
เชื่อไม่แก้'โอเพนลิสต์-นายกฯคนนอก'
31 พ.ค. 2558
'สปช.' คาด กมธ.ยกร่างฯ ยอมถอย ม.181 - 182 เชื่อไม่แก้ 'โอเพนลิสต์ - นายกฯ คนนอก' เตือน อย่ารั้น 'ประชามติ' ผ่านยาก
31 พ.ค. 58 นายวันชัย สอนศิริ โฆษกวิปสปช. กล่าวถึงการเตรียมการของผู้ยื่นคำขอเสนอความเห็นแก้ไขปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญทั้ง 8 กลุ่มของ สปช.ต่อกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่จะเริ่มต้นในวันที่ 2 - 6 มิถุนายนนี้ ว่า ได้มีการเตรียมการในการชี้แจงต่อกรรมาธิการฯ กลุ่มละ 3 - 5 คน ใครยื่นเรื่องใดก็ต้องชี้แจงในเรื่องนั้น มีการทำการบ้านกันแล้ว เพราะมีการประชุมกันว่าจะใครจะชี้แจงประเด็นไหน จึงเชื่อว่าการตอบโต้เรื่องจุดอ่อนจุดแข็ง กรรมาธิการฯ จะมีเหตุผลหักล้าง ทางผู้ขอแปรญัตติก็ต้องทำการบ้านเพื่อชี้แจงกลับให้ได้ และหักล้างเหตุผลของฝ่ายกรรมาธิการฯ ด้วยเหตุผลที่ว่าจะทำให้รัฐธรรมนูญสอดคล้องกับการแก้ไขสถานการณ์ปัญหาประเทศมากที่สุด เพราะไม่ว่าจะเป็นระบบใดก็มีจุดอ่อนจุดแข็งทั้งสิ้น จึงต้องพิจารณาถึงเป้าหมายในการแก้ปัญหาประเทศมากกว่า
นายวันชัย กล่าวว่า ส่วนตัวเชื่อว่าบรรยากาศในการชี้แจงของผู้ยื่นคำขอกับกรรมาธิการยกร่าง จะไม่เกิดความขัดแย้ง เพราะทั้งสองฝ่ายคงพยายามไม่ทะเลาะให้บานปลายจนเสียความรู้สึกกัน จึงน่าจะพูดด้วยเหตุผล ถ้ารุนแรงก็น่าจะเป็นเนื้อหาวิชาการ ไม่ใช่ห้ำหั่นหรือใช้วาจาเสียดสีกัน ทั้งนี้ยังเห็นว่าประเด็นหลักๆ ที่กรรมาธิการฯ จะไม่เปลี่ยนแปลง คือ 1. ระบบการเลือกตั้ง ตนเชื่อว่าจะยืนยันเรื่องโอเพนลิสต์ 2. นายกฯ คนนอก ก็เชื่อว่าจะไม่เปลี่ยนเช่นกัน เนื่องจากให้เหตุผลว่า เขียนเพื่อแก้วิกฤตโดยยกเอาอดีตที่มีปัญหา 3. เรื่องวุฒิสภา อาจมีการปรับเปลี่ยนแบบประนีประนอม คือ จากการสรรหาให้เป็นการเลือกตั้งทางอ้อม แต่สิ่งที่กรรมาธิการฯ อาจจะยอมแก้ไข คือ มาตรา 181 - 182 รวมทั้งเรื่องกรรมการปรองดอง ที่เสนอพระราชกฤษฎีกาอภัยโทษ แต่ไม่จำเป็นต้องเขียนเรื่องให้อำนาจคณะกรรมการปรองดองฯ อภัยโทษให้กับบุคคลที่ให้ข้อเท็จจริง หรือสำนึกผิดต่อกรรมการ เพราะกลายเป็นช่องว่างให้เกิดปัญหาตามมา
"ผมยังเชื่อว่าจะแก้มาก แต่ประเด็นเนื้อหาหลักจะไม่แก้ ดังนั้นจึงต้องพิจารณาถึงเสียงส่วนใหญ่ของ สปช. หลังจากมีการปรับแก้แล้วว่า ร่างสุดท้ายจะออกมาเป็นอย่างไร เช่น เรื่องระบบเลือกตั้ง แม้ไม่เปลี่ยนผมยังเชื่อว่า สปช.รับได้ แต่ถ้าไม่แก้ไข 181 - 182 ที่มาสภาขับเคลื่อนปฏิรูปฯ อำนาจคณะกรรมการปรองดอง น่าจะเป็นเรื่องที่ สปช.ไม่ยอมรับ เพราะเป็นประเด็นที่ทุกภาคส่วนเห็นว่ามีปัญหา ถ้าเป็นไปในทิศทางนี้ผมเชื่อว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านความเห็นชอบจาก สปช."
'เสรี' เตือน กมธ.ยกร่างรธน.อย่ารั้น
นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สปช. กล่าวถึงการพิจารณาทบทวนแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ไม่อยากให้ กมธ.ยกร่างฯ สำคัญตัวเองผิดว่ามีอิสระเขียนรัฐธรรมนูญอย่างไรก็ได้ จึงไม่ฟังความเห็นของ สปช. ซึ่งคำแปรญัตติแก้รัฐธรรมนูญมีมากมายก่ายกอง ถ้า กมธ.ยกร่างฯ ยังมั่นใจว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านความเห็นจาก สปช.และผ่านการทำประชามติ บอกได้เลยว่า กมธ.ยกร่างฯ เข้าใจผิด เพราะการทำประชามติเกี่ยวข้องกับคน 40 - 50 ล้านคน ไม่ใช่แค่คนกลุ่มเล็กๆ มีหลักร้อย หลักพัน ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่รับฟังคนใกล้ชิด คือ ฝ่ายการเมือง ยิ่งพรรคการเมืองแสดงเจตนาชัดเจนว่า ต้องการให้แก้ไขประเด็นใด แต่ กมธ.ยกร่างฯ ไม่ยอมแก้ไขให้ แล้วยังบอกว่า ทั้งพรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ เป็นพวกเสียผลประโยชน์ จะยิ่งเป็นการสร้างแรงต้าน แล้วจะยังเชื่อมั่นว่า ประชามติจะผ่านได้อย่างไร
"การทำประชามติ ปี 50 ที่รับร่างรัฐธรรมนูญ ด้วยคะแนน 21 ต่อ 19 ล้านเสียง ถือว่าไม่มาก ซึ่ง 21 ล้านเสียง เป็นผลมาจากที่สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ลงพื้นที่หาเสียง รวมทั้งรัฐบาล หน่วยราชการ และทหารในขณะนั้นช่วยผลักดันเต็มที่จนได้ 21 ล้านเสียง แต่บรรยากาศทำประชามติขณะนี้ ถ้าไปทำประชามติ โดยที่ยังขัดแย้งกับพรรคการเมืองใหญ่ 2 พรรค และ สปช.ก็ไม่ช่วย เพราะได้แปรญัตติคัดค้านมากมาย"
นายเสรี กล่าวว่า ขณะที่ท่าทีรัฐบาล และ คสช.ในภาวะที่บ้านเมืองยังไม่สงบเรียบร้อย ลองคิดดูว่า คสช.อยากให้รัฐธรรมนูญผ่านหรือไม่ เชื่อว่า คสช.คงรอดูสถานการณ์อยู่ ถ้าสถานการณ์ไม่ดีจะให้ผ่านทำไม สู้วางตัวอยู่เฉยๆ ไม่ต่อต้าน ไม่ช่วยผลักดัน โดยให้ประชาชนเป็นคนตัดสินเองว่า จะเอาร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ ทำให้ กมธ.ยกร่างฯ เหมือนถูกลอยแพ ผิดกับรัฐธรรมนูญ ปี 50 ที่ทหารออกมาช่วยเต็มที่ ดังนั้นโอกาสที่รัฐธรรมนูญจะผ่านประชามติจึงยาก ดังนั้นทางออก คือ กมธ.ยกร่างฯ ควรต้องปรับแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย



