
สามเณรนำเที่ยว "พระธาตุวรมหาวิหาร" นครศรี
ช่วงที่กระแสจตุคาม ได้รับความนิยมสูงสุด ทำให้ประชาชนหลั่งไหลมากราบไหว้องค์จตุคามรามเทพ ที่ประดิษฐานอยู่บริเวณบันไดทางขึ้น พระบรมธาตุเจดีย์เมืองนครศรีธรรมราช กันอย่างเนืองแน่น ถึงกับต้องประกาศห้ามประชาชนขึ้นบริเวณดังกล่าวชั่วคราว เกรงว่าการที่รับน้ำหนักมาก
เมื่อก้าวมาวัดพระบรมมหาธาตุ จ.นครศรีธรรมราช เป็นสถานที่ศึกษาทางประวัติศาสตร์ เดินตรงไปที่พระบรมมหาธาตุ มีกลุ่มชาวบ้านจำนวนหนึ่งกำลัง แห่ผ้าขึ้นธาตุ และมีพิธีบวช จากนั้นก็หันไปเห็นกลุ่มสามเณรเด็กประมาณ 10 คน เดินรอบบริเวณพระบรมมหาธาตุ ลุกนั่งเอาหูแนบกับองค์พระธาตุ เหมือนพยายามฟังอะไรบางอย่าง จนอดสงสัยไม่ได้
รูปหน้ารูปไข่ ดวงตากลมโต ผิวคล้ำตามแบบฉบับของคนใต้ นุ่งห่มด้วยผ้าเหลืองด้วยท่าทางเป็นมิตร จึงทำให้รู้สึกไม่เหมือนคนแปลกหน้า เดินเข้าไปพูดคุยทักทาย ได้ความว่า บวชเรียนในพระพุทธศาสนา ได้สอง 2-3 เดือนแล้ว เรียกชื่ออย่างง่ายว่า สามเณรต้า ด้วยความสงสัยในสิ่งที่สามเณรเหล่านั้นกำลังทำอยู่นั้น จำต้องยิงคำถามเพื่อไขข้อข้องใจ เล่าสิ่งที่ยายของเขาเล่าให้ตั้งแต่เด็ก แล้วนำมาถ่ายทอดให้เพื่อนเณรที่ยังไม่เคยได้ยินเรื่องนี้ได้ฟัง สามเณรบางรูปก็ได้ยินมาอีกมุมหนึ่งก็มาสลับเปลี่ยนกันอย่างสนุกสนาน
ในกลุ่มเพื่อนเณรนั้นก็ อยู่ในทีท่าที่เชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง แต่ทุกคนก็ไม่คร้านที่จะพิสูจน์ ตามประสาของเด็กอยากรู้ อยากทดลอง ซึ่งตอนนี้ทุกคนก็เอาหูแนบกับฐานพระธาตุ ทำให้หลายคนสงสัยว่าทำไม บอกว่า ถ้าใครที่เอาหูแนบกับฐานพระบรมมหาธาตุแล้วได้ยินเสียง "น้ำหยดลงมากระทบกับขัน" ถ้าได้ยิน จะเป็นคนที่บุญบารมีมาก แต่ถ้าใครไม่ได้ยิน ก็เป็นคนที่ไม่มีบุญบารมี ก่อนจะพูดถึงสิ่งที่เกิดกับโสตประสาทของตนเอง บ้างก็บอกว่าได้ยิน บ้างก็บอกว่าไม่ได้ยิน
ทุกวันหลังฉันอาหารเพล เหมือนเป็น กิจวัตรประจำวันที่ต้องแวะเวียนมาเดินไหว้พระ เดินศึกษาประวัติศาสตร์ในบริเวณ ศรีธรรมราชพิพิธภัณฑสถาน บริเวณวิหารเขียน ซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกันนั้นเอง ความรู้ของเณรทั้งหลาย รู้สึกสนใจในความเป็นมาของท้องถิ่นของพวกเขาเองเป็นอย่างมาก เรื่องราวยาวนานจากในอดีต และหลงเหลือหลักฐานต่างๆ ทั้งเครื่องไม้ เครื่องมือ ทางการเกษตร ตั้งแต่ ยุคหินใหม่ เป็นช่วงเวลาก่อนประวัติศาสตร์ เครื่องประดับ เครื่องใช้ของสงฆ์ เครื่องใช้ต่างต่างๆ ที่แสดงถึงการติดต่อซื้อขายกับต่างประเทศ ให้ได้ ปะติดปะต่อเรื่องราว ในวันนั้น กินเวลาเนิ่นนานเป็น นับสิบศตวรรษ จนเกิดความเป็นความภาคภูมิใจ ในความเป็นเลือดเนื้อของชาวนครศรีธรรมราชเป็นอย่างยิ่ง
ความเชื่อจากคำบอกเล่าไม่ได้จบอยู่เพียงแค่เสียงหยดน้ำกระทบขัน ยังมีเรื่องที่พูดกันปากต่อปาก ถ้าใครก็ตามที่มีเรื่องทุกข์ร้อน มาขอพึ่งทางจิตใจหรือบนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขององค์พระธาตุ ว่าของหายก็จะได้คืนภายใน 3 ถึง 7วัน ทำให้เป็นที่เชื่อและศรัทธา โดยไม่ต้องพิสูจน์ ใช้เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ
การได้เดินชมวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร พร้อมกับสามเณรเหล่านี้ ได้รับรู้เรื่องราวความเชื่อความ ศัรทธาต่างๆ ที่คนนอกพื้นที่ อาจจะไม่ได้รับรู้ ความรู้ใหม่เกิดขึ้นได้เสมอๆ จากการพบปะข้อมูลมีชีวิตระหว่างการเดินทาง
"กิตตินันท์ รอดสุพรรณ"
[email protected]



