กร.304 กำลังพลรวมทั้งสิ้นราว 600 นาย กับ หมวดบินเฉพาะกิจลาดตระเวนและช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมผู้โยกย้ายถิ่นฐานฯ ประกอบด้วย อากาศยาน จำนวน 4 เครื่อง เป็นเครื่องบินลาดตระเวนตรวจการณ์และเฮลิคอปเตอร์ลำเลียง 
 
                     ทั้งนี้ ปฏิบัติการได้เริ่มตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เพื่อปฏิบัติภารกิจในการค้นหา ให้ความช่วยเหลือและอำนวยความสะดวกแก่ผู้อพยพชาวโรฮิงญาในพื้นที่รับผิดชอบด้านทะเลอันดามัน จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงจากหน่วยเหนือ
 
                     และเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม พล.ร.ต.สมชาย ณ บางช้าง เสนาธิการ ทัพเรือภาคที่ 3 ได้นำคณะสื่อมวลชนเข้าชมปฏิบัติการทางเรือและการปฏิบัติการทางอากาศ ตลอดจนการลำเลียงชุดแพทย์ เครื่องมือแพทย์ และเครื่องอุปโภคบริโภคไปยังจุดทอดสมอของ ร.ล.อ่างทอง บริเวณเกาะตะเภาน้อย ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต ที่จะใช้เป็นฐานปฏิบัติการลอยน้ำของหมวดเรือเฉพาะกิจลาดตระเวนและช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม โดยมีการบรรยายสรุปเกี่ยวกับสมรรถนะของ ร.ล.อ่างทอง เช่น การจัดตั้งโรงพยาบาลสนามกลางทะเล ห้องผ่าตัดในเรือ ห้องสำหรับผู้ป่วย ห้องสำหรับผู้อพยพ (กรณีที่จำเป็น) การช่วยเหลือทางช่าง เป็นต้น รวมทั้งการนำอากาศยานขึ้นสำรวจกรณีพบสิ่งผิดปกติด้วย
 
                     น.อ.ภุชงค์ รอดนิกร ผู้อำนวยการกองยุทธการ ทัพเรือภาคที่ 3 กล่าวถึงภารกิจว่า ทัพเรือภาคที่ 3 มีหน้าที่หลักในการป้องกันประเทศ และรักษาเอกราชอธิปไตยบริเวณชายฝั่งทะเลอันดามัน โดยรับผิดชอบตลอดแนวชายฝั่งตั้งแต่ จ.ระนอง จนถึง จ.สตูล ซึ่งน่านน้ำของไทยในฝั่งอันดามันจะติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน 4 ประเทศ ได้แก่ ด้านเหนือติดต่อน่านน้ำประเทศเมียนมาร์ ด้านตะวันตกติดต่อน่านน้ำประเทศอินเดีย ด้านใต้ติดต่อกับน่านน้ำของประเทศมาเลเซียและอินโดนีเซีย 
 
                     สำหรับภารกิจด้านมนุษยธรรมที่ได้รับมอบจากหน่วยเหนือ คือ การปฏิบัติการลาดตระเวนทางเรือและอากาศยาน โดยประสานการปฏิบัติลาดตระเวนทางอากาศกับกองทัพอากาศ พร้อมทั้งอำนวยความสะดวกต่างๆ และจัดตั้งฐานลอยน้ำ เนื่องจากพื้นที่ปฏิบัติการทางทะเลค่อนข้างห่างไกลจากชายฝั่ง ฉะนั้นด้วยขีดความสามารถและศักยภาพของ ร.ล.อ่างทอง มีเพียงพอในการเป็นฐานลอยน้ำและช่วยเหลือผู้อพยพในเบื้องต้นในการอำนวยความสะดวกหรือรักษาพยาบาล
 
                     ทั้งนี้ วางแผนช่วยเหลือในลักษณะบูรณาการกับหน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการส่งเข้ามาในกรณีที่มีการเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บสาหัส ซึ่งจะต้องประสานกับทางจังหวัด หรือ กอ.รมน.จังหวัดต่างๆ เพื่อเชื่อมโยงในเรื่องของการส่งกลับ 
 
                     สำหรับศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือฯ ทัพเรือภาคที่ 3 จะเป็นหน่วยขึ้นตรงกับศูนย์ปฏิบัติการกองทัพเรือที่วังเดิม ซึ่งในการปฏิบัติการเพื่อความคล่องตัวจึงแบ่งออกเป็น 2 หน่วย คือ หมวดเรือเฉพาะกิจ ประกอบด้วยเรือ 7 ลำ ได้แก่ เรือหลวงสายบุรี ซึ่งเป็นเรือฟรีเกตขนาดใหญ่ มีลานจอดเฮลิคอปเตอร์ สามารถช่วยเหลือและเดินทางไปยังพื้นที่ต่างๆ เพื่อตรวจสอบเป้าหมายได้ เรือหลวงทยานชล เป็นเรือขนาดกลาง และเรือหลวงอ่างทอง ใช้เป็นฐานลอยน้ำปฏิบัติการในพื้นที่
 
                     ส่วนบริเวณพื้นที่ชายฝั่ง ที่จะต้องทำการตรวจสอบและสกรีนบริเวณน่านน้ำของเพื่อนบ้าน จะมีเรือ ต.993 เรือ กร.304 และ เรือ ต.220 ส่วนเรือหลวงมันกลาง จะเป็นเรือที่มีหน้าที่ลำเลียงพลและช่วยเหลือในเบื้องต้นได้ สามารถบรรทุกคนได้ 200-300 คน จะใช้เป็นฐานขนาดเล็กหากพบผู้อพยพบริเวณชายฝั่ง กับหมวดบินเฉพาะกิจ ประกอบด้วย อากาศยาน จำนวน 4 เครื่อง 
 
                     จากการติดตามสถานการณ์และเฝ้าระวังในพื้นที่รับผิดชอบมาอย่างต่อเนื่อง พยายามอำนวยความสะดวกและดำเนินการตามแนวทางที่รัฐบาลมอบหมาย เพื่อให้ผู้อพยพเดินทางไปถึงเป้าหมายอย่างปลอดภัย ที่ผ่านมาก็ได้อำนวยความสะดวกหลายครั้ง ซึ่งปัจจุบันมีการติดตามข้อมูลข่าวสารต่างๆ ที่ออกมาจาก ยูเอ็นเอชซีอาร์ หรือองค์กรของโรฮิงญาต่างๆ ที่ระบุว่ามีผู้อพยพลอยลำอยู่ในทะเลประมาณ 2,000 คน ซึ่งจากการสกรีนพื้นที่มาตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคม ยังไม่พบความเคลื่อนไหวต่างๆ  
 
                     ผู้อำนวยการกองยุทธการ ทัพเรือภาคที่ 3 กล่าวถึงการวางแนวเรือ ว่าจากการดูพื้นที่ปฏิบัติการคิดว่าพื้นที่สำคัญน่าจะอยู่ทางทิศตะวันตกของหมู่เกาะสุรินทร์หรือหมู่เกาะสิมิลัน จึงวางเรือในลักษณะแบริเออร์ โดยด้านนอกสุดของเกาะสิมิลัน ห่างไปประมาณ 50-60 ไมล์ทะเล หรือประมาณ 100 กิโลเมตรจากฝั่ง โดย ร.ล.สายบุรี จะรับผิดชอบด้านทิศตะวันตกของหมู่เกาะสิมิลัน ส่วนด้านเหนือจะเป็นความรับผิดชอบของ ร.ล.อ่างทอง ซึ่งจะใช้เป็นฐานลอยน้ำอยู่ในพื้นที่ โดยมี ร.ล.สายบุรี ควบคุมและอำนวยการการปฏิบัติ เข้ามาพื้นที่ด้านในจะเป็นความรับผิดชอบของเรือขนาดกลาง คือ ร.ล.ทยานชล
 
                     ขณะที่พื้นที่บริเวณชายฝั่ง ทางด้านเหนือจะมีเรือ ต.993 ลาดตระเวนตรวจการณ์ ส่วนพื้นที่ที่เคยตรวจพบเรือผู้อพยพ บริเวณอ่าวคุระบุรี หรือ กะเปอร์ จะมีเรือ ต.220 ลาดตระเวนอยู่ ขณะที่พื้นที่อื่นๆ ยังคงปฏิบัติการตามปกติ และสามารถเชื่อมโยงปฏิบัติการได้ โดยจะสแกนด้วยสถานีเรดาร์ทั้งพื้นที่ด้านบน ซึ่งมีสถานีอยู่ที่เกาะช้าง และพื้นที่ด้านล่าง มีสถานีอยู่ที่เกาะหลีเป๊ะและเกาะกูยู ซึ่งทั้งหมดเป็นเครื่องมือในการตรวจสอบและพิสูจน์ทราบเป้าหมายได้ รวมถึงประสานความร่วมมือกับชาวประมงในทะเล ซึ่งเป็นเครือข่ายแจ้งข้อข่าวสารต่างๆ กรณีพบเป้าหมายหรือสิ่งต้องสงสัย เพราะทะเลมีพื้นที่กว้าง ที่ผ่านมาได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี
 
                     ส่วนด้านอากาศยาน ได้ประสานการปฏิบัติร่วมกับกองทัพอากาศในการลาดตระเวนเพื่อสแกนพื้นที่ โดยพื้นที่นอกชายฝั่งประมาณ 20 ไมล์ทะเล หรือประมาณ 40 กิโลเมตรออกไปจากชายฝั่ง จะถูกสแกนด้วยเฮลิคอปเตอร์ตลอดจนแนวชายฝั่งทั้งเช้าและเย็น เพื่อดูเป้าหมายต่างๆ ส่วนพื้นที่ด้านนอกจะมีอากาศยานของกองทัพอากาศสลับกับอากาศยานของกองทัพเรือเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างกัน
 
                     "ที่ผ่านมาได้ทำการลาดตระเวนวันละ 2 เที่ยวบิน ยังไม่พบเป้าหมายที่สงสัย ส่วนใหญ่ที่พบจะเป็นเรือประมงและเรือขนส่งสินค้าที่เดินทางตามปกติ" น.อ.ภุชงค์ กล่าวและว่า ในการปฏิบัติงานจะคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยและหลักมนุษยธรรม รวมถึงดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ตามนโยบายของรัฐบาล
 
                     ด้าน น.ท.รัฐพล ปาณินท์ ผู้บังคับการ ร.ล.อ่างทอง กล่าวถึงขีดความสามารถของ ร.ล.อ่างทอง ว่า เป็นเรือประเภทยกพลขึ้นบก ใช้ในการปฏิบัติการสะเทินน้ำสะเทินบก ประจำการเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2555 เพื่อใช้ในภารกิจช่วยเหลือประชาชน การบรรเทาสาธารณภัย ค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางทะเล การปฏิบัติการสะเทินน้ำสะเทินบก และการขนส่งลำเลียงทางทะเล เป็นเรือบัญชาการและฐานปฏิบัติการในทะเล
 
                     ตัวเรือมีความยาว 150 เมตร กว้าง 20 เมตร ระวางขับน้ำเต็มที่ 7,600 ตัน ระยะปฏิบัติการที่ความเร็ว 12 นอต ไม่น้อยกว่า 5,000 ไมล์ มีกำลังพลประจำเรือ 154 นาย ส่วนประกอบอื่น อาทิ มีเรือลำเลียงกำลังพล 2 ลำ เรือระบายพลขนาดเล็ก 2 ลำ บนดาดฟ้าจอดเฮลิคอปเตอร์ได้ 2 ลำ เป็นต้น
 
                     “ขีดความสามารถในการช่วยเหลือ นอกจากกำลังพลประจำเรือแล้วยังมีหน่วยบินและแพทย์ที่มาสมทบ เนื่องจากเป็นเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ จึงมีเตียงว่างภายในเรือ 360 เตียง ลักษณะจะเป็นเตียง 3 ชั้น และติดแอร์ มีโซนห้องน้ำแยกต่างหาก ในส่วนของดาดฟ้าและพื้นที่ด้านล่างเรือที่เก็บยานพาหนะ” น.ท.รัฐพล กล่าวและว่า นอกจากจะสามารถบรรทุกสิ่งของต่างๆ ได้แล้ว ยังสามารถจัดเป็นที่นอนได้ประมาณ 400 คน ส่วนของอู่ลอยสามารถรองรับเรือได้ 2 ลำ และยังมีเรือลำเลียง (เรือแอลซีเอ็ม) ที่บรรทุกคนได้ประมาณ 150 คนต่อเที่ยว มีความเร็วสูง 25 นอต และยังมีเรือเล็กประจำเรือรองรับได้ 36 คน ความเร็ว 30 นอต บริเวณดาดฟ้ารับเฮลิคอปเตอร์ได้ ซึ่งทีมแพทย์ในเรือมีขีดความสามารถในการส่งผู้ป่วยทางอากาศยานได้ด้วย
 
                     นอกจากนี้ มีห้องพยาบาล 6 เตียง มีห้องแยกผู้ป่วยติดเชื้อ ห้องตรวจโรค ห้องทำฟัน ห้องผ่าตัด และห้องอเนกประสงค์ สามารถทำเป็นเตียงสนามได้ 16 เตียง ส่วนของห้องตรวจโรค มีขีดความสามารถเทียบเท่ากับโรงพยาบาลฐานทัพ ห้องผ่าตัดสามารถทำการผ่าตัดเล็กได้ และห้องทันตกรรมหากมีทีมแพทย์ด้านทันตกรรมก็สามารถทำงานได้ทันที 
 
                     รวมทั้งมีเครื่องเอกซเรย์เคลื่อนที่ ซึ่งใช้อ่านฟิล์มผ่านระบบคอมพิวเตอร์สามารถวินิจฉัยได้ทันที นอกจากนี้ยังมีพื้นที่บริเวณโรงเก็บเฮลิคอปเตอร์ในการประกอบอาหารสำหรับคนจำนวนมากได้ มีห้องครัว ล่าสุดในการฝึกซ้อมภาคสนามรองรับได้ถึงประมาณ 400 คน ห้องแช่เนื้อแช่ผัก สามารถประกอบอาหารได้ร่วมสัปดาห์ ในการทำอาหารเลี้ยงคนจำนวนมากไม่มีปัญหา
 
                     นี่คือประสิทธิภาพของฐานลอยน้ำ ที่มีความพร้อมในการรองรับคนจำนวนมาก ทั้งในเรื่องรักษาพยาบาล การช่วยเหลือส่งต่อ หรือการพักรอในภารกิจเพื่อมนุษยธรรม
 
 
 
 
 
--------------------
 
(ฐานลอยน้ำ 'ร.ล.อ่างทอง' ภารกิจเพื่อมนุษยธรรม : โดย...สาลินี ปราบ)