ข่าว

เลื่อนอ่านฎีกา'โอ๋สืบ6'ไม่จับทำร้ายพธม.

เลื่อนอ่านฎีกา'โอ๋สืบ6'ไม่จับทำร้ายพธม.

27 พ.ค. 2558

เลื่อนอ่านฎีกา 'โอ๋ สืบ 6' ละเว้นหน้าที่ไม่จับคนรุมทำร้าย 'พธม.' ตะโกนไล่ 'แม้ว' ปี 49 เหตุจำเลยยังไม่รับหมายศาล นัดอีกครั้ง 25 มิ.ย.นี้

 
                      27 พ.ค. 58  เมื่อเวลา 10.00 น.  ที่ห้องพิจารณา 909 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก  ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ อ.2314/2550 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบก.อก.สพฐ.ตร. ชื่อเดิม ฤทธิรงค์ เทพจันดา ฉายา 'โอ๋ สืบ 6' เป็นจำเลย ในความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบสร้างความเสียหายให้แก่ผู้หนึ่งผู้ใด และเป็นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาร่วมกันกระทำหรือไม่กระทำการอย่างใด ในตำแหน่งอันเป็นการมิชอบ ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 , 200 ประกอบมาตรา 83 และ 90 กรณีที่จำเลยไม่จับกุมชายฉกรรจ์ ที่ใช้กำลังประทุษร้ายแนวร่วมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ที่ตะโกนขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ปี 2549
 
                      อย่างไรก็ตามวันนี้ ทนายความจำเลย ได้แถลงต่อศาลว่า จำเลยยังไม่ได้รับหมาย และติดราชการ
 
                      ขณะที่ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่ามีเหตุสมควร จึงให้เลื่อนอ่านคำพิพากษาฎีกาออกไปก่อน โดยนัดฟังคำพิพากษาฎีกาอีกครั้งในวันที่ 25 มิ.ย.นี้ เวลา 09.00 น.
 
                      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีดังกล่าว อัยการได้ยื่นฟ้องเมื่อ 27 มิ.ย. 50 ระบุความผิดสรุปว่า เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 49 เวลากลางวัน ขณะเกิดเหตุจำเลย ดำรงตำแหน่ง ผกก.สส.บก.น.6 เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา หรือจัดการให้เป็นไปตามกฎหมายอาญา มีหน้าที่แสวงหาข้อเท็จจริง ฯ โดยจำเลยร่วมกับนายจรัล จงอ่อน นายชัยสิทธิ์ ลอม๊ะห์ และนายสุเมธ บุญยรัตพันธุ์ เข้าไปรุมใช้กำลังประทุษร้ายนายฤทธิรงค์ ลิขิตประเสริฐกุล นายวิชัย เอื้อปิยาพันธุ์ แนวร่วม พธม.ที่ตะโกนขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ขณะนั้น ซึ่งไปร่วมงานบริเวณห้างเซ็นทรัลเวิลด์พลาซ่า ย่านปทุมวัน โดยจำเลยละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่จับกุมนายจรัลกับพวกมาดำเนินคดี เหตุเกิดที่แขวง-เขตปทุมวัน กทม.
 
                      โดยศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 23 พ.ค. 51 ให้จำคุกจำเลย 2 ปี และปรับ 10,000 บาท ตาม ม.157 แต่ไม่เคยปรากฏว่าจำเลยเคยกระทำความผิดมาก่อน ขณะที่จำเลยได้ประกอบคุณงามความดีด้วยการปฏิบัติหน้าที่ราชการเพื่อประเทศชาติด้วยดีตลอดมา ประกอบกับได้ความว่าหลังจากเกิดเหตุคดีนี้จำเลยถูกลงโทษทางวินัยให้ไล่ออกจากราชการ อันทำให้จำเลยหมดอนาคตในชีวิตราชการ นับได้ว่าจำเลยได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงในหน้าที่การงานจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จำเลยคงสำนึกในการกระทำของตน ถือได้ว่าเป็นเหตุอันควรปรานี และเพื่อให้โอกาสจำเลยได้กลับตัวประพฤติตนเป็นพลเมืองดีสักครั้ง โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี ขณะที่ศาลอุทธรณ์ มีคำพิพากษาวันที่ 26 ส.ค. 54 ยืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
 
 
 
 
 
--------------------------
 
(หมายเหตุ : ภาพแฟ้มข่าว)