ข่าว

ถอดยศ'พ.ต.ท.ทักษิณ'ยึดก.ม.

ถอดยศ'พ.ต.ท.ทักษิณ'ยึดก.ม.

29 พ.ค. 2558

'อนุพงษ์' ชี้ ถอดยศ 'พ.ต.ท.ทักษิณ' ยึด ก.ม.ไม่กลั่นแกล้ง ปธ.คกก.ตรวจสอบเผยมติเห็นชอบ เสนอ ผบ.ตร.อนุมัติ

 
                      29 พ.ค. 58  เมื่อเวลา 12.00 น.  พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีการพิจารณาถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่อาจจะมีมวลชนออกมาเคลื่อนไหว ว่า เป็นคำถามแบบเดิม ก็ต้องย้อนกลับไปใหม่ว่า ทำไม่ทำขึ้นอยู่กับกฎหมายไม่กลั่นแกล้งกัน ซึ่งประชาชนเข้าใจได้ ถ้าประชาชนเข้าใจก็ไม่มีใครต้องกังวล
 
                      เมื่อถามว่า กระแสในต่างจังหวัดมีความเคลื่อนไหวอย่างไร หลังจากกระทรวงการต่างประเทศยกเลิกหนังสือเดินทางของ พ.ต.ท.ทักษิณ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ถ้าพูดอย่างนี้ก็สอนให้คนไทยรู้ว่าตอนนี้ก็ทำไปตามกฎหมาย หากวันข้างหน้าถ้าตนโดน ก็จะได้ไม่บอกว่าถูกกลั่นแกล้ง เพราะเป็นไปตามกฎหมาย ถ้าคนนั้นทำผิดกฎหมายแล้วคนมีหน้าที่ไม่ดำเนินการ ก็จะมีความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วย
 
                      "การกระทำต้องเป็นไปตามเนื้อผ้า ไม่ใช่การกลั่นแกล้ง อย่างไรก็ตามตอนนี้ยังไม่พบว่ามีความเคลื่อนไหวในพื้นที่แต่อย่างใด เพราะคนไทยส่วนใหญ่ในขณะนี้คงเข้าใจอะไรมากขึ้น เหตุการณ์ช่วงเวลา 4 - 5 ปีที่ผ่านมา มีพัฒนาการที่ทำให้คนรับรู้ผลกระทบที่ตามมา แล้ววันนี้คงกลับไปเดินเส้นนั้นไม่ได้"
 
                      เมื่อถามถึงกรณี คสช.เตรียมเรียกกลุ่มการเมืองที่ยังเคลื่อนไหวมาพูดคุยอีกครั้ง พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ยังไม่เห็นเรื่องนี้ ตอนนี้เขาก็ฟังอยู่ หากต้องการจะพูดก็อย่าพูดให้เกิดความแตกแยก ขอให้รอเวลาเมื่อรัฐธรรมนูญเสร็จเสียก่อน ส่วนกระแสข่าวที่มีเจ้าหน้าที่ทหารประสานฝ่ายปกครองเพื่อขอความร่วมมือห้ามฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทยจัดประชุมชี้แจงอดีต ส.ส. เพื่อแนะแนวทางต่อ สนช.ที่จะลงมติถอดถอนกรณีการลงชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า อยากพูดว่าตอนนี้อย่าเอาอะไรมาเป็นเงื่อนไขเพื่อทำให้เกิดความขัดแย้ง เพราะหลักการทำงานคือมีอะไรต้องว่าไปตามกฎหมาย ถ้าไม่ยืนตามจุดนี้แล้วมากล่าวอ้างว่า ถูกกลั่นแกล้ง ก็เดินไปไม่ได้ อย่าเอาทุกอย่างหรือมวลชนมาทำให้เกิดความขัดแย้ง ที่สำคัญหากมองไปลึกๆ จะเห็นว่าความขัดแย้งของคนมันแก้ไม่ได้
 
                      เมื่อถามว่า มีการสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดไปติดตามหรือไม่ว่าพื้นที่ใดมีความเคลื่อนไหวผิดปกติบ้าง พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า คสช.ไม่ต้องการให้เกิดการปลุกปั่นขัดแย้งกันในช่วงนี้ มีการห้ามไม่ให้ชุมนุมกัน ซึ่งเป็นไปตามกฎหมาย กระทรวงมหาดไทยกำชับไปยังผู้ว่าฯ เรื่องการปกครอง จะต้องไม่ทำให้คนมาปลุกปั่น เพื่อให้เกิดความขัดแย้ง และลุกลามจนเกิดความรุนแรง
 
                      "ขอย้ำว่าสิ่งที่มหาดไทยทำคืออย่าเอาคนมาขัดแย้งกัน ที่ผ่านมาผมพยายามชี้แจงทั้งผู้ว่าฯ นายอำเภอ และระดับท้องถิ่น เกี่ยวกับเรื่องนี้มาตลอด ความชอบที่ไม่เหมือนกันนั้นไม่เป็นไร แต่อย่ามาขัดแย้งกัน"
 
                      สำหรับพื้นที่ปักธงหมู่บ้านเสื้อแดงในภาคอีสานขณะนี้ มท.1 กล่าวว่า ขณะนี้ก็ไม่เห็นมี อย่างที่บอกจะชอบสีใดก็ไม่ว่า แต่อย่ายุยงให้ข้อมูลผิดๆ และนำมวลชนมาต่อรองทางการเมืองเหมือนในอดีตที่ผ่านมา โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐ นักปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ฯลฯ จะทำอย่างนี้ไม่ได้เพราะมีหน้าที่ทำให้คนอยู่ร่วมกันได้ท่ามกลางความคิดที่แตกต่างกัน
 
                      เมื่อถามว่า หากจังหวัดใดที่ผู้ว่าฯ ปล่อยให้มีการปลุกปั่นมวลชนเกิดขึ้น จะมีการคาดโทษอย่างไร พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ไม่ได้คาดโทษ แต่ได้กำชับไป ถ้าไม่ทำตามนโยบาย ไม่ใช่คาดโทษ แต่จะลงโทษเอง จะให้เอาคนมาตีกันจนเกิดจลาจล บ้านเมือง เศรษฐกิจเสียหายไม่ได้ ต่อข้อถามว่า ช่วงเวลานี้มีผู้ว่าฯ อยู่ในข่ายถูกจับตาโยกย้ายบ้างหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ก็มีย้ายเหมือนกัน คือคนที่โดนโทษก็ต้องมีคนไปแทน ถ้าเรารอก็ต้องรอเดือนตุลาคม ซึ่งมันรอไม่ได้ เราก็ต้องสับ ถ้าจังหวัดใหญ่โดนก็เอาจังหวัดเล็กมาอยู่แทน เพราะขั้นตอนในการนำรองผู้ว่าฯ ขึ้นมารักษาราชการแทนใช้เวลา 40 - 50 วัน มันไม่ได้ เรารอไม่ได้ ก็ต้องหมุนจังหวัดก่อน จังหวัดเล็กก็ให้รองผู้ว่าฯ รักษาราชการแทน
 
                      เมื่อถามว่า แสดงว่าเดือน มิ.ย.จะมีการปรับย้ายผู้ว่าฯ รมว.มหาดไทย กล่าวว่า "คงต้องมี ในกรณีนี้นะครับ แต่ไม่ใช่ปรับย้ายใหญ่ที่ต้องไปรอสิ้นปี เพราะต้องสอบ และแสดงวิสัยทัศน์กัน"
 
 
 
มติเห็นชอบ เสนอ ผบ.ตร.อนุมัติ
 
 
                      พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล ที่ปรึกษา(สบ 10) เปิดเผยเกี่ยวกับกรณีถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับการถอดยศตำรวจว่าด้วยการดำเนินการพิจารณาถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จำเลยในคดีทุจริตจัดซื้อที่ดิน ถ.รัชดาภิเษก ซึ่งถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุก 2 ปี ขณะนี้อยู่ระหว่างหลบหนีคดี โดยจากการพิจารณาของคณะกรรมการ เห็นว่า ในกรณีนี้เข้าเงื่อนไของค์ประกอบ ระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการถอดยศตำรวจ พ.ศ. 2547 ข้อ 1 (6) ที่ระบุว่า ผู้ต้องหาในคดีอาญาแล้วหลบหนีไป สำหรับผู้ที่มิได้อยู่ในราชการหรือหน่วยงานของรัฐ เท่านั้น
 
                      พล.ต.อ.ชัยยะ กล่าวว่า จากการพิจารณาร่วมกันของคณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งโดย พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) หลังจากที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินทำหนังสือถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ทำการตรวจสอบและพิจารณาการถอดยศของ พ.ต.ท.ทักษิณ เพิ่มเติม เพราะในอดีตทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้พิจารณาไปบางส่วนแล้ว แต่ยังไม่ครบประเด็น ซึ่งจากการตรวจสอบของคณะกรรมการชุดนี้ มีมติเห็นว่า กรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้าเงื่อนไขระเบียบการถอดยศ ข้อ 1 (6) ว่าด้วยการเป็นนักโทษหลบหนีคดี และยังมีหมายจับค้างเก่าของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ทั้งหมด 7 หมาย แต่ได้หมดอายุความ 2 หมาย เหลือเพียง 5 หมายที่ใช้สำหรับการพิจารณาครั้งนี้
 
                      "ขั้นตอนหลังจากนี้ คณะกรรมการเตรียมที่จะเสนอให้ ผบ.ตร.พิจารณาในวันนี้ (29 พ.ค.) หากทาง ผบ.ตร.พิจารณาเห็นชอบ ขั้นตอนต่อไปก็จะส่งเรื่องไปยังสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี โดยเรื่องนี้ยืนยันว่าไม่ได้มีการกลั่นแกล้ง เพราะมีการพิจารณาอย่างรอบด้านและครบทุกมิติ หาก พ.ต.ท.ทักษิณ จะทำหนังสือชี้แจงหรือไม่นั้นก็สามารถทำได้ตามสิทธิ์"
 
                      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (29 พ.ค.) พล.ต.อ.สมยศ ได้เดินทางไปปฏิบัติราชการที่ จ.เชียงใหม่ โดยมีกำหนดการเดินทางกลับในวันพรุ่งนี้ (30 พ.ค.) สำหรับเรื่องการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น น่าจะมีการดำเนินการตรวจเอกสารที่ทางคณะกรรมการพิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับการถอดยศตำรวจ ว่าด้วยการดำเนินการพิจารณาถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้มีมติเห็นชอบส่งมาให้ตามระเบียบ เพื่อพิจารณาเห็นชอบตามมติคณะกรรมการฯ หรือไม่ ภายหลังจากเดินทางกลับจากการไปปฏิบัติราชการที่ จ.เชียงใหม่