ข่าว

จะยอมหักหรือยอมงอ ?

จะยอมหักหรือยอมงอ ?

01 มิ.ย. 2558

มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ : จะยอมหักหรือยอมงอ ? : โดย...สำนักข่าวเนชั่น

 
                     ตลอด 5 วันนับตั้งแต่วันอังคารที่ 2 มิถุนายน เป็นต้นไป คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จะเชิญผู้เสนอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญมาถกแถลงเหตุผลในการเสนอแก้ไข ก่อนที่คณะกรรมาธิการยกร่างฯ จะตัดสินใจว่าจะแก้ไขตามข้อเสนอเหล่านั้นหรือไม่
 
                     ผู้เสนอแก้ไขที่คณะกรรมาธิการยกร่างฯ จะเชิญมาพูดคุยจะมี 9 กลุ่ม แต่มาจาก 2 ส่วน คือ สภาปฏิรูปการเมือง (สปช.) และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งเป็น 2 องค์กรที่รัฐธรรมนูญชั่วคราวให้อำนาจในการเสนอแก้ไขไว้ ซึ่งจริงๆ แล้วมีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อีกองค์กร แต่ คสช.ขอไม่เสนอความเห็น
 
                     แต่แม้ คสช.จะไม่เสนอความเห็น แต่ข้อเสนอที่มาจาก ครม.ก็เป็นตัวสะท้อนความคิดความเห็นของ คสช.ได้อย่างชัดเจน โดย ครม.เสนอแก้ไขมาประมาณ 100 ประเด็น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายละเอียดปลีกย่อยเกี่ยวกับการปฏิบัติงานตามข้อเสนอของกระทรวงต่างๆ
 
                     ในส่วนของ สปช. 8 กลุ่มนี้ ที่น่าสนใจคือข้อเสนอของ "คณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง" และ "คณะกรรมาธิการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม" ซึ่งเสนอมากถึง 334 จุด   
 
                     เรียกว่าเป็นการเสนอ “ยำใหญ่” กันทีเดียว !
 
                     อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการเสนอแก้ไขมาหลายร้อยประเด็น แต่ประเด็นที่ต้องจับตา คือข้อเสนอแก้ไขในส่วนที่เป็น “หลักการสำคัญ” ของร่างรัฐธรรมนูญ
 
                     หากจำกันได้ ก่อนหน้านี้คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่มี “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” เป็นประธาน เคยยืนยันว่าไม่สามารถแก้ไขส่วนที่เป็น “หลักการสำคัญ” ได้ ซึ่งส่วนที่เป็นหลักการสำคัญที่คณะกรรมาธิการยกร่างฯ พูดถึงได้แก่ 1.ที่มา ส.ส. 2.ที่มาและอำนาจ ส.ว. 3.ที่มานายกฯ
 
                     พิจารณาข้อเสนอแก้ไขของ ครม. และ สปช. ปรากฏว่า “ที่มา ส.ว.” เป็นประเด็นที่มีการเสนอแก้ไขมากที่สุด
 
                     ในข้อเสนอของ ครม.อาจจะไม่ถือเป็นสาระสำคัญมาก เพราะเสนอให้ตัด “คณะกรรมการคัดกรองผู้สมัคร ส.ว.” ที่จะมาทำหน้าที่คัดกรองผู้สมัครแต่ละจังหวัดให้เหลือไม่เกิน 10 คน ขณะที่คณะกรรมาธิการยกร่างฯ เองเคยบอกว่าตามข้อมูลการสมัคร ส.ว.ที่ผ่านมามีจังหวัดที่มีผู้สมัครเกิน 10 คนแค่ 2 จังหวัด ซึ่งก็เท่ากับคณะกรรมการคัดกรองก็ไม่มีความสำคัญอยู่แล้ว
 
                     ขณะเดียวกัน ข้อเสนอของทาง สปช.เสนอแบบ “สุดขั้ว” คือ ให้ ส.ว.ทั้งหมดมาจากการเลือกตั้ง โดยร่างเดิมของคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ให้มาจากการเลือกตั้ง 77 คน คือจังหวัดละคน โดยมีคณะกรรมการคัดกรอง และอีก 123 คน มาจากการสรรหา
 
                     ส่วนเรื่องอำนาจ ส.ว. ทั้งสองส่วนก็เสนอให้แก้ไขเช่นกัน โดย ครม.เสนอตัดอำนาจ ส.ว.ใน 2 เรื่องสำคัญคือ เสนอกฎหมาย และตรวจสอบคุณสมบัติผู้ที่จะเป็นรัฐมนตรี
 
                     สำหรับระบบเลือกตั้ง ปรากฏว่าทั้ง ครม. และ สปช. ไม่เห็นด้วยกับระบบสัดส่วนผสมของคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ที่มีต้นแบบจาก “ระบบเยอรมัน” และเสนอให้กลับไปใช้รูปแบบเดิม คือ ส.ส.เขตประมาณ 400 คน และบัญชีรายชื่อ 100 คน
 
                     ขณะที่เรื่องที่มานายกฯ เป็น “หลักการสำคัญ” เรื่องเดียวที่ ครม.ไม่แตะ ซึ่งแน่นอนว่าจะมองเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากแสดงว่า “เห็นด้วย” กับการที่คณะกรรมาธิการ “เปิดทางคนนอก” เป็นนายกฯ ได้ 
 
                     ส่วน สปช.เสนอแก้ไข “ปิดทางนายกฯ คนนอก” โดยให้นายกฯต้องเป็น ส.ส.เท่านั้น  
 
                     นอกจาก “หลักการสำคัญ” เหล่านี้แล้ว ยังมีการเสนอแก้ไขประเด็นที่สำคัญอีกเป็นสิบเรื่อง โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างอำนาจทางการเมือง 
 
                     ต้องรอดูว่าสุดท้ายคณะกรรมาธิการจะยอมแก้ไขหรือไม่ หรือจะยอม “หัก” ไม่ยอม “งอ”?
 
 
 
 
 
--------------------
 
(มอนิเตอร์ร่างรัฐธรรมนูญ : จะยอมหักหรือยอมงอ ? : โดย...สำนักข่าวเนชั่น)