ข่าว

พลิกฟื้นคืนน้ำใสคลองแม่ข่า...'พลังชุมชน' ต้องช่วยกัน

พลิกฟื้นคืนน้ำใสคลองแม่ข่า...'พลังชุมชน' ต้องช่วยกัน

02 มิ.ย. 2558

พลิกฟื้นคืนน้ำใสคลองแม่ข่า...'พลังชุมชน' ต้องช่วยกัน : โดย...นิศานาถ กังวาลวงศ์

 
                     "คลองแม่ข่า" เป็นหนึ่งในชัยมงคลเจ็ดประการของการสร้างเมืองเชียงใหม่ มีความสำคัญเป็นคูเมืองชั้นนอกและเป็นทางน้ำธรรมชาติที่ไหลผ่านเข้ามาในเมืองเชียงใหม่ ซึ่งในอดีตมีความใสสะอาดชุมชนสามารถนำมาใช้อุปโภคได้ในชีวิตประจำวันได้ ชุมชนที่อยู่ใกล้คลองแม่ข่ามีวิถีชีวิตที่ผูกพัน แต่เมื่อความเจริญได้คืบคลานเข้ามา มีบ้านเรือนเข้ามาอยู่ริมคลองมากขึ้นทำให้มีการปล่อยนำเสียลงสู่คลองเกิดการเน่าเสียสะสม ก่อเป็นมลภาวะทำลายสิ่งแวดล้อม โดยกว่า 40 ปีที่ผ่านมา คลองแม่ข่าสวยงามตามธรรมชาติมีน้ำใสสะอาดเด็กๆ สามารถลงเล่นน้ำได้สนุกสนาน แต่หลังจากที่แม่ข่าถูกละเลยไม่ได้รับการดูรักษาก็เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา ประกอบกับมีการก่อสร้างจากหน่วยงานต่างๆ ปิดเส้นทางเดินน้ำธรรมชาติที่เคยไหลสู่คลองแม่ข่า ทำให้น้ำที่เคยไหลลงสู่คลองแม่ข่าไม่สามารถไหลลงมาได้เหมือนเคย
 
                     โดยเฉพาะในฤดูแล้งคลองแม่ข่าจะแห้งขอด น้ำที่ไหลมาตามคลองแม่ข่าจะเป็นน้ำเสีย น้ำทิ้งที่ชุมชนปล่อยลงมาในคลองแม่ข่า ประกอบกับชุมชนที่มีความแออัดมากขึ้น จึงทำให้น้ำในคลองเกิดการเน่าเสีย แม่ข่าจึงถูกซ้ำเติมไร้การเหลียวแลจากทุกภาคส่วน ดังนั้นช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา แม่ข่ายังถูกซ้ำเติมมาตลอด โดยคลองแม่ข่าต้องเป็นแหล่งรองรับน้ำเสีย ขยะ จากชุมชนและสถานประกอบการต่างๆ ทำให้คนในชุมชนได้จัดตั้งกลุ่มเพื่ออนุรักษ์และพัฒนาฟื้นฟูคลองแม่ข่าให้กลับมาใสสะอาด โดยเรียกร้องให้เทศบาลและหน่วยงานราชการต่างๆ เข้ามาช่วยพัฒนาฟื้นฟูและเริ่มรณรงค์อย่างจริงจังมาตั้งแต่ปี 2549
 
                     ผศ.ดร.วสันต์ จอมภักดี ประธานคณะกรรมการประสานงานอนุรักษ์แม่ปิงและสิ่งแวดล้อม บอกว่า หน่วยงานราชการต่างๆ จะเข้ามาพัฒนาชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น การบริหารจัดการ การดูแลอย่างต่อเนื่องจึงไม่เกิดขึ้น จึงรณรงค์ให้ชาวบ้านในชุมชนเข้ามาดูแล ฟื้นฟูแก้ไขปัญหา โดยเริ่มจากการแก้ปัญหาน้ำเน่าเสียและขยะเพื่อนำน้ำดีกลับคืนมาโดยการเจรจากับชลประทานที่ตัดขาดทางน้ำตามธรรมชาติของคลองแม่ข่าไป ให้เปิดทางน้ำให้คลองแม่ข่าเพื่อผันน้ำดีเข้ามา ทำให้น้ำในเริ่มปรับสภาพดีขึ้นจึงออกมาตรการเพื่อทำให้คลองแม่ข่าพลิกฟื้นกลับมาใสสะอาดได้ดังเดิม
 
                     สำหรับมาตรการที่ออกมาเพื่อคืนความใสสะอาดให้คลองแม่ข่ามี 8 มาตรการ คือ 1.แก้ปัญหาน้ำเสียตั้งแต่ระดับครัวเรือนขึ้นมาโดยบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยลงแม่ข่า 2.นำแหล่งน้ำดีเข้ามาเติมในคลองเพื่อผันน้ำเสียออกไปเกิดการหมุนเวียนน้ำไม่ขังเน่าในพื้นที่ 3.ขอคืนพื้นที่ที่บุกรุกคลองแม่ข่าสำรวจแนวเขตใหม่และป้องกันการบุกรุกในอนาคต 4.ปรับปรุงริมคลองแม่ข่าให้สวยงามเปลี่ยนหลังบ้านให้เป็นหน้าบ้าน 5.การบริหารจัดการต้องให้ท้องถิ่นช่วยดูแลรักษาความสะอาดคลองแม่ข่าร่วมกับชุมชนโดยการตั้งงบเข้าสนับสนุน 6.สิ่งก่อสร้างที่หน่วยงานภาครัฐและท้องถิ่นได้ก่อสร้างไว้ในลำน้ำแม่ข่าที่ถูกปล่อยปละละเลยไม่ได้ใช้งานต้องได้รับการฟื้นฟูสภาพให้กลับมาใช้งานได้ 
 
                     7.รณรงค์สร้างจิตสำนึกให้เกิดขึ้นกับทุกภาคส่วนทั้งภาคประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมคลองและบุคคลโดยทั่วไปให้รักและหวงแหนธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเนื่องจากน้ำจากคลองแม่ข่าจะไหลงสู่แม่น้ำปิงที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ของภาคเหนือ และ 8.ธรรมภิบาลในการใช้น้ำต้องบูรณาการร่วมกันทั้งต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ ซึ่งปัจจุบันปลายน้ำได้รับผลกระทบอย่างหนัก น้ำเสียจะไหลมารวมกันอยู่ทางปลายน้ำ ทำให้ชุมชนปลายน้ำได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักในการเป็นจุดรวมของน้ำเสียและขยะที่จะไหลมาสิ้นสุดทางปลายน้ำ การบริหารจัดการต้องมีการแบ่งปันน้ำให้เท่าเทียมเสมอกันทั้งต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ
 
                     ประธานคณะกรรมการประสานงานอนุรักษ์แม่ปิงและสิ่งแวดล้อม บอกอีกว่า มาตรการทั้ง 8 จะแบ่งออกเป็น 4 ระยะ คือ 1.ระยะเร่งด่วนในปีงบประมาณ 2558 หน่วยงานมีงบประมาณ มีทรัพยากร เพื่อสนับสนุนฟื้นฟูคลองแม่ข่าให้เร่งดำเนินการได้ทันที 2.มาตรการระยะสั้น ในปี 2559-2560 ให้หน่วยงานต่างๆ ตั้งงบประมาณเพื่อช่วยดูแลและพัฒนาคลองแม่ข่าอย่างต่อเนื่อง 3.มาตรการระยะกลางในปี 2561-2565 และ 4.มาตรการระยะยาวในปี 2566-2569 เป็นมาตรการที่ต้องใช้ระยะเวลาในการวางแผนและใช้งบประมาณดำเนินการบริหารจัดการสูง ตัวอย่างเช่น อาจจะมีโครงการผันน้ำเข้ามาจากเขื่อนขนาดใหญ่เพื่อหล่อเลี้ยงคลองแม่ข่าและเป็นการหมุนเวียนให้มีการระบายน้ำเสียออกไปอย่างต่อเนื่อง
 
                     กระนั้นการที่ได้มีการรณรงค์มาตั้งแต่เมื่อปี 2549 ทำให้เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงของคลองแม่ข่า โดยเฉพาะชุมชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณริมคลอง เริ่มตื่นตัวและให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูเพิ่มมากขึ้น เมื่อชุมชนเข้าใจแนวทางการพัฒนาจะเกิดความเหนียวแน่นเข้มแข็งและเข้ามาใช้ความร่วมมือกับการรณรงค์มากขึ้น โดยหวังว่าวิถีความเป็นอยู่ของชุมชนจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่ละชุมชนมีการรวมตัวกันเพื่อแก้ไขปัญหาในพื้นที่ของตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพจึงเกิดพลังสร้างสรรค์ทำให้คลองแม่ข่าค่อยๆพลิกฟื้นคืนชีวิตขึ้นมาได้
 
                     “เชื่อว่าคลองแม่ข่าจะกลับมาใสสะอาดได้ในไม่ช้า แม้ต้องใช้เวลาในการรณรงค์ให้ชุมชนได้เห็นถึงความสำคัญของคลองแม่ข่า โดยตั้งเป้าหมายว่าปี 2559 ซึ่งเป็นปีที่เชียงใหม่จะมีอายุครบ 720 ปี คลองแม่ข่าจะมีชีวิตที่สดใสมากกว่าเดิมจากพลังสร้างสรรค์ของแต่ละชุมชนที่ร่วมกันช่วยทำให้แม่ข่าได้กลับมาใสสะอาด สมกับเป็นชัยมงคลของเมืองเชียงใหม่ในอดีต” ผศ.ดร.วสันต์ กล่าว
 
                     ขณะที่นายวีระชัย ไชยมงคล กำนันตำบลป่าแดด บอกว่า จังหวัดสั่งให้ดำเนินการอย่างเร่งด่วนเรื่องปัญหาขยะในลำคลองแม่ข่า โดยเรียกร้องให้ผู้ประกอบการ ประชาชน ร้านอาหารริมคลอง หยุดทิ้งขยะทุกชนิด พร้อมปลุกจิตสำนึกให้คนในชุมชน ผู้นำชุมชนเป็นหูเป็นตาและหามาตรฐานลงโทษผู้ที่ทิ้งขยะลงคลอง ซึ่งในอดีตคลองแม่ข่าเป็นคลองทางธรรมชาติที่ชุมชนยังสามารถนำน้ำมาใช้อุปโภคได้ แต่เริ่มส่งสัญญาณเน่าเสียมีปัญหาเมื่อประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา เมื่อแม่ข่าเริ่มส่งกลิ่นจากขยะที่ไหลมารวมกันอยู่ที่ปลายน้ำ ต.ป่าแดด ชาวบ้านในพื้นที่พยายามส่งเสียงเพื่อให้หน่วยงานต่างๆ เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแต่กลับไม่ได้รับการแก้ไขอย่างยั่งยืนพร้อมทั้งประชุมในชุมชนเพื่อหาแนวทางการแก้ปัญหา โดยที่ผ่านมาได้มีการขุดลอกคลองเพื่อให้น้ำไหลได้สะดวกมากขึ้น
 
                     แต่ปัญหาที่ประสบคือ เรื่องขยะที่ไหลเข้ามาในพื้นที่ ขณะนั้นยังไม่ชัดเจนว่าเป็นขยะจากในชุมชนเองหรือว่าเป็นขยะที่ไหลมาจากต้นน้ำ กลางน้ำ ชุมชนจึงรวบรวมกำลังทรัพย์ในการทำตะแกรงดักขยะที่ไหลมาเป็นระยะๆ เพื่อจะได้รู้ถึงสาเหตุของขยะว่ามาจากไหนและแก้ไขที่ต้นเหตุได้ โดยเริ่มทำตะแกรงกั้นในลำน้ำแม่ข่าจุดแรก คือ รอยต่อระหว่างเทศบาลนครเชียงใหม่กับเทศบาลตำบลป่าแดด พร้อมทั้งทำตะแกรงดักขยะรอบล้อมแต่ละหมู่บ้านเพื่อจะได้ทราบว่าหมู่บ้านไหนมีการทิ้งขยะลงในลำน้ำ มีการบริหารจัดการโดยการสับเปลี่ยนกันนำขยะขึ้นมาทิ้ง
 
                     ขณะนี้เริ่มจะปรับภูมิทัศน์ของฝั่งคลองให้มีความสวยงาม มีทางเดินเลียบริมคลอง ผลของการทำตะแกรงกั้นลำน้ำนั้นในช่วงสัปดาห์แรกที่ทำตะแกรงกั้นในจุดแรกที่เชื่อมต่อกับเทศบาลมีขยะมาติดค้างอยู่หลายตันจึงทำหนังสือถึงเทศบาลให้นำขยะดังกล่าวไปกำจัดและหลังจากนั้นเทศบาลได้ให้ความร่วมมือด้วยการมาจัดเก็บขยะบริเวณดังกล่าวทุกสัปดาห์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน
 
                     การฟื้นฟูสภาพคลองแม่ข่าให้กลับมามีสภาพที่ใกล้เคียงอดีตต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนรวมถึงประชาชนทุกคนตั้งแต่ต้นน้ำเป็นต้นมา จะให้ปลายน้ำแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดย่อมเป็นไปไม่ได้ ปลายน้ำทำได้เพียงพัฒนาให้ลำน้ำไหลลงแม่ปิงได้โดยสะดวกและปรับภูมิทัศน์ให้มีความสวยงาม แต่เรื่องน้ำเสียไม่สามารถที่จะแก้ที่ปลายเหตุได้ ต้องแก้ที่ต้นน้ำ กลางน้ำ โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณเทศบาลที่มีชุมชนอาศัยอยู่หนาแน่น
 
 
 
 
 
--------------------
 
(พลิกฟื้นคืนน้ำใสคลองแม่ข่า...'พลังชุมชน' ต้องช่วยกัน : โดย...นิศานาถ กังวาลวงศ์)