
บิ๊กตู่เตือนแม้วไม่หยุดเจออีกถอดยศฟ้องม.112
บิ๊กตู่เตือนแม้วไม่หยุดเจออีก ยันมีอำนาจถอดยศแย้มแห่ฟ้องเหตุจ้อผิดม.112 ปัดปรับครม.ศก.ระบุทำงานตามมติครม.
เมื่อวันที่ 28 พ.ค. เวลา 12.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ปัญหาความขัดแย้งของคนในชาติ โดยให้แกนนำคู่ขัดแย้งที่เป็นต้นเหตุมาเจรจาว่า เขาไม่มาเรื่องนี้ทำไปแล้ว ไม่รู้เหรอ ทางศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป เรียกมาคุยกันแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีกระทรวงการต่างประเทศถอนพาสปอร์ต พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเป็นการกดดันให้มีการเคลื่อนไหวมากขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า แล้วแต่พ.ต.ท.ทักษิณ จะเคลื่อนไหวก็ทำไป กฎหมายก็มีอยู่ เคลื่อนไหวอีกก็มีอีก
เมื่อถามว่าผลจากการให้สัมภาษณ์ ที่ประเทศเกาหลีของพ.ต.ท.ทักษิณ นั้นจะถูกดำเนินคดีอาญามาตรา 112 เพิ่มอีกหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนไม่ได้เป็นคนทำ ประชาชนเขาแจ้งความกันมากับทางตำรวจเยอะ ทางกองทัพบกก็แจ้งมา เพราะหมิ่นประมาท สร้างความเกลียดชัง พูดจาให้ร้ายกองทัพ ซึ่งมีกฎหมายดำเนินการ ส่วนกรณีนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ บอกว่าจะคืนพาสสปอร์ตให้พ.ต.ท.ทักษิณ หากได้กลับมาเป็นรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับประชาชน และกระบวนการยุติธรรมจะให้เขากลับมาอีกหรือเปล่า
เมื่อถามถึงความคืบหน้าในการดำเนินการถอดยศพ.ต.ท.ทักษิณ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จริงๆเรื่องนี้ มีหน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่แล้ว ในส่วนของเราทุกคนมองว่าไม่อยากให้รุนแรงเกินไป เดี๋ยวจะเข้าทางและถูกกล่าวหาว่ารังแก ซึ่งอยากให้เขาเข้าใจและลดระดับลงไปบ้าง แต่เขาไม่เปลี่ยนแปลงเลย เดี๋ยวมันก็ถึงขั้นนั้นจนได้ โดยทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเป็นผู้ปฏิบัติ ซึ่งตนก็ไม่ได้ไปห้าม ถ้าผิดมีปัญหาก็ว่ามา ทางเจ้าหน้าที่ก็ต้องกล้าทำ ทุกอย่างจะให้ตนตัดสินใจหมด มันก็จะลงมาที่ตนคนเดียว แต่ถึงอย่างไรมันก็ลงอยู่แล้ว แต่ก็ควรจะช่วยตนบ้าง ถ้ามันผิดจริงก็ทำมา แต่ถามว่าทำไมไม่ทำในสมัยรัฐบาลก่อนรัฐบาลยิ่งลักษณ์ แล้ววันนี้กลับมาไล่ให้ตนทำ รัฐบาลนู้นเป็นรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มมาจากการเลือกตั้งนะโว้ย แต่รัฐบาลฉันไม่ใช่นะ ซึ่งในเรื่องนี้ต้องให้หน่วยงานพิจารณามา เช่นเดียวกับเรื่องการถอนพาสสปอร์ต หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ส่งเรื่องมาถอนทั้งสองเล่มทั้งพาสสปอร์ตพลเรือน และพาสสปอร์ตทางการทูต ก่อนหน้านี้เคยถูกถอนแล้วแต่รัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ มาคืนให้ เมื่อทำผิดก็ต้องถอนมันคือกติกาของกระทรวงการต่างประเทศ สามารถดำเนินการได้
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า เรื่องการถอดยศพ.ต.ท.ทักษิณ มันหนักนิด เพราะต้องนำขึ้นทูลเกล้าฯ
เมื่อถามว่ามีแนวทางในการถอดยศ โดยใช้อำนาจจากการทำรัฐประหารหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ได้ ถ้าถึงเวลาแล้วจะทำ ไม่ต้องมาเร่งนักหรอก ต้องเก็บไว้บ้าง แต่ถ้าทำตนก็ถูกกล่าวหาว่าไม่เป็นธรรม ซึ่งอำนาจคสช.ที่มีตนทำได้ทุกอย่าง แต่ยังไม่ทำและจะทำเมื่อถึงเวลา ไม่ใช่ไม่ทำ การจะทำอะไรก็ตามต้องมีเหตุผล มันต้องชัดเจนและมีกฎหมาย ถ้าอย่างนั้นจะเรียกว่าเป็นรัฐประหารแบบที่ฆ่ากันทั้งประเทศ แบบที่เกิดขึ้นในบางประเทศ
เมื่อถามว่าตั้งแต่เข้ามาควบคุมอำนาจพ.ต.ท.ทักษิณ ได้มีการติดต่อนายกฯ โดยตรงหรือผ่านใครมาหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่เคย แต่ตนจะไปพูดด้วยทำไม พูดไม่ได้ ถ้าติดต่อมาก็ไม่พูด เพราะวันนี้เราเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ติดต่อผ่านใครมาก็ไม่ฟัง ถามว่าจะติดต่อเรื่องอะไร หากจะปรับความเข้าใจอะไรดกับตนก็คงไม่มี เพราะตนไม่ได้เข้าใจผิดอะไรกับพ.ต.ท.ทักษิณ แต่ท่านทำผิดกฎหมาย วันนี้ทุกอย่างอยู่ในกระบวนการยุติธรรม
ผู้สื่อข่าวถามว่าทำไมนายกฯไม่ทำเอง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ทำไมต้องเป็นผม ถ้าเขามาบอกว่าให้ผมยกโทษทั้งหมด ผมจะให้เขาได้ไหม ซึ่งเขาจะเอาแบบนั้น ทางหน้าสื่อเขาก็แสดงออกมาอย่างนั้น ยกโทษปรองดอง ซึ่งผมเห็นว่ากฎหมายว่าอย่างไรก็ต้องว่าตามนั้น รับโทษกันหรือยัง ถ้ารับโทษมีเหตุอันควรปราณีหรือไม่ ถ้าจะปรองดองมีพิเศษหรือเปล่า ต้องคุยอย่างนั้น ถ้ามาคุยแล้วบอกให้ยกโทษทั้งหมด แล้วคนที่ตายเจ็บไปเท่าไหร่ จะทำอย่างไร ไม่นึกถึงเขาบ้างเหรอ เขาลำบากเดือดร้อน หรือเอาเงินฟาดหัวไปแล้วเลิก มันก็ไม่ได้ คนทำความผิดต้องถูกลงโทษก่อน โดยเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม”
วันนี้คสช.ไม่ได้รังแกใคร ถ้าใครผิดก็ว่าไปตามผิด คดีก่อนวันที่ 22 พ.ค.2557 อะไรที่ยังไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ก็นำเข้าสู่คดีให้หมด จะเป็นพวกไหนก็เอาเข้าหมด แต่มีบางพวกที่ไม่ยอมเข้า เพราะอะไร ถ้าถูกก็ต้องเขามา แสดงว่าเขาไม่ถูกใช่หรือไม่ ถึงไม่กล้ามา และกลายเป็นว่ารัฐรังแก แต่กฎหมายก็คือกฎหมาย
เมื่อถามว่าในทางกฎหมายเป็นไปได้หรือไม่ ในการที่ยอมรับผิดแล้วจำคุก 1 เดือนก่อน จึงจะมีการพูดคุย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่รู้ แต่การจะได้รับการอภัยโทษ ต้องได้รับโทษมาแล้ว เพียงพอกับอะไรแล้ว จนได้รับความเมตตา ก็จะเป็นพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ซึ่งทุกวันนี้ทางรัฐบาลได้ทำเรื่องขออภัยโทษทุกปี ดังนั้นต้องถามเขาว่ามารับโทษหรือยัง
เมื่อถามว่าจำเป็นหรือไม่ในเรื่องการรับโทษต้องเป็นไปตามที่กฎหมายระบุไว้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็ไปหารือ ไปคุยกันมา โดยกระบวนการยุติธรรม แต่ข้อสำคัญคือประชาชนทั้งประเทศยอมหรือไม่ อีกพวกยอมไหม ถ้าอีกพวกยอมก็โอเคว่ามา แล้วตอนนี้ก็จะเอาเป็นเอาตายทั้งคู่
เมื่อถามย้ำว่าจะต้องให้คู่ขัดแย้งมานั่งคุยกันอีกหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า โธ่ เขาทำมาตั้งหลายทีแล้ว ตอนนี้เขาก็นั่งคุยกัน แล้วรวมหัวมาเล่นงานรัฐบาลอยู่นี่ไง
เมื่อถามว่ามีสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) เสนอให้เขียนเรื่องนิรโทษกรรมไว้ในบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้นักโทษทางการเมืองไม่มีแล้วในคุก มีแต่นักโทษดำเนินคดีอาญา พูดกันอยู่ได้นักโทษการเมือง มันใช้อาวุธยิงในการประท้วง นี่หรือการเมือง มีการใช้อาวุธปืน ระเบิด ในการประท้วงแล้วบอกว่าเป็นคดีการเมืองเอามาพันกันหมด มันใช่หรือไม่ คิดให้เป็นบ้าง
เมื่อถามว่าหลังจากที่นายกฯ ส่งแผนปฏิรูปให้รัฐบาลใหม่ในขณะที่สีเสื้อยังไม่สลาย ปัญหาจะจบหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จะมาถามตนได้อย่างไร ต้องไปถามใจคนทั้งประเทศ 67 ล้านคน อยากจะปรองดองหรือไม่ และจะเลิกสนับสนุนนักการเมืองที่ไม่ดีหรือไม่ แต่เรื่องสีเสื้อทางศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป ได้มีการสำรวจแล้วพบว่ามีน้อยลงหากไม่มีใครไปปลุกระดม ก็จะไม่มี และยังบอกด้วยว่าสบายหูด้วยซ้ำไม่มีใครมาปลุกระดม แต่ความยากจนถ้าใครไปชักจูงมันก็อาจจะมีบ้าง ซึ่งเราก็ต้องลดความเหลื่อมล้ำ แก้ความยากจน ให้พวกเขา ซึ่งก็ต้องบอกว่าให้รอหน่อย ต้องอดทนเรากำลังทำอยู่ ซึ่งเราจะปล่อยให้บ้านเมืองไม่มีระเบียบต่อไปไม่ได้ ซึ่งการดำเนินการจะต้องไม่ให้ประชาชนเกิดความแตกแยก
“เรื่องพ.ต.ท.ทักษิณ ผมไปเคลียร์เรื่องกฎหมายไม่ได้ เขาเป็นใคร ผมเป็นเจ้าหน้าที่ใครทำผิดกฎหมายก็มาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม มาต่อสู้คดีก็จบแล้ว มันจบตั้งนานแล้ว ถ้ามาล่ะก็มันไม่เละขนาดนี้หรอก” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
เมื่อถามว่า มีข่าวว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่กล้าเดินทางกลับประเทศไทย เพราะกลัวตาย กลัวถูกรอบทำร้าย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ศัตรูของพ.ต.ท.ทักษิณ มีหรือเปล่า ตนไม่รู้ เมื่อถามว่าจะดูแลความปลอดภัยให้พ.ต.ท.ทักษิณ หรือไม่ถ้าเดินทางกลับมาสู้คดี พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเขามี
เมื่อถามย้ำว่าพ.ต.ท.ทักษิณ กลับในช่วงรัฐบาลนี้ การันตีได้หรือไม่ว่าจะปลอดภัย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ผมไม่การันตี ผมไม่รู้ท่านไปสร้างรอยแค้นกับใครไว้บ้างหรือเปล่า ผมจะรู้หรือไม่ ไปเป็นศัตรูกับใครแค่ไหน แค่ตัวผมเองยังต้องระวังเลย ผมจะไประวังคนอื่นอะไรได้มากมายนัก กลไกก็ดูแลไปสิ มันอยู่ที่ว่าทำให้คนเกลียดแค่ไหน ใช่ไหม ขณะเดียวกันผมอาจทำให้คนเกลียดก็ได้
เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่าทำไมเครื่องบินส่วนตัวของพ.ต.ท.ทักษิณ จึงสามารถบินเข้ามาในประเทศไทยได้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ถ้ามีจริง ก็ปลดให้หมดทั้งสนามบิน กฎหมายมีอยู่แล้วจะมาได้อย่างไร แต่ถ้าถูกกฎหมายก็มาได้หมด
เมื่อถามว่าถ้ารัฐบาลหน้ารัฐมนตรีทั้งหมดมีความคิดและความตั้งใจแบบนายกฯในปัจจุบัน ประเทศจะเป็นอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ประเทศไทยก็เป็นประเทศมหาอำนาจ แต่ประเทศจะเดินได้หรือไม่ อยู่ที่ประชาชนเพราะประชาชนทุกคนเป็นใหญ่โดยใช้อำนาจผ่านการเลือกตั้ง การทำประชามติแต่ถ้าจะให้ประชาชนเข้ามาทุกขั้นตอนในมาบริหารจัดการเองทั้งหมด ก็ไม่ต้องมีรัฐบาล สุดท้ายก็ตีกันทั้งปี
เมื่อถามว่าได้มีการพูดคุยกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่มี จะพูดเรื่องอะไร มันอยู่ในกระบวนการยุติธรรมหมดแล้ว และตนกับน.ส.ยิ่งลักษณ์ ก็ไม่ได้มีความบาดหมางอะไรกันทั้งสิ้น ตนก็ทำงานกับรัฐบาลมา สิ่งไหนที่สามารถยุติได้ตนก็บอกว่าไม่ควร แต่ในเมื่อฝืนทำไปแล้วตนก็ช่วยไม่ได้ ตรงนี้เป็นเรื่องของกฎหมาย และบอกว่าตนรับผิดชอบร่วมด้วยไม่ได้ เมื่อถามว่าจะมีเรื่องของการปรองดองหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ถ้าปรองดองคือการยกโทษนั้นทำไม่ได้ เพราะจะไม่มีผลอะไรทั้งนั้น
ปัดปรับครม.ศก.ระบุทำงานตามมติครม.
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงกระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ โดยจะปรับให้นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยมาเป็นรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจว่า ใครบอก สื่อก็ไปตั้งเอาเองแล้วกัน ตนบอกแล้วว่าการทำงานมีหลายอย่าง คือ นายกรัฐมนตรีว่า ใช้ได้หรือไม่ มีการริเริ่ม มีวิสัยทัศน์หรือไม่ มีความรอบรู้หรือไม่ ซึ่งตนก็พยายามปรับปรุงตนเองอยู่ นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับการสั่งการในครม. ทุกอย่างเป็นมติครม. ซึ่งทุกคนก็ฟังกันอยู่ ทุกกระทรวงไม่ได้เดินงานเอง แต่ต้องเดินตามมติครม.และทำตามแนวทาง นโยบายที่ตนให้ไป ไม่ใช่จะไปทำอะไรก็ได้ แต่ต้องขออนุมัติจากครม.ให้พิจารณาทั้งคณะตัดสินใจคนเดียวไม่ได้ และตนเป็นคนกำหนดนโยบาย โดยมีรัฐมนตรีเป็นผู้ขับเคลื่อนและการขับเคลื่อนก็ต้องหาข้อสรุปปัจจัยภายใน ภายนอก ข้อดี ข้อเสียเข้ามาคุยในครม.ซึ่งไม่ผ่านก็มีจำนวนมาก ที่ผ่านมาแล้วก็มีการเห็นชอบร่วมกัน แต่การเสนอออกมาก็ไม่มีอะไรที่เห็นตรงกันหมด ต้องมีทั้งคนได้และเสียประโยชน์ แต่เราต้องเปลี่ยนแปลง
ผู้สื่อข่าวถามว่า หมายความว่าหม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ยังทำงานได้ดี พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ทำไม ท่านเป็นอย่างไรหรือ พูดมาสิ ท่านเป็นอย่างไร แก้เศรษฐกิจไม่ได้หรือยังไง ก็ตอนนี้ยังเดินหน้าอยู่บางอย่างก็ไม่สามารถแก้ได้ด้วยความรวดเร็วไม่ใช่หรือ ตนถามนักเศรษฐศาสตร์ทุกคน แม้กระทั่งนายประสาร ก็บอกว่าหลักการทุกอย่างถูกต้องหมดแล้ว แต่มันเป็นปัญหาในเชิงจุลภาคในเมื่อข้างบนไม่เข้มแข็งก็ต้องแก้ข้างบน ทั้งเอสเอ็มอี ธุรกิจการส่งออกที่เดิมอาจจะมีโครงสร้างไม่ชัดเจนแยกกันทำ และถ้ารัฐบาลไม่เอาใจใส่ไม่บูรณาการก็แก้ไขปัญหาไม่ได้ จึงต้องทำโครงสร้างให้เข้มแข็งใช้เวลาปีเดียวไม่พอ
“วันนี้ทุกอย่างดีขึ้นอาจมีเสียงโวยวายอยู่บ้างคือพวกที่ไม่แข็งแรงไม่มีความพร้อม แต่อยากได้ บางส่วนที่ได้รับแล้วก็มีความพอใจ อย่าไปคิดว่าใครคนหนึ่งจะแก้ปัญหาได้ ต่อให้มีผมมีสักร้อยประยุทธ์ คนก็แก้ไม่ได้ ถ้าไม่มีคนช่วยแก้ปัญหา มีสักร้อยปรีดิยาธร ต่อให้ร้อยประวิตร ก็แก้ไม่ได้ มันต้องทำเป็นทีม และพวกเราก็จะสร้างความเข้าใจ อะไรที่ดีก็ต้องเอาประชาชน ทุกภาคส่วน ประชาสังคมมาร่วมธุรกิจ บ้านเมืองจะไปด้วยรัฐบาล ด้วยนักการเมือง อย่างเดียวไม่ได้ ทุกวันนี้ผมไปไหนไม่ได้เพราะติดประชุม ตั้งคณะกรรมการมาหลายคณะ เพราะตอนนี้อยู่ในขั้นการเริ่มต้นการจัดโครงสร้างปรับรูปแบบเกษตรกรในอนาคต” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
ผบ.ทบ.ยื่นฟ้อง'ทักษิณ'หมิ่นประมาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก ได้มอบหมายให้ พล.ต.ศรายุทธ กลิ่นมาหอม ผู้อำนวยการสำนักพระธรรมนูญ กองทัพบก เป็นโจทย์ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ศาลอาญา โดยคดีดำเลขที่ 1824/2558 ตั้งแต่วันที่ 26 พ.ค.ที่ผ่านม ฐานความผิดคดีหมิ่นประมาท หลังจากที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ไปให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างประเทศที่เข้าข่ายต่อความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112– 326 และ 328
โฆษกอัยการระบุรับสำนวนคดีม.112แล้ว
นายวันชัย รุจนวงศ์ อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ และโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงกรณีพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ส่งสำนวนดำเนินคดี พ.ต.ท.ทักษิณ ตามความผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ว่า เบื้องต้นสำนักงานอัยการสูงสุด ได้รับสำนวนคดีดังกล่าวจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นความผิดที่เกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร ตามขั้นตอนแล้วจึงต้องเสนอเรื่องให้นายตระกูล วินิจนัยภาค อัยการสูงสุด เป็นผู้พิจารณา แต่เนื่องจากเพิ่งจะได้รับสำนวนมาจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงยังไม่ได้เสนออัยการสูงสุด ซึ่งหากเสนอสำนวนแล้วอัยการสูงสุดจะเป็นผู้สั่งตั้งพนักงานสอบสวนที่เป็นผู้รับผิดชอบสำนวนคดีนี้เพื่อพิจารณาต่อไป



