ข่าว

มุมมองใหม่ช่างผมไทยในยุคอาเซียน

มุมมองใหม่ช่างผมไทยในยุคอาเซียน

01 มิ.ย. 2558

ไลฟ์สไตล์ : มุมมองใหม่ช่างผมไทยในยุคอาเซียน

 
         กิจการร้านทำผมในประเทศไทยเป็นที่ขึ้นชื่อว่าถูกและดีอีกแห่งหนึ่ง แต่น้อยนักจะมีกิจการที่ยั่งยืน สาเหตุมาจากอะไรนั้น กูรูช่างผมในนามแบรนด์ชลาชลและนักบริหารจาก ม.ศรีปทุม จึงได้เปิดเวทีเสวนาพิเศษ ในหัวข้อ “ความสำคัญของแบรนด์ในยุค AEC” ที่จัดขึ้นภายในงานไฟนอล โปรเจกท์ประจำปี นำเสนอผลงานนักเรียนจากโรงเรียนเสริมสวยชลาชล อเคเดมี่ ในรูปแบบแฮร์ แพชชั่น โชว์ 2015 เผยศักยภาพช่างผมรุ่นใหม่ที่ไม่ได้มีดีแค่ฝีมือ แต่ยังรูปจักวิธีการบริหารงานให้เป็นธุรกิจยั่งยืนได้ โดยได้รับการตอบรับที่ดีจากช่างผมมืออาชีพมากมายตบเท้าเข้าร่วมชมผลงานและฟังเทคนิคการบริหารงานจากวิทยากรคนดังอย่างคับคั่ง บริเวณชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ เมื่อวันก่อน
 
         ในการเสวนา ดร.สมศักดิ์ ชลาชล ประธานที่ปรึกษาชลาชล อเคเดมี่ กล่าวว่า ปัจจุบันวงการร้านเสริมสวยของไทยมีร้านและมีคนมีฝีมืออยู่เยอะมาก แต่ยังอยู่กันแบบไม่ยั่งยืน กิจการที่รวยที่สุดในวงการนี้กลับกลายเป็นร้านขายอุปกรณ์ทำผมเสียมากกว่า เพราะมีร้านเยอะยอดขายอุปกรณ์ก็เยอะ จึงเป็นเรื่องที่อยากผลักดันกิจการไม่ว่าเล็กก็ควรมีวิธีบริหารที่ดี มีแบรนด์ที่ยั่งยืนเพื่ออยู่รอดในยุคนี้ ยุคที่ปีหน้าจะมีลูกค้าต่างชาติมีช่างผมต่างประเทศเข้ามาในวงการได้มากขึ้น ช่างผมไทยเราก็ต้องมีกลยุทธ์รับมือไว้
 
         “งานบริหารไม่ใช่การนับเลข ไม่ได้ต้องมานั้นทำสูตรสมการให้ปวดหัวกัน แต่การบริหารเป็นวิธีการคิด เป็นวิสัยทัศน์เสียมากกว่า เทคนิคหลักๆ คือต้องบริหารเงินให้รอบคอบ เป็นระบบ มีสำรองเก็บ บริหารคนในร้านให้ทำงานมีประสิทธิภาพดีเท่ากันทำงานสอดคล้องกัน สุดท้ายคือ เน้นย้ำเรื่องแบรนด์ร้านช่างผมไทยมีจุดแข็งที่การบริการอยู่แล้ว แต่จะทำอย่างไรให้คนอื่นๆ อยากทำผมที่ร้านเราโดยที่ไม่ได้นึกถึงว่าจะทำกับช่างคนไหน แต่นึกถึงแค่ชื่อร้านก็อยากเข้ามาใช้บริการ นั่นเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ใช่แค่คนไทยชอบเข้าซาลอน ปัจจุบันชาวต่างชาติเคลื่อนย้ายตัวเองอยู่ทั่วประเทศ ลูกค้ากลุ่มนี้จะถามหาแค่ร้านที่ดีที่สุดของพื้นที่นั้นๆ ไม่ว่าร้านจะเล็กหรือใหญ่แต่ถ้าภายในมีฝีมือมีการบริหารที่ดีก็เป็นร้านที่ดีที่สุดใครมาก็ถามหาได้” ดร.สมศักด์ให้เทคนิค พร้อมแนะนำช่างผมให้เรียนรู้ด้านธุรกิจควบคู่กับการพัฒนาฝีมือให้มีมาตรฐานและมีใบรับรองฝีมือ
 
         ด้าน ดร.รวิภา ลาภศิริ คณบดีคณะบริหารธุรกิจ ม.ศรีปทุม กล่าวว่า จุดแข็งของร้านทำผมไทยคือ ด้านเซอร์วิส ที่ครบครัน มีราคาย่อมเยา ถ้าเรียนรู้การสร้างแบรนด์ให้มั่นคงก็จะสามารถต่อยอดงานในร้านให้ดำเนินไปอย่างถูกทาง ปัจจุบันการเรียนเปิดกว้างสำหรับผู้ใหญ่และคนทำงานแล้วมาก ไม่จำกัดว่าต้องเป็นเด็กๆ เท่านั้น ลองเปิดใจหาหลักสูตรที่เหมาะสมรับรองไม่เสียเวลาเปล่า ส่วนช่างผมที่ยังไม่มีร้านเป็นของตัวเอง ถ้ารู้จักงานบริหารก็จะได้เปรียบ มีโอกาสเรียนรู้งานที่มากกว่าทำเสริมสวย เหมือนพูดภาษาเดียวกับเจ้าของร้าน ซึ่งเป็นผู้บริหารงานได้ก็จะได้รับโอกาสพัฒนาตัวเองในซาลอนดังอื่นๆ มากขึ้น