
'แม้ว'ผิดม.112จงใจต้องเอาผิด!
28 พ.ค. 2558
เสธ.ทบ.เผย กำลังตรวจคำให้สัมภาษณ์ 'ทักษิณ' ย้ำผิด ม.112 ต้องดำเนินคดี คนไทยรู้บทลงโทษ หากกระทำถือว่าจงใจ ยันจัดการ 'โรฮิงญา' ตาม ก.ม. ต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง
28 พ.ค. 58 เมื่อเวลา 11.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข เสนาธิการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการทหารบก ได้ให้เจ้าหน้าที่พระธรรมนูญ ไปแจ้งความเอาผิดกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ไปให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่ประเทศเกาหลีใต้ และมีการพูดพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ ว่า เรื่องดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบเทปการให้สัมภาษณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ ถ้าผิดจริงก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย หรือไม่ใช่เฉพาะ พ.ต.ท.ทักษิณ เท่านั้น มีหลายคนที่โดนคดีนั้นอยู่ ซึ่งในรัฐธรรมนูญของไทย ระบุเอาไว้ว่า คนไทยมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกัน เพราะฉะนั้นกระบวนการยุติธรรมก็จะเข้ามาดำเนินการกับทุกคน ใครทำผิดต้องรับผิดไป
พล.อ.ฉัตรเฉลิม กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวต่างประเทศเกี่ยวกับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ก็อธิบายไปว่า กฎหมายดังกล่าวมีลักษณะเหมือนกฎหมายหมิ่น ใครที่ไปพูดสิ่งที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง ไปกล่าวหา ซึ่งสถาบันพระมหากษัติย์คงไม่ออกมาฟ้องร้อง แต่เราเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เรามีหน้าที่ปกป้อง ไม่ว่าจะเป็นสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ไม่ว่าจะดูหมิ่นเรื่องไหน เราก็ต้องออกมาดำเนินการ ไม่เช่นนั้นก็จะเข้าข่ายการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ อย่างไรก็ตาม มาตรา 112 มีมาตั้งนานแล้ว และคนไทยรู้ว่าถ้าไปฝ่าฝืน หรือละเมิด ก็จะถูกลงโทษ แต่ถ้าทำ แสดงว่าตั้งใจและยอมรับว่าตัวเองจะต้องถูกลงโทษ เหมือนคนไปยิงคนตาย ต้องพร้อมที่จะรับโทษ เพราะรู้ว่าผิดกฎหมาย
พล.อ.ฉัตรเฉลิม กล่าวว่า การที่จะนำตัวผู้ที่กระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ในต่างประเทศมาลงโทษนั้น ต้องเข้าใจว่า จะต้องมีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน และต้องเป็นกฎหมายที่มีเหมือนกัน แต่หลายประเทศไม่มีพระมหากษัตริย์ จึงไม่มีกฎหมายแบบนี้ เลยไม่สามารถส่งตัวให้ได้ แต่ก็ได้ให้ความร่วมมือในด้านอื่นๆ ยกเว้นว่าคนเหล่านี้กระทำผิดในด้านอื่นๆ ด้วย เพราะผู้ที่ต้องคดีและหลบหนีอยู่ต่างประเทศส่วนใหญ่ไม่ได้ทำความผิดในเรื่องเดียว ส่วนที่ระบุว่ากระทรวงต่างประเทศได้ยึดพาสปอร์ตของ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น เป็นเรื่องของกระทรวงต่างประเทศ และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ต้องเป็นผู้พิจารณา
"ยืนยัน เราไม่เคยใช้ มาตรา 112 ในทางการเมือง หากไปดูคนที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดเหล่านี้ ถูกศาลตัดสิน และมีความผิดทุกคน และถ้าไปดูข้อความที่เขาเอาไปเผยแพร่ และลองคิดดูว่าถ้าเขาว่าท่าน ท่านรับได้หรือไม่ เพราะมันเป็นสิ่งไม่จริง ไม่เช่นนั้น เขาคงไม่ติดคุก เพราะกระบวนการยุติธรรม ก็ว่าไปตามพยาน หลักฐานที่มี ซึ่งมาตรา 112 เป็นกฎหมายหมิ่นธรรมดา ถ้าใครหมิ่นคุณ คุณจะฟ้องหรือไม่ ก็ต้องฟ้อง อย่างเช่น มากล่าวหาว่าผมมีเมียน้อยหลายคน ผมก็ต้องฟ้อง เพราะไม่ใช่เรื่องจริง เป็นเรื่องธรรมดา เพียงแต่พระองค์ท่านไม่ออกมาฟ้องเอง เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ที่ดูรักษาความสงบเรียบร้อยในประเทศ ก็ต้องออกมาช่วยพระองค์ท่าน สื่อเองก็อย่าเอาถ้อยคำที่ไม่ดีเหล่านี้ไปเผยแพร่ เพราะไม่ยุติธรรมกับสถานบันที่เราเคารพรัก ต้องเข้าใจว่า สถาบันพระมหากษัติย์ได้สร้างประเทศไทยมาถึงทุกวันนี้ เราอยู่มาได้เพราะสถาบันเป็นหลัก เพราะฉะนั้นอย่าปล่อยให้ใครมากล่าวหา"
พล.อ.ฉัตรเฉลิม กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีผู้ที่กระทำความผิด มาตรา 112 น้อยลง โดยเฉพาะการใช้ช่องทางโซเชียลมีเดีย เพราะเจ้าหน้าที่เอาจริง และจะมาอ้างว่าเป็นคดีการเมือง หรืออะไรก็แล้วแต่ คนไม่ฟังอีกแล้ว เพราะทุกอย่างเราดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม หากคิดว่าตัวเองบริสุทธิ์ หรือถูกเจ้าหน้าที่รัฐใช้กฎหมายนี้เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง ก็ไปต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งนายกรัฐมนตรี ตลอดจนทหารทุกคนก็ไม่อยากอยู่ในสภาพแบบนี้ อยากให้บ้านเมืองมีความสงบเรียบร้อย ซึ่งขณะนี้ประเทศก็ดีขึ้นเรื่อยๆ และสามารถเดินไปข้างหน้าได้
ยันดำเนินคดี 'โรฮิงญา' เหมือนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง
พล.อ.ฉัตรเฉลิม ให้สัมภาษณ์ถึงโพลล์สำรวจของประชาชนใน จ.สงขลา ไม่อยากให้ไทยตั้งศูนย์พักพิงชาวโรฮิงญา ว่า ต้องยอมรับว่าไม่มีประเทศไหนอยากจะตั้ง ทั้งประเทศมาเลเซีย และประเทศอินโดนีเซียเอง ถึงแม้พวกเขาระบุว่าพร้อมที่จะรับ แต่เป็นการรับชั่วคราว สุดท้ายก็ต้องกลับ ปัจจุบันชาวโรฮิงญาที่อยู่ในความควบคุมของไทย จำนวน 779 คน ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พูดไว้ชัดเจนว่า ถ้าคนเหล่านี้มาอยู่ในแผ่นดินไทย หรือในเขตของเรา ต้องดำเนินคดีตามกฎหมายไทย เพราะไม่ใช่ผู้อพยพ และไม่ใช่ผู้หนีภัยจากการสู้รบ แต่เป็นผู้ที่หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย
พล.อ.ฉัตรเฉลิม กล่าวว่า การดำเนินการกับชาวโรฮิงญาที่หลบหนีเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย เราก็ดำเนินการเหมือนกับแรงงานต่างด้าวคนอื่นๆ ที่เข้ามาแบบผิดกฎหมาย ก็ต้องส่งกลับ ถ้าไม่ยอมกลับก็ต้องดูแลต่อไป ส่วนการตรวจสอบสมาคมโรฮิงญานั้น ก็ต้องดำเนินการตรวจสอบต่อไป ทั้งเรื่องการจดทะเบียน และคนที่ตั้งสมาคมก็ไม่รู้เป็นคนไทยหรือยัง เพราะบางคนก็ปลอมสวมบัตรแทนกัน เจ้าหน้าที่ก็ต้องดำเนินการตรวจสอบ
เล็งเชิญตัวแทน 'กลุ่มการเมือง-นักวิชาการ-เอ็นจีโอ' หารือรอบ 2
พล.อ.ฉัตรเฉลิม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่จะเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของทุกกลุ่มรอบ 2 ว่า จะเชิญมาเร็วๆ นี้ ในทุกภาคส่วน ตั้งแต่ กลุ่มการเมือง นักวิชาการ เอ็นจีโอ หรือสื่อมวลชน เพื่อให้มาแสดงความคิดเห็นหลายๆ เรื่อง และจะสรุปนำเรียน พล.อ.ประยุทธ์ ให้ทราบว่าแต่ละกลุ่มอาชีพมีความเห็นคิดเห็นอย่างไร เพราะถือว่าว่างเว้นจากรอบที่แล้วมานานพอสมควร และขณะนี้บ้านเมืองก็กำลังเดินไปข้างหน้า ทั้งนี้ที่ผ่านมาไม่เคยห้ามให้ตัวแทนกลุ่มต่างๆ ให้สัมภาษณ์สื่อ เพียงแต่อยากให้พูดกันให้ตรงกับที่พูดกับเรา อย่าพูดเกินเลยไปกว่านั้น เพราะจะทำให้สังคมเกิดความสับสน สำหรับในส่วนของนักศึกษาที่อยากแสดงความคิดเห็นนั้น ก็มีเวทีให้อยู่แล้ว เพราะในการเปิดเวทีในครั้งที่ 1 ก็มีตัวแทนนักศึกษาเข้าร่วม แต่ความเห็นไปคนละทางกับกลุ่มนักการเมือง เหมือนกับความคิดอยู่กันคนละระดับ จึงอยากให้นักศึกษาไปแสดงความเห็นอีกเวทีหนึ่งที่เราเตรียมไว้ให้
"ในส่วนของนักการเมือง ถือเป็นคนไทยเหมือนกัน ผมมองว่าเขาก็อยากเห็นและพัฒนาประเทศไทยไปในทางที่ดีขึ้น ซึ่งคนทุกกลุ่ม ทุกพวก มีทั้งคนดีและไม่ดี เพียงแต่คนดีมากกว่าคนไม่ดี จึงทำให้ประเทศอยู่ได้"



