ข่าว

'บวรศักดิ์'พร้อมรับคำพิพากษา'ร่างรธน.'

'บวรศักดิ์'พร้อมรับคำพิพากษา'ร่างรธน.'

29 พ.ค. 2558

'บวรศักดิ์' ย้ำ 'พลเมือง' ในร่างรธน.ไม่ใช่วาทกรรม วางฐานแก้ปัญหาซื้อ-ขายเสียง เน้นให้คนรับผิดชอบหน้าที่ ดูแลบ้านเมือง เห็นชอบ-ผ่านหรือไม่ พร้อมรับคำพิพากษา

 
                      29 พ.ค. 58  เมื่อเวลา 11.00 น.  นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เสนอคำขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมูญ ซึ่งมีหลายประเด็น ว่า ในส่วนของคำว่า พลเมือง ครม.ไม่ได้เสนอคำขอแก้ไข เพียงแต่ให้ข้อสังเกตมาเท่านั้น ทั้งนี้การบัญญัติคำว่าพลเมืองในร่างรัฐธรรมนูญนั้น เพื่อต้องการวางรากฐานของการแก้ปัญหาการซื้อสิทธิ์ ขายเสียง ในการเลือกตั้ง เพราะวัฒนธรรมของราษฎรที่ยังพึ่งพาผู้นำทางการเมือง ทั้งนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสตอนหนึ่งไว้ว่า ประชาธิปไตยทางการเมืองจะเกิดขึ้นได้จริงก็ต่อเมื่อมีประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจและสังคม ดังนั้นจึงเป็นเหตุให้มีการปฏิรูป ลดความเหลื่อมล้ำให้ราษฎรเป็นคนชั้นกลางระดับกลาง ไม่ต้องพึ่งพาใคร รวมถึงต้องการให้ราษฎรที่ไม่ให้ความสนใจการเมืองเท่ากับการบ้านของตนเอง หันมาสนใจการเมืองเท่ากับการบ้านของตนเอง ไม่ใช่แค่การใช้สิทธิ์เลือกตั้งเพียง 1 นาที แล้วมอบอำนาจให้ผู้ใดไปดำเนินการผ่านตัวแทน ดังนั้นวัฒนธรรมพลเมืองจึงมีความสำคัญ เพราะต้องการให้คนมีสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม รู้หน้าที่ และดูแลบ้านเมืองไม่ให้เกิดความเสียหาย ไม่เชื่อข่าวลือ หรือถูกชักจูงได้ง่าย ซึ่งการเขียนคำว่า “พลเมือง” ไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ จึงไม่ใช่แค่เรื่องการเขียนถ้อยคำ หรือการสร้างวาทกรรม เหมือนกับการสร้างวาทกรรมคำว่า เหาะเกินลงกา หรือเรือแป๊ะ
 
                      ผู้สื่อข่าวถามว่า ในวันที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ มาชี้แจงคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญต่อ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ จะต้องทำความเข้าใจกันหรือไม่ นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า ไม่ต้องทำความเข้าใจ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ จะรับฟังเท่านั้น ทั้งนี้คำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญของ ครม.ก็มีความสำคัญเท่ากับคำขอแก้ไขของ สปช.ที่ต้องนำมาพิจารณา
 
                      เมื่อถามถึงการเสนอให้ปรับหมวดปฏิรูปและปรองดอง รวมถึงตัดการปฏิรูปด้านต่างๆ ออก ประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ต้องพิจารณาในเหตุผล ทั้งนี้ในคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญที่ ครม.เสนอให้พิจารณาไม่ใช่การตัดออก ทั้งนี้ก่อนหน้านั้นตนได้เจอกับนายวิษณุในงานหนึ่ง ซึ่งเขาต้องการให้นำหลักการปฏิรูปไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนรายละเอียดนั้นให้นำไปเขียนไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ร่างรัฐธรรมนูญมีความกระชับ โดยการจัดทำร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญนั้นให้ สปช.ดำเนินการ และเมื่อทำเสร็จ ก็ให้แนบร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญแนบไปกับร่างรัฐธรรมนูญช่วงของการทำประชามติ
 
                      "ประเด็นการปฏิรูปก็เป็นอย่างที่ทุกฝ่ายเรียกร้องตั้งแต่ก่อนวันที่ 22 พ.ค. 57 ไม่ใช่หรือ แล้วหากต้องการปฏิรูปแล้วสภาที่มีอยู่ตอนนี้ ก็มีชื่อว่าสภาปฏิรูปแห่งชาติ ไม่ใช่หรือ ดังนั้นคำถามสำคัญคือเราจะย้อนกลับไปอีกหรือ ในหมวดปฏิรูปยืนยันว่าจะมีในร่างรัฐธรรมนูญอย่างแน่นอน ส่วนจะปรับหมวดปฏิรูปให้เป็นโมเดลตามข้อเสนอของ ครม.หรือไม่นั้น ก็ไม่แน่ เพราะคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญมีความสำคัญ เช่นเดียวกับคำขอแก้ไขของ สปช.ทั้ง 8 กลุ่ม และของประชาชนที่เสนอเข้ามา แต่จะพิจารณาอย่างไร ต้องมาดูเหตุผลกันอีกครั้ง อย่างไรก็ตามเมื่อปรับปรุงร่างรัฐธรรมนูญแล้ว และส่งให้ สปช.พิจารณาลงมติแล้ว ถือเป็นเอกสิทธิ์ที่ สปช.จะลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ ส่วนผมก็หมดหน้าที่ และเมื่อ สปช.เห็นชอบแล้วส่งให้ประชาชนลงประชามติ ส่วนประชาชนจะลงมติให้ผ่านหรือไม่ให้ผ่านก็เป็นเอกสิทธิ์ของประชาชนเช่นกัน ส่วนผมนั้นพร้อมรับคำพิพากษา"