ข่าว

‘สนช.’เห็นชอบก.ม.ล้มละลาย

‘สนช.’เห็นชอบก.ม.ล้มละลาย

28 พ.ค. 2558

‘สนช.’ เห็นชอบก.ม.ล้มละลาย หวังไทยผ่านประเมินเรื่องการประกอบธุรกิจจากธนาคารโลก 1 มิ.ย.นี้

 
        28 พ.ค.58 ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. ทำหน้าที่ประธาน โดยที่ประชุมได้พิจารณาร่างพ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.....ที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว โดยร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวมีหลักการสำคัญคือ การปรับลดขั้นตอนการพิจารณาคำขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นผู้มีอำนาจในการพิจารณาและมีคำสั่งเกี่ยวกับคำขอรับชำระหนี้ เพื่อให้การพิจารณาคำขอรับชำระหนี้มีความรวดเร็วขึ้น นอกจากนี้ สมควรกำหนดรายละเอียดของคำขอประนอมหนี้ก่อนล้มละลายให้ชัดเจน และกำหนดให้เจ้าหนี้ที่ไม่ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ได้ในกรณีที่มีเหตุสุดวิสัยรวมทั้งปรับปรุงบทกำหนดโทษปรับให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมใน ปัจจุบัน
  
        สำหรับสาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวอยู่ที่มาตรา 5 ที่กำหนดว่า เมื่อลูกหนี้ประสงค์ทำความตกลงในเรื่องหนี้สินโดยวิธีคำขอชำระหนี้แต่เพียงบางส่วนหรือโดยวิธีอื่น ให้ทำคำขอประนอมหนี้เป็นหนังสือต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในกำหนด 7 วันนับตั้งแต่วันยื่นคำชี้แจงเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สิน คำขอประนอมหนี้ต้องแสดงข้อความแห่งการประนอมหนี้ หรือวิธีจัดกิจการหรือทรัพย์สินและรายละเอียดแห่งหลักประกัน หรือผู้ค้ำประกัน และอย่างน้อยต้องมีรายละเอียด 6 ประการ ได้แก่ 1.ลำดับการชำระหนี้ตามพ.ร.บ.นี้ 2.จำนวนเงินที่ขอประนอมหนี้ 3.แนวทางและวิธีการในการปฏิบัติตามคำขอประนอมหนี้ 4.กำหนดเวลาชำระหนี้ 5.การจัดการทรัยย์สินอันเป็นหลักประกัน (ถ้ามี) และ 6. ผู้ค้ำประกัน (ถ้ามี)
  
        นายวรพล โสคติยานุรักษ์ สมาชิกสนช.ในฐานประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ล้มละลาย กล่าวว่า ธนาคารโลกได้มีตัวชี้วัดและจัดลำดับในเรื่องความยากง่ายของการประกอบธุรกิจ จำนวน 10 ตัวชี้วัด หนึ่งในนั้น คือ ปัญหาล้มละลาย โดยธนาคารโลกจะมีการจัดอันดับในรอบปีในระหว่างวันที่ 1 มิ.ย.2557 - 1 มิ.ย.2558 ซึ่งมีความสำคัญอย่างมากต่อประเทศไทย หากสามารถแก้ไขปรับปรุงกฎหมายล้มละลาย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการจัดอันดับของธนาคารโลกให้ทันในวันที่ 1 มิ.ย.นี้ จะทำให้อันดับของประเทศไทยในด้านดังกล่าวดีขึ้น มีผลสำคัญต่อความเชื่อมั่นของประชาคมโลกต่อประเทศไทยในระบบกฎหมายว่าด้วย เรื่องการล้มละลาย จะเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจและของประเทศโดยรวม และมีส่วนช่วยต่อการประเมินพิจารณาจัดอันดับความยากง่ายในการประกอบธุรกิจในประเทศไทย
  
        “ขอให้กรมบังคับคดีแจ้งรมว.ยุติธรรม และแจ้งรัฐบาลเพื่อทำหนังสือโดยตรงถึงธนาคารโลกให้ทันวันที่1มิ.ย.2558 ซึ่งเป็นรอบการประเมิน และกฎหมายที่รัฐบาลจะเสนอเข้ามาในอนาคตนั้น หากเป็นไปได้กรุณาเสนอล่วงหน้าเนิ่นๆไม่ให้จวนเจียนเช่นนี้” นายวรพล กล่าว
 
        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังพิจารณาครบทุกมาตราแล้ว ที่ประชุมได้มีมติ เอกฉันท์ 167 เสียงเห็นชอบกับร่างพ.ร.บ.ล้มละลาย เพื่อให้ประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป