ข่าว

จ่อถอดยศ'พ.ต.ท.ทักษิณ'

จ่อถอดยศ'พ.ต.ท.ทักษิณ'

28 พ.ค. 2558

'พ.ต.ท.ทักษิณ' เข้าข่าย 'ผู้ต้องหาในคดีอาญาแล้วหลบหนีไป' ปธ.คกก.สอบ 'ถอดยศ' เผยได้ข้อสรุปชัดเจนครบถ้วนทุกมิติตอบคำถามได้ทั้งหมด เตรียมส่งเรื่องให้ ผบ.ตร.พิจารณา

 
                      28 พ.ค. 58  พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. เปิดเผยถึงกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศยกเลิกหนังสือเดินทางของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังมีการออกมาพูดกระทบถึงความมั่นคงของประเทศ ว่าก่อนหน้านี้มีผู้มาร้องทุกข์กับตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือ ปอท. ว่ามีการกระทำที่กระทบต่อความมั่นคง จึงเสนอให้ฝ่ายความมั่นคงของรัฐบาลดำเนินการตามขั้นตอน
 
                      ส่วนขั้นตอนการถอดยศของ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้มอบหมาย พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล จเรตำรวจแห่งชาติ ตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนหาพยานหลักฐานว่าจะเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ ปี 2547 เรื่อง การถอดยศนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร หรือไม่ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล และหากพบว่ามีความผิด ก็จะนำเข้าสู่กระบวนการต่อไป
 
                      "เป็นการทำไปตามกระบวนการ และชอบด้วยกฎหมาย ไม่มีความรู้สึกส่วนตัวในการลงความเห็นเสนอให้หน่วยงานความมั่นคงดำเนินการ ซึ่งก็ได้ฟังคำสัมภาษณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ทั้งหมดแล้ว แต่ทั้งนี้้ี ยังคงสั่งการให้ตำรวจสันติบาลติดตามสถานการณ์กลุ่มสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ตลอด เพื่อติดตามหาข่าวและรายงานต่อฝ่ายความมั่นคงอยู่เสมอ"
 
 
 
เรียก ตร.ที่ถูกโยกย้าย 91 นาย ชี้แจงแนวทางปฏิบัติ
 
 
                      พล.ต.อ.สมยศ เรียกประชุมตำรวจที่ถูกย้ายมาปฏิบัติหน้าที่ที่ศูนย์ปฏิการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศปก.ตร. จำนวน 91 นาย เพื่อชี้แจงถึงแนวทางปฏิบัติหลังจากนี้ โดยกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 91 นาย จะถูกจเรตำรวจตรวจสอบ ตั้งคณะกรรมการสอบสวน ถ้าหากพบความผิดคดีอาญา ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา ส่วนตำรวจนายใดที่พบว่าเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ไม่มีความผิดในคดีอาญา ก็จะถูกดำเนินสอบสวนทางวินัย และเสนอให้คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ หรือ ก.ตร.โยกย้ายออกจากหน่วย สำหรับผู้ที่ถูกสอบสวนแล้วพบว่า มีเพียงความผิดฐานปล่อยปละละเลย ก็จะเสนอให้มีการปรับเปลี่ยนหน้าที่ในหน่วย และหากพบว่าไม่มีความเกี่ยวข้องทั้งทางอาญาและวินัย ก็จะให้กลับไปปฏิบัติหน้าที่ตำแหน่งเดิม 
 
                      ทั้งนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยัน ที่ผ่านมาไม่มีการเรียกคุยเป็นการส่วนตัว หรือเป็นกรณีพิเศษกับตำรวจนายใด
 
 
 
ระเบียบ สตช.ถอดยศ
 
 
                      การถอดยศตำรวจมีการบัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 มาตรา 28 โดยระบุแต่เพียงว่า "การถอด หรือการออกจากยศตำรวจชั้นสัญญาบัตร ให้เป็นไปตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และให้ทำโดยประกาศพระบรมราชโองการ" ระเบียบดังกล่าวไม่ได้จำกัดตำรวจที่จะถูกถอดยศไว้เฉพาะตำรวจที่รับราชการเท่านั้น โดยในระเบียบข้อ 1 ระบุว่า "การเสนอขอถอดยศตำรวจทั้งแก่ผู้ที่อยู่ในราชการตำรวจ และที่พ้นจากราชการตำรวจไปแล้ว"
 
                      เนื้อหาสำคัญมาตรา 11 (4) มาตรา 28 และมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 วางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้ 
 
                      ข้อ 1. การเสนอขอถอดยศตำรวจทั้งที่อยู่ในราชการตำรวจและที่พ้นจากราชการตำรวจไปแล้ว ให้กระทำเมื่อมีเหตุใดเหตุหนึ่ง ดังต่อไปนี้
 
                      (1) ต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุด ว่าทุจริตต่อหน้าที่ราชการ แม้ศาลจะพิพากษารอการกำหนดโทษ หรือกำหนดโทษแต่รอการลงโทษไว้ก็ตาม
 
                      (2) ต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุก หรือโทษที่หนักกว่าจำคุก เว้นแต่ความผิดลหุโทษ หรือความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท
 
                      (3) ต้องคำพิพากษาของศาลถึงที่สุดให้เป็นบุคคลล้มละลย เพราะก่อให้เกิดหนี้สินขึ้นโดยทุจริต
 
                      (4) กระทำผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง และมีคำสั่งลงโทษไล่ออกจากราชการ
 
                      (5) ประพฤติชั่วร้ายแรง สำหรับผู้ที่มิได้อยู่ในราชการ หรือหน่วยงานของรัฐ
 
                      (6) ผู้ต้องหาในคดีอาญาแล้วหลบหนีไป สำหรับผู้ที่มิอยู่ในราชการ หรือหน่วยงานรัฐ
 
                      (7) ถูกสั่งให้ออกจากราชการ เพราะขาดคุณสมบัติมาตั้งแต่ก่อนได้รับการบรรจุเป็นข้าราชการตำรวจ
 
 
 
'แม้ว' เข้าข่าย 'ผู้ต้องหาในคดีอาญาแล้วหลบหนีไป'
 
 
                      พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล ที่ปรึกษา (สบ10) ในฐานะประธานคณะกรรมการพิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับการถอดยศตำรวจ กล่าวถึงการดำเนินการพิจารณาถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ จำเลยในคดีทุจริตจัดซื้อที่ดิน ถ.รัชดาภิเษก ซึ่งถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาจำคุก 2 ปี ขณะนี้อยู่ระหว่างหลบหนีคดี ว่า กรณีนี้ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้หนังสือลับ ด่วนที่สุด ที่ ผผ.20/351 ลงวันที่ 7 สิงหาคม 2557 แจ้งให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นำข้อเท็จจริงในประเด็นที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเป็นผู้ที่มิได้อยู่ในราชการ หรือหน่วยงานของรัฐ และตกเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา แล้วหลบหนีไป ตามหมายจับของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง รวม 5 คดี และกองทะเบียนประวัติอาชญากร ได้ออกประกาศสืบจับผู้กระทำความผิด ฉบับที่ 489 /2551 ซึ่งอยู่ในหลักเกณฑ์ตามข้อ 1 (6) แห่งระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่าด้วยการถอดยศตำรวจ พ.ศ. 2547 มาประกอบการพิจารณาดำเนินการถอดยศตำรวจ พ.ต.ท.ทักษิณ โดยผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พิจารณาตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการถอดยศตำรวจ พ.ศ. 2547 และแนวทางปฏิบัติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อเป็นบรรทัดฐานเดียวกันต่อไป
 
                      พล.ต.อ.ชัยยะ กล่าวว่า พล.ต.อ.สมยศ จึงได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาดำเนินการเกี่ยวกับการถอดยศตำรวจ ตามคำสั่ง ตร.ที่ 256/2558 ลงวันที่ 1 พ.ค. 2558 โดยมีตนเองเป็นประธาน มี พล.ต.ท.กวี สุภานันท์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นรองประธาน มีผู้บัญชาการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ผบช.สง.ก.ตร.) ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล (ผบช.สกพ.) ผู้บัญชาการสำนักงานกฎหมายและคดี (ผบช.กมค.) หรือ ผู้แทน ผบก.กองวินัย เป็นกรรมการและเลขานุการ โดยคณะกรรมการชุดนี้มีอำนาจหน้าที่พิจารณาให้เป็นไปตามระเบียบสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าด้วยการถอดยศตำรวจ พ.ศ. 2547
 
                      พล.ต.อ.ชัยยะ กล่าวต่อไปว่า สำหรับเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง ในการถอดยศตำรวจ ตามระเบียบ ตร.ว่าด้วยถอดยศ มีด้วยกัน 7 ข้อ แต่คณะกรรมการชุดนี้พิจารณาเฉพาะในข้อ 1 (6) ที่ระบุว่า ผู้ต้องหาในคดีอาญาแล้วหลบหนีไป สำหรับผู้ที่มิได้อยู่ในราชการหรือหน่วยงานของรัฐ เท่านั้น โดยที่ประชุมได้มีการตรวจสอบแล้ว พบว่า มีเอกสารยืนยันเป็นที่ประจักษ์จากหน่วยงานราชการหลายหน่วยงานว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้ต้องหาหลบหนีคดีอาญา จึงเข้าข่ายเหตุอย่างหนึ่งอย่างใดในการถอดยศ ตามระเบียบ ตร.ว่าด้วยการถอดยศ เตรียมนำเสนอ ผบ.ตร.พิจารณาภายใน 1 - 2 วันนี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างทบทวนในรายละเอียด รวมทั้งการรวบรวมเอกสารต่างๆ ที่จะนำมาประกอบในการพิจารณาให้ครบถ้วนสมบูรณ์กว่านี้
 
                      "การพิจารณาเรื่องนี้เป็นการทำงานในรูปคณะกรรมการ เป็นการทำงานทั้งระบบใหญ่ มีทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องมาร่วมพิจารณา ขณะเดียวกันที่ประชุมได้มีการพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน อย่างรอบคอบ มีการอภิปรายในทุกประด็นที่เกี่ยวข้อง จนได้ข้อสรุปที่ชัดเจน เพราะเราเข้าใจว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่เราดำเนินการตามขั้นตอน ตามระเบียบ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง"
 
                      ผู้สื่อข่าวถามว่า คณะกรรมการได้มีการนำหนังสือตอบกลับจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่เห็นควรให้ถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ มาพิจารณาด้วยหรือไม่ พล.ต.อ.ชัยยะ กล่าวว่า ได้มีการนำหนังสือของคณะกรรมการกฤษฎีกา มาพิจารณาด้วย เราดูทุกมิติ เพราะการพิจารณาครั้งนี้ค่อนข้างละเอียด เนื่องจากถูกท้วงติงมาจากสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินว่า การพิจารณาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ผ่านมา ยังมีบางประเด็นที่ตกหล่น ไม่ครบถ้วน สำหรับกรณี พ.ต.ท.ทักษิณ อาจเข้าเงื่อนไขในการถอดยศข้ออื่น ซึ่งได้มีการพิจารณาไปส่วนหนึ่งแล้วในรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ซึ่งตนไม่ขอพูดถึง แต่ครั้งนี้เราพิจารณาจากคำท้วงติงของหน่วยงานของรัฐอีกหน่วยงานที่เข้ามาตรวจสอบ ทั้งนี้ มีการส่งหนังสือท้วงติงมาตั้งแต่เดือน ส.ค. 2557 เราก็ทำมาโดยตลอดไม่ได้เพิ่งมาทำ จึงมีการพิจารณาอย่างครบถ้วนทุกด้าน
 
                      เมื่อถามว่า คณะกรรมการชุดนี้ได้สรุปความเห็นว่า ควรถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่ พล.ต.อ.ชัยยะ กล่าวว่า ผลสรุปของคณะกรรมการรอให้ ผบ.ตร.เป็นผู้ให้สัมภาษณ์ ตนบอกได้เพียงว่า คณะกรรมการได้สรุปความเห็นไปแล้ว ยืนยันว่า การพิจารณาครบถ้วนสมบูรณ์ทุกอย่างแล้ว มีทุกมิติ สามารถตอบคำถามได้ทั้งหมด
 
                      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ ตามปกติในการถอดยศข้าราชการตำรวจ ทาง ก.ตร.ส่งเรื่องมายังกองวินัยตำรวจก่อน แล้วส่งเรื่องมายังกองกำลังพลทำหน้าที่ประมวลเรื่อง ก่อนนำเสนอ ผบ.ตร. และนำเรื่องทูลเกล้าฯ ลงพระปรมาภิไธย มีผลสมบรูณ์