ข่าว

รวบโจรทุบรถฉกทรัพย์'บี มาติกา'

รวบโจรทุบรถฉกทรัพย์'บี มาติกา'

29 พ.ค. 2558

ตร.รวบ 2 โจรทุบกระจกรถฉกทรัพย์ดาราดัง 'บี' มาติกา และเพื่อนสาว พบประวัติโชกโชน เคยติดคุก ดาราสาวเสียดายของถูกขโมยบางส่วนถูกโยนทิ้งคลองแสนแสบ

 
                      29 พ.ค. 58  ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.)  พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชาญเทพ เสสะเวช รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ชวลิต ประสพศิลป ผบก.น.5 พ.ต.อ.พรชัย ชลอเดช ผกก.สน.ลุมพินี พ.ต.ท.อภิชาติ ทองจันดี รอง ผกก.สส.สน.ลุมพินี พ.ต.ท.ธเนศ มีทอง สว.สส.สน.ลุมพินี ร่วมกันแถลงผลจับกุม นายสุจินดา พันปาน หรือ โอม อายุ 22 ปี และนายธราธร ไกรสมเลิศ หรือ บาส อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาทุบกระจกรถยนต์ลักเอาทรัพย์สิน โดยก่อเหตุทุบกระจกรถยนต์ ยี่ห้อจากัวร์ สีเทา ซึ่งมี น.ส.มาติกา อรรถกรศิริโพธิ์ หรือ บี อายุ 28 ปี ดาราสาวชื่อดังนั่งมาด้วย และวางทรัพย์สินไว้ในรถดังกล่าว ได้ถูกลักทรัพย์ไป 
 
                      เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมนายสุจินดา ได้ที่บ้านพัก แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กทม. ส่วนนายธราธร จับกุมได้ที่บ้าน แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. พร้อมของกลาง นาฬิกายี่ห้อปาเต๊ะฟิลลิป 1 เรือน ต่างหูยี่ห้อชาเนล 1 คู่ ต่างหูทรงกลม สีน้ำเงิน 1 คู่ ต่างหูทรงระย้า 1 คู่ สร้อยข้อมือเส้นเล็ก 2 เส้น สร้อยข้อมือเส้นใหญ่ 1 เส้น เข็มกลัดยี่ห้อชาเนล 1 ชิ้น กระเป๋าสะพายหญิง ยี่ห้อแอร์เมส สีดำ ราคาประมาณ 3 แสนบาท 1 ใบ กระเป๋าสะพายหญิงยี่ห้อชาเนล สีแดง ราคาประมาณ 8 หมื่นบาท 1 ใบ โดยแจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์ไปหรือรับของโจร
 
                      พ.ต.อ.พรชัย เปิดเผยว่า การจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม เวลาประมาณ 21.45 น. เกิดเหตุคนร้ายทุบกระจกรถยนต์คันดังกล่าวแล้วลักเอาทรัพย์สินไป นอกจากนี้คนร้ายยังก่อเหตุลักษณะเดียวกันกับรถยนต์ ยี่ห้อเบนซ์ รุ่น ซีคลาส สีขาว ของเพื่อน น.ส.มาติกา ซึ่งปรากฏมีทรัพย์สินหลายรายการถูกลักเอาไป เหตุเกิดบริเวณถนนสารสินใกล้แยกสารสินตัดหลังสวน เยื้องธนาคารธนชาต ถนนสารสิน แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กทม. หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้สืบสวนไล่ติดตามตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดจนทราบว่า ตามวันเวลาที่เกิดเหตุพบผู้ต้องหาทั้งสองขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเอ็มเอสเอ็กซ์ สีน้ำเงิน ของนายธราธร ป้วนเปี้ยนอยู่บริเวณจุดเกิดเหตุ เมื่อตรวจสอบลายนิ้วมือแฝงในที่เกิดเหตุนำมาเปรียบเทียบกับฐานข้อมูลอาชญากรรมพบว่าตรงกับผู้ต้องหาทั้งสองที่เคยมีประวัติคดีลักทรัพย์มาก่อน จนนำไปสู่การสืบสวนจับกุมได้ในที่สุด
 
                      "พฤติการณ์ก่อเหตุของผู้ต้องหาพบว่า นายธราธรจะเป็นผู้ขับขี่ ส่วนนายสุจินดาเป็นผู้ซ้อน เมื่อขับผ่านมาพบรถยนต์ 2 คัน จอดอยู่ในที่เกิดเหตุ นายธราธรได้ขี่รถวนกลับมาก่อเหตุ โดยนายสุจินดาเป็นคนลงจากรถ แล้วใช้ไขควงปากแบนงัดกระจกด้านหลังซ้ายจนหลุด จากนั้นจึงเข้าไปลักทรัพย์สินภายในรถทั้งสองคันแล้วหลบหนี ซึ่งทรัพย์ที่ได้มาจะแบ่งกันก่อนจะแยกย้ายหลบหนี เมื่อฝ่ายสืบสวน สน.ลุมพินี ติดตามจับกุมได้พร้อมของกลาง ก็แจ้งให้ผู้เสียหายมาตรวจสอบทรัพย์สิน โดยผู้เสียหายยืนยันว่า ทรัพย์ทั้งหมดเป็นของผู้เสียหายที่ถูกประทุษร้ายไปจริง แนวทางการสืบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 รายนี้เป็นกลุ่มวัยรุ่นที่อยู่ในซอยนาคภาษิต และลงมือก่อเหตุกันเพียง 2 คนเท่านั้น"
 
                      นายธราธร ให้การรับสารภาพว่า ก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยทำไปเพราะเมาใบกระท่อมที่เอามาจากเพื่อนย่านหัวหมาก ก่อนหน้านี้เคยติดคุกเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เนื่องจากถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.หัวหมาก จับกุมข้อหาลักทรัพย์ เมื่อปี 2553 ส่วนนายสุจินดาก็ติดคุก สน.หัวหมาก คดีลักทรัพย์ เมื่อต้นปี 2558 ทำให้ตนและนายสุจินดารู้จักกันในเรือนจำ พอพ้นโทษออกมาก็เป็นเพื่อนกินเที่ยวด้วยกัน วันก่อเหตุได้พากันขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมา เห็นรถยนต์ของเพื่อนดาราสาวดูมีราคา จึงลงมือก่อเหตุแล้วเอาเงินที่ได้แบ่งกัน ส่วนทรัพย์สินบางส่วนโยนทิ้งคลองแสนแสบย่านหัวหมาก
 
                      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมา พล.ต.ท.ศรีวราห์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ลุมพินี นำตัวผู้ต้องหาไปชี้จุดลงมือทุบกระจกรถ พร้อมกับ น.ส.มาติกา ดาราสาวชื่อดังและเพื่อน ระหว่างนั้นได้ซักถามถึงทรัพย์สินที่ยังสูญหายไป โดยทั้งดาราสาวและเพื่อนต่างแสดงอาการตกใจเป็นอย่างมาก เมื่อทราบว่าของกลางที่ยังไม่ได้คืนทางผู้ต้องหานำไปโยนทิ้งลงคลองแสนแสบย่านหัวหมากไปแล้ว ซึ่งมีทั้งกระเป๋าสตางค์ยี่ห้อชาเนล แว่นกันแดดยี่ห้อคริสเตียนดิออร์ และกระเป๋าเครื่องสำอาง รวมมูลค่านับแสนบาท
 
                      น.ส.มาติกา กล่าวว่า ปกติจะจอดรถบริเวณที่เกิดเหตุเป็นประจำ และไม่คิดว่าจะถูกทุบรถลักทรัพย์ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะไม่ระมัดระวัง และเอาทรัพย์สินไว้ในรถ ไม่ได้เอาลงไปด้วย เนื่องจากจะไปนั่งที่ร้านไม่นาน โดยวางของไว้บนพื้นรถบริเวณเบาะหลัง ไม่คิดว่าคนร้ายจะเห็น ซึ่งปกติจะมีคนขับรถคอยเฝ้า แต่ว่าเขาอยู่ในรถอีกคันหนึ่ง ไม่ทราบเหมือนกันว่าตอนคนร้ายทุบกระจกรถแล้วทำไมสัญญาณกันขโมยถึงไม่ดัง  ส่วนของกลางที่ยังไม่ได้คืนมีแว่นยี่ห้อคริสเตียนดิออร์มูลค่า 1.6 หมื่นบาท กระเป๋าเครื่องสำอางชุดใหญ่ราคา 5 หมื่นบาท กระเป๋ายี่ห้อโคช กระเป๋าสตางค์ใส่เงินยี่ห้อชาเนล มีเงินเยน 2 หมื่นบาท และเงินไทยอีกประมาณ 6,000 บาท หลังจากซักถามผู้ต้องหารู้ว่านำทรัพย์สินที่ยังสูญหายไปทิ้งคลองแสนแสบทำให้รู้สึกเสียดายเป็นอย่างมาก