ข่าว

'บิ๊กตู่'ลั่นถอนพาสปอร์ต'แม้ว'ทั้งหมด!

'บิ๊กตู่'ลั่นถอนพาสปอร์ต'แม้ว'ทั้งหมด!

29 พ.ค. 2558

'ประยุทธ์' ลั่น พาสปอร์ต 'ทักษิณ' มีกี่เล่ม จะถอนทั้งหมด นั่งหัวโต๊ะถกความคืบหน้าเขต ศก.พิเศษ ผุดแนวคิด 'โซเชียล บิซซิเนส'

 
                      29 พ.ค. 58  เมื่อเวลา 11.30 น.  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกระแสข่าวมีการหารือในกลุ่ม คสช. เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 38 ต่ออายุให้ สนช.และ สปช. ว่า "ผมไม่ได้เข้าหารือ แต่คิดว่าฝ่ายกฎหมายเขาคงมีการเตรียมการละมั้ง แต่ไม่ได้เป็นการเตรียมการเพื่อต่ออายุให้กับ สนช.หรือ สปช. เพียงแต่ผมได้ตั้งคำถามว่า หนึ่ง ให้ไปหามาตรการว่าถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน สปช. แล้วจะทำอย่างไร ถ้าตามกติกาแล้ว คือ มันต้องล้มทั้งหมด ทั้งสองอย่าง แล้วใช้เวลาในการเลือก ตั้งขึ้นมาใหม่ ผมจึงได้สั่งการว่าไปหาวิธีการที่เหมาะสมว่าจะต้องทำอย่างไร เป็นเรื่องของส่วนที่เกี่ยวข้องไปคิดกันมา สอง ถ้าร่างรัฐธรรมนูญผ่านความเห็นชอบของ สปช.แล้วมีการไปทำประชามติแล้วไม่ผ่าน จะทำอย่างไร สาม ถ้าผ่านแล้วไม่มีคนทำการปฏิรูปต่อแล้วจะทำอย่างไร ก็ได้ให้โจทย์ไปแค่นี้"
 
                      เมื่อถามว่า ทั้งหมดเป็นการเตรียมพร้อมเพื่ออุดช่องโหว่ที่อาจจะเกิดขึ้นใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวประชดว่า “เป็นการเปิดช่องว่างมั้ง”
 
                      นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังตอบข้อซักถามสื่อมวลชนถึงการยึดหนังสือเดินทางของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า "พาสปอร์ตมีกี่สี มีสีน้ำตาล สีแดง สีน้ำเงิน ผมเห็นแล้วว่ามีข่าวว่าถอนหมดหรือยัง กำลังเช็กอยู่ว่ามี 3 หรือ 4 เล่ม ก็จะถอนทั้งหมด"
 
 
 
นั่งหัวโต๊ะถกความคืบหน้าเขต ศก.พิเศษ ผุดแนวคิด 'โซเชียล บิซซิเนส'
 
 
                      เมื่อเวลา 09.00 น.  พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานการประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับการลงทุนภาคเอกชน เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษและการส่งเสริมการลงทุนเขตธุรกิจ
 
                      จากนั้นเวลากล่าวภายหลังการประชุมว่า การขับเคลื่อนเขตเศรษฐกิจพิเศษนั้น เป็นไปตามแนวทางของคณะขับเคลื่อน โดยรัฐบาลที่มียุทธศาสตร์ในเรื่องการค้าการลงทุนอยู่แล้ว ทั้งในเขตการลงทุนเดิมและการขับเคลื่อนให้เกิดเขตเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ใกล้ชายแดนที่เรากำหนดไว้แล้ว 6 แห่ง ซึ่งรายละเอียดปัญหานั้นมีหลายประการ เช่น การจัดหาที่ดิน การลงทุนร่วม ดังนั้นการกำหนดเขตเศรษฐกิจพิเศษจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ รัฐเป็นผู้ลงทุน ผ่านนิคมอุตสาหกรรม และภาคเอกชนมาเช่าพื้นที่ของรัฐไปดำเนินการคู่ขนานกันไป เพื่อให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ของรัฐบาล
 
                      พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ระยะต่อไปภาคเอกชนต้องมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ สร้างความเข้มแข็งให้ได้และประเด็นสำคัญที่ได้สั่งการไปในวันนี้ คือ การจัดตั้งโซเชียล บิซซิเนส คือ การประกอบการที่ตอบสนองต่อสังคม ซึ่งตนต้องการให้มีการประกอบการเหมือนกับโครงการหลวงหรือโครงการดอยตุงโดยจะอยู่ในพื้นที่เหล่านี้ด้วย เพื่อให้มีความสอดคล้องกับห่วงโซ่ของประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับเรื่องสหกรณ์ ผู้ประกอบการด้านการผลิต เช่น เกษตรกร จะได้ไม่เกิดผลกระทบซึ่งกันและกัน โดยมีความมุ่งหมายเน้นหนักในเรื่องของการสนับสนุนการลงทุนในพื้นที่เดิมไว้ด้วย ถ้าจะลงทุนใหม่ก็อยู่ในกรอบสิทธิประโยชน์ของเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งมีความแตกต่างที่คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้กำหนดไว้แล้ว และทั้งหมดจะต้องเร่งรัดให้มีการเริ่มต้นภายในปี 2558 นี้
 
                      "ส่วนการแก้ไขปัญหาก็ขอความร่วมมือกับภาคประชาชนด้วย อย่าเพิ่งปฏิเสธ อย่าเพิ่งต่อต้าน ผมดูแลคนทุกภาคส่วนอยู่แล้ว ถ้าเราไม่ให้อะไรเกิดได้เลยก็จะต้องเจอปัญหาอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ เศรษฐกิจตก รายได้ตก ราคาผลิตผลการเกษตรตกทั้งหมด มันต้องเชื่อมโยงเรียกว่าการสร้างห่วงโซ่ของคุณค่าให้ได้ ทั้งภาคประชาชน สังคม เอกชน และธุรกิจขนาดใหญ่ กลาง เล็ก"
 
                      นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับกิจการใดที่ประชาชนต้องการก็ให้เสนอมา ถ้ามันนอกกรอบไปหน่วย ก็ต้องไปดูว่าจะทำได้หรือไม่ โดยประเด็นสำคัญคือต้องไม่สร้างผลเสียให้สิ่งแวดล้อม ไม่ขัดขวางให้ธุรกิจเดิมต่างๆ ที่อยู่ในพื้นที่เสียหาย ต้องสร้างห่วงโซ่ให้ได้และ เราต้องผลักดันทั้ง 2 ด้านควบคู่ไปด้วยกัน คือ ในส่วนของการลงทุนในเขตอุตสาหกรรมเดิม ที่จะต้องขยายแต่มีปัญหาในเรื่องของพื้นที่ น้ำเสียต่างๆ ต้องแก้ให้ได้ ไม่เช่นนั้น เขาจะย้ายฐานการลงทุนไปหมด เราต้องดูตรงนั้นด้วย ส่วนที่เป็นธุรกิจใหม่ ก็จะไปเสริมตรงนั้น เพื่อสร้างอาชีพรายได้ในพื้นที่ โดยนำผลิตผล ผลิตภัณฑ์ในพื้นที่มาจำหน่วย หรือรับวัสดุต้นทุนจากต่างประเทศที่มีสิทธิ์จีเอสพี เข้ามาเป็นวัตถุดิบ วัสดุต้นทุน และนำมาแปรรูปขายต่อ ทั้งนี้ขอให้สร้างความเชื่อมโยงได้ทั้งหมด
 
                      นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทุกกิจการนั้นจะต้องดูแลคน 3 ระดับ คือ 1. ธุรกิจระดับบน 2. เอสเอ็มอี 3. ธุรกิจของชุมชน หรือสหกรณ์ ซึ่งคิดว่าเป็นวิถีทางที่ไม่มีอะไรมากไปกว่านี้อีกแล้ว เราทำทุกอย่าง แต่ปัญหาคือ มันเริ่มในระยะเวลาที่จำกัด ตนทำเต็มที่เร่งทุกอย่าง แต่บางทีก็ไม่เข้าใจกัน โดยต้องเข้าใจว่า เราไม่อยากให้มีผลกระทบใดๆ ทั้งสิ้น และตนเป็นห่วงในเรื่องของการลงทุนเรื่องการสร้างแหล่งพลังงานใหม่ พลังงานทนแทน พลังงานทางเลือก พลังงานหมุนเวียน ที่ยังเป็นปัญหาทั้งสิ้น รวมทั้งการบริหารจัดการขยะที่ยังมีข้อติดขัด ประชาชนไม่ยอมรับ แต่ถ้ามันเกิดอะไรขึ้นมาเลย ก็แก้ไขอะไรไม่ได้ทั้งหมด ประเทศชาติก็จะถอยหลังไปเรื่อยๆ เขาก็จะย้ายไปลงทุนไปที่อื่น รวมถึงในอนาคตอัตราส่วนการเกิดขึ้นในแต่ละปี และสังคมผู้สูงอายุก็จะมากขึ้น ภาระการดูแลของรัฐบาลก็จะมากขึ้น ถ้าเราไม่ทำตรงนี้ไว้ อย่างอื่นก็ไปไม่ได้หมด สิทธิ์การรักษาพยาบาลก็จะแย่ลง การค้าการลงทุนก็จะถอยหลังทั้งหมด ซึ่งเราไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ใคร แต่เพื่อคนไทยทุกระดับชั้น และให้การค้าการลงทุนมีเสถียรภาพ และทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับความมีเสถียรภาพของรัฐบาล ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ถ้าไม่สงบทุกอย่างก็จะพังทลายทั้งหมด และประการสำคัญคือทำอย่างไรที่จะมีรัฐบาลใหม่ ที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องไป นั่นคือสิ่งอยากให้คนไทยได้คิดว่า จะทำอย่างไรให้รัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งทำตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้ ส่วนเรื่องของพรรคหรือการบริหารราชการ เราไม่อยากยุ่งตรงนั้นแต่หากเดินยุทธศาสตร์อย่างนี้วันหน้าจะไม่เกิดปัญหาร้ายแรงอีก เช่น เศรษฐกิจระดับล่างที่เงินหายไปจากการทำผิดกฎหมายโดยไม่ได้รับการแก้ไข ทำให้เป็นธุรกิจที่มีเงินหมุนเวียนจำนวนมากเมื่อเราสกัดกั้นคนข้างล่างก็เดือดร้อน นั่นคือสิ่งที่ทุกคนต้องเข้าใจ เราต้องสร้างเครือข่ายความเชื่อมโยงให้ได้
 
                      ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการเสนอให้ใช้มาตรา 44 ในการตั้งนิคมฯ ใหม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ต้องเข้าใจว่าการใช้มาตรานี้ ถ้าใช้บังคับในบางเรื่อง เช่น ไล่คนจำนวนมากออกไป หาที่ดินที่มีคนอยู่เต็มไปหมด ตนทำไม่ได้เพราะมันเดือดร้อน ส่วนถ้าจะทำต้องสร้างการรับรู้ ว่าการลงทุนตนให้ไปดูเรื่องโซเชียล บิซซิเนส ที่ไม่หวังผลกำไร ทั้งหมดคือสังคมดูแลประชาชนส่วนหนึ่ง ไปสร้างห่วงโซ่กับโรงงานที่จะตั้งขึ้นมา รวมทั้งดูแลที่อยู่ของแรงงานที่ชัดเจน และดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการของเราว่าจะหาที่อยู่อย่างไร มีตลาด มีอาชีพให้อย่างไรโดยไม่ขัดแย้งซึ่งกันและกัน ตนสั่งการเพิ่มเติมไปหมดแล้ว โดยขึ้นอยู่กับการปฏิบัติ เพราะตนสั่งไปละเอียดมาก คณะทำงานก็ทำงานอย่างหนัก วันนี้ในที่ประชุม ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษา คสช. และทุกฝ่ายรวมทั้งภาคเอกชนต่างให้ความเห็นตรงกันทั้งหมด โดยตนขอให้ภาคเอกชนได้ช่วยพูดคุยทำความเข้าใจกับประชาชนแทนรัฐบาลด้วย