
ตัด'นายกฯคนนอก'ปิดช่องก่อวิกฤต
26 พ.ค. 2558
2 กมธ.สปช. ชี้เหตุผลตัดทิ้ง 'นายกฯ คนนอก' ปิดช่องคนตั้งใจทำให้เกิดวิกฤต
26 พ.ค. 58 นายดิเรก ถึงฝั่ง รองประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวถึงกรณีคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเมือง และคณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สปช. ร่วมกันยื่นคำขอแปรญัตติแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ โดยตัดเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญเหลือ 100 กว่ามาตรา ว่า ในส่วนของ กมธ.ปฏิรูปการเมือง ขอแก้ไขประเด็นหลักๆ เพียง 5 - 6 ประเด็น แต่ กมธ.ปฏิรูปการเมือง มีเสียงสนับสนุนไม่เพียงพอในการยื่นญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีอยู่แค่ 13 เสียง จึงต้องใช้เสียงสนับสนุนจาก กมธ.ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ที่มีนายเสรี สุวรรณภานนท์ เป็นประธาน มาร่วมด้วย ซึ่ง กมธ.ปฏิรูปกฎหมายฯ ยื่นขอแก้ไขรัฐธรรมนูญเกือบทั้งฉบับ ดังนั้นเมื่อทั้งสองคณะกมธ.ต้องร่วมกันยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ ญัตติที่ออกจึงกลายเป็นการแก้ไขเกือบทั้งฉบับ อย่างไรก็ตาม กมธ.ทั้งสองชุดพอใจที่ข้อเสนอแก้ไขประเด็นหลักๆ เช่น นายกฯ คนนอก ระบบโอเพนลิสต์ และมาตรา 181 - 182 ตรงกับความเห็นของ ครม. และฝ่ายต่างๆ ทำให้มั่นใจว่า ข้อเสนอหลักๆ ประเด็นเหล่านี้ จะได้รับการแก้ไขจากคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ
นายดิเรก กล่าวว่า ส่วนประเด็นการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญให้นายกรัฐมนตรีต้องเป็น ส.ส.เพียงอย่างเดียว ไม่เปิดช่องให้มีนายกฯ คนนอกในช่วงวิกฤตนั้น เนื่องจากเกรงว่า นายกฯ คนนอกอาจเป็นช่องทางให้เกิดวิกฤตได้ โดย กมธ.ห่วงว่าจะมีคนทำให้เกิดวิกฤตขึ้น เพื่อเปิดทางให้มีนายกฯ คนนอก จึงต้องตัดไฟแต่ต้นล้ม ตัดประเด็นนายกฯ คนนอกทิ้งไปทั้งหมด ปิดช่องการทำให้เกิดวิกฤต
ด้านนายเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สปช. กล่าวว่า กมธ.ปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม กับ กมธ.ปฏิรูปการเมือง ได้พิจารณาร่วมกันตัดเนื้อหาร่างรัฐธรรมนูญทิ้งไปเกือบ 200 มาตรา เหลือทั้งหมด 118 มาตรา เนื่องจากเห็นว่า มีเนื้อหาซับซ้อน เข้าใจยาก และมุ่งสร้างความขัดแย้งมากกว่า จึงต้องตัดรายละเอียดที่มีมากเกินไปทิ้ง เหลือไว้แต่หลักการสำคัญ มาตราที่ตัดทิ้งมีทั้งถูกตัดทิ้งไปเลย และนำไปใส่ในกฎหมายลูก
"กรณีนายกฯ คนนอก กมธ.ทั้งสองชุดเห็นตรงกันว่า หลักการไม่เป็นที่ยอมรับ จะทำให้เกิดปัญหาตามมา เขียนไปก็ถูกครหาเปล่าๆ จึงควรทำตามหลักประชาธิปไตย คือ ให้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ถ้าเกิดวิกฤตขึ้นมาจริงๆ ก็ต้องแก้ไขไปตามกระบวนการและกลไกที่มีอยู่ ต้องไปแก้ที่ตัววิกฤตที่เกิดขึ้น ไม่ใช่มาฉีกรัฐธรรมนูญ อีกทั้งมีข้อเสนอจากภาคประชาชนจำนวนมากที่ไม่อยากให้นายกฯ คนนอก เป็นประเด็นสร้างความขัดแย้ง จึงต้องตัดเรื่องนายกฯ คนนอกทิ้ง"



