
ผบ.ทบ.ห่วงสมาคมโรฮิงญาสร้างผลกระทบ
27 พ.ค. 2558
ผบ.ทบ. ห่วง สมาคมโรฮิงญา สร้างผลกระทบ ยันกองทัพยึดหลักสิทธิมนุษยชน-ก.ม. เร่งสอบก่อตั้งสมาคมฯถูกต้องหรือไม่ เป็นปธ.วันสถาปนา กรมสื่อสารทหารบก ครบรอบ 91 ปี
27 พ.ค.58 เมื่อเวลา 07.00 น. ที่กรมสื่อสารทหารบก พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้สัมภาษณ์ถึงการตั้งศูนย์อำนวยการลาดตระเวนและช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมผู้โยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติ ในมหาสมุทรอินเดีย หรือ ศอ.ยฐ. ว่า ในส่วนของกองทัพบกจะดูแลในภาคพื้นดิน สำหรับกองทัพเรือ กองทัพอากาศมีหน้าที่ลาดตระเวณในทางน้ำและทางอากาศ โดยการตั้งฐานปฏิบัติการ พร้อมทั้งใช้เรือรบ เครื่องบินดำเนินการ แต่หากหลุดเข้ามาในพื้นดินเป็นหน้าที่กองทัพบกที่ต้องดูแล ลาดตระเวน เฝ้าตรวจ ยืนยันกองทัพบกปฏิบัติงานยึดถือตามหลักมนุษยชน ตามนโนบายของกระทรวงกลาโหม และถูกต้องตามกฏหมายไทยด้วย ทั้งนี้การดูแลความเรียบร้อยเหล่านี้อยู่ภายใต้ศูนย์ประสานการปฏิบัติที่2 ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในแห่งราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ทั้งนี้เข้าใจดีว่าเป็นเรื่องถูกจ้องมองจากประคมโลก ทางนายกรัฐมนตรีให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่งในการแก้ไขปัญหา ขอให้มั่นใจว่าประเทศไทยเองจะดูแลเรื่องนี้อย่างเต็มที่ เพราะเราเป็นประเทศที่เอื้ออารีอยู่แล้ว แต่เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้น เราต้องปฏิบัติตามกฏหมายที่มีอยู่
เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีสั่งให้มีการตรวจสอบสมาคมโรฮิงญา ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยว่าถูกต้องหรือไม่ พล.อ.อุดมเดช กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ที่ต้องดูแลเรื่องความถูกต้องต่างๆ ในส่วนของ กอ.รมน.เอง ก็ติดตามเรื่องดังกล่าวเช่นกัน ทั้งนี้การตั้งสมาคมโรฮิงญา ต้องเป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้อง ตลอดจนบทบาทอยู่ในกรอบที่เหมาะสม ไม่ใช่ตั้งเป็นสมาคมแล้วแต่มีการดำเนินการจนสร้างผลกระทบ ก็ต้องติดตามดู ตนห่วงบางสมาคมโรฮิงญา ต้องติดตามการจัดตั้ง ความชัดเจน รายละเอียดต่างๆ หากจัดตั้งถูกต้องก็ไม่มีปัญหาอะไรหากก่อให้เกิดสิ่งดีงาม แต่หากทำให้เกิดปัญหาก็ต้องเร่งดำเนินการ
‘ผบ.ทบ.’ เป็นประธานวันสถาปนา ‘กรมสื่อสารทหารบก’ ครบรอบ 91 ปี
27 พ.ค.58 เมื่อเวลา 07.00 น. ที่กรมสื่อสารทหารบก พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นประธานวันสถาปนากรมสื่อสารทหารบก ครบรอบ 91 ปี โดยมีการวางพานประดับพุ่มดอกไม้ถวายสักการะ พระอนุสาวรีย์ พลเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน บิดาทหารสื่อสาร และเป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลเจริญพระพุทธมนต์พระสงฆ์ จำนวน 10 รูป พร้อมทั้งให้โอวาทแก่กำลังพลกรมการทหารสื่อสารเพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ ก่อนจะเยี่ยมชมนิทรรศการแสดงความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีการสื่อสารที่ใช้ในการปฏิบัติงานของกองทัพบกได้ โดยมี พล.ท.สุชาติ ผ่องพุฒิ เจ้ากรมการทหารสื่อสาร ให้การต้อนรับ
โดย พล.อ.อุดมเดช ได้ให้โอวาสกำลังพลตอนหนึ่งว่า ขอชื่นชมกำลังพลกรมการทหารสื่อสาร ที่ใช้ความรู้ความสามารถโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านเทคโนโลยีการสื่อสารสนับสนุนการทำงานของกองทัพบก ให้มีประสิทธิภาพ ท่ามกลางความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสาระสนเทศและการสื่อสารที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงสังคมและสถานการณ์ด้านความมั่นคงของชาติโดยรวม กรมการทหารสื่อสารเป็นหน่วยหลักที่รับผิดชอบในการปฏิบัติการติดต่อสื่อสารการส่งกำลังและการซ่อมบำรุงสิ่งอุปกรณ์สายสื่อสาร ให้กับกองทัพบกโดยใช้วิทยาการด้านไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์คอมพิวเตอร์และระบบโทรคมนาคมดำเนินการจัดหาพัฒนาเครื่องมือสื่อสาร รวมทั้งบูรณาการระบบการติดต่อสื่อสารของกองทัพบกให้มีความทันสมัยสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยเพิ่มศักยภาพให้กองทัพบกในการทำหน้าที่เป็นหลักประกันความมั่นคงของชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทุกท่านได้แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจการปฏิบัติหน้าที่ ในความรับผิดชอบพัฒนาตนเองและหน่วยงานให้มีการรองรับกับทุกภารกิจที่ได้รับมอบหมาย
พล.อ.อุดมเดช กล่าวต่อว่า ตนขอแสดงความชื่นชมในผลงานวิจัยและพัฒนาการสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ที่มีผลงานเป็นรูปธรรมโดยได้ปรับปรุงพัฒนาอุปกรณ์การสื่อสารที่กองทัพบกมีใช้ให้สามารถใช้การได้ดียิ่งขึ้น ปรับปรุงการรักษาความปลอดภัยทางการสื่อสารของชุดวิทยุต่างๆ รวมทั้งการเสนอแนวคิดการจัดระบบการสื่อสารที่มุ่งเน้นการใช้ระบบเครือข่ายเป็นศูนย์กลาง ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของกองทัพบก ทำให้สามารถติดต่อได้อยากกว้างไกลและครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ
หลังจากนั้น พล.อ.อุดมเดช ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ห่วงการปฏิบัติงานของข้าราชการว่า กองทัพบกได้เน้นย้ำเรื่องนโยบายการปฏิบัติงานอยู่เสมอ โดยเฉพาะนายกฯได้มีคำสั่งให้เร่งรัดเรื่องประสิทธิภาพการทำงานของกำลังพลในตำแหน่งต่างๆ ซึ่งกองทัพบกได้มีการประชุมและได้สั่งการไปแล้วว่า ทุกส่วนต้องปฏิบัติงานตามหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มความสามารถ เพราะนอกจากที่ได้สั่งการไปแล้ว กองทัพบกยังจัดชุดติดตามการประเมินผลงาน ไปสู่หน่วยขึ้นตรงต่างๆ พร้อมทั้งรายงานผลการทำงานให้ผู้บังคับบัญชาได้รับทราบ ทั้งนี้ตนมั่นใจว่าในส่วนของกองทัพบกนั้น เรามีความตั้งใจในการทำงาน สำหรับกำลังพลที่มีประสิทธิภาพน้อย ก็ต้องปรับเปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่ให้เหมาะสม เพื่อให้งานของกองทัพบกมีความก้าวหน้ายิ่งขึ้นไป และต้องตอบสนองภาระกิจของรัฐบาลที่ได้มอบหมายผ่านกระทรวงกลาโหม
พล.อ.อุดมเดช กล่าวต่อว่า ในส่วนของกำลังพลที่ปฏิบัติงานด้านความมั่นคงนั้น ตนรู้สึกพอใจ เพราะผลงานของกองทัพบกที่ผ่านมามีมาก ทั้งในส่วนการป้องกันประเทศ การรักษาความมั่นคงใน การดูแลทุกเรื่องที่จะกระทบกับความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ อย่างไรก็ตามไม่อยากเป็นผู้ประเมินผลงานตัวเอง อยากให้เป็นหน้าที่ของบุคคลภายนอกได้ดูว่าปัจจุบันกองทัพบกสามารถปฏิบัติงานได้ตามที่รัฐบาลและกระทรวงกลาโหมได้มอบหมายมา ทั้งนี้ได้รับความร่วมมือจากหน่วยใกล้เคียงจาก เหล่าทัพอื่น สำนักงานตำรวจแห่งชาต(สตช.) ในการดูแลภัยคุกคามรูปแบบต่างๆ สิ่งผิดกฏหมาย ซึ่งที่ผลงานมาดีเพราะมีการจับกุมยาเสพติด การตัดไม้ทำลายป่า มาโดยตลอด ตนจึงมั่นใจว่ากองทัพบกสามารถตอบสนองงานของรัฐบาลได้เป็นอย่างดี



