ข่าว

‘เลขาสมช.’เชื่อ29พ.ค.ได้คำตอบโรฮิงญา

‘เลขาสมช.’เชื่อ29พ.ค.ได้คำตอบโรฮิงญา

26 พ.ค. 2558

‘เลขาสมช.’ มั่นใจ 29 พ.ค.ได้คำตอบแก้ปัญหา ‘โรฮิงญา’ เชื่อ ‘ยูเอ็นเอชซีอาร์’ มีข้อเสนอที่ดี ระบุต้องแก้ที่ต้นทาง

 
            26 พ.ค.58 ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 09.00 น. นายอนุสิษฐ คุณากร เลขาสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงการประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาการโยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติในมหาสมุทรอินเดียที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดประชุมในวันที่ 29 พ.ค.ว่า จะเป็นการพิจารณาแนวทางในการช่วยเหลือคนเหล่านี้ร่วมกับประเทศต่างๆ เพราะปัญหาเรื่องโรฮิงญาเป็นปัญหาระดับภูมิภาค ซึ่งองค์การระหว่างประเทศก็ต้องเข้ามาร่วมมือในการแก้ปัญหา เนื่องจากปัญหาดังกล่าวมีมานาน แต่ขณะนี้มีผู้อพยพเป็นจำนวนมาก การหารือในวันดังกล่าวจึงเชื่อว่าจะได้ข้อยุติและมีทางออกที่ดีในการแก้ปัญหาว่าจะมีการร่วมมือในระดับใดและประเด็นใดบ้าง
  
            เมื่อถามว่า ชาวโรฮิงญาที่ลอยเรืออยู่นั้นส่วนหนึ่งมาจากค่ายผู้ลี้ภัยคอกซ์บาซา ประเทศบังคลาเทศใช่หรือไม่ นายอนุสิษฐ กล่าวว่า เชื่อว่ามีทั้งผู้อพยพจากรัฐยะไข่ ประเทศเมียนมาร์และค่ายผู้ลี้ภัยคอกซ์บาซา ซึ่งสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) จะมีแนวทางการกลับเข้าไปพัฒนาในพื้นที่ต้นทาง ซึ่งเป็นแนวทางที่ดีที่สุด เพื่อให้คนเหล่านั้นอยู่ได้อย่างมีความสุขสามารถมองเห็นอนาคตของตัวเองได้ เพื่อจะไม่ต้องอพยพย้ายถิ่นอีก และเชื่อว่าเหตุที่ผู้อพยพออกมาจากค่ายผู้ลี้ภัยนั้น อาจจะต้องการอิสระและตามหาญาติที่อพยพออกมาก่อนหน้านี้ในพื้นที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นมาเลเซีย อินโดนีเซีย หรือไทย
  
            เมื่อถามย้ำว่า ในวันที่ 29 พ.ค. ยูเอ็นเอชซีอาร์ จะมีบทบาทในการแก้ปัญหาอย่างมากใช่หรือไม่ นายอนุสิษฐ กล่าวว่า “จริงๆ แล้วเรื่องเหล่านี้องค์การระหว่างประเทศจะเป็นคนสำคัญมาก เพราะต้นตอของปัญหาไม่ได้เกิดจากมาเลเซีย อินโดนีเซีย หรือไทย แต่จำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนและคนที่จะบริหารจัดการในภาพรวมคือยูเอ็นโดยใช้บทบาทของยูเอ็นเอชซีอาร์เข้ามาทำงานในเรื่องนี้”
  
            เมื่อถามถึง กรณีการตั้งศูนย์อำนวยการลาดตระเวนและช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมผู้โยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติในมหาสมุทรอินเดีย นายอนุสิษฐ กล่าวว่า ในขั้นต้นคงต้องแก้ปัญหาในลักษณะนี้ โดยช่วยกันบูรณาการในการลาดตระเวนดูแลความเรียบร้อยด้านสิทธิมนุษยชน ส่วนจะประสานกับประเทศใกล้เคียงหรือไม่นั้น เชื่อว่าในวันที่ 29 พ.ค.จะมีข้อสรุปในส่วนนี้
 
 
นครศรีธรรมราช - ตร.ขอศาลสืบพยาน เรียกค่าไถ่โรฮิงญา
 
 
            26 พฤษภาคม 2558 พันตำรวจโทนิติ บุญจันทร์ หัวหน้าพนักงานสอบสวนเจ้าของสำนวนเรียกค่าไถ่ชาวโรฮีนจาที่เกิดขึ้นในจังหวัดนครศรีธรรมราช และนำไปสู่การค้นพบแคมป์กักกันชาวโรฮีนจาของขบวนการค้ามนุษย์ในอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา ล่าสุดนั้นได้ยื่นร้องขอต่อศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ทำการเบิกตัวนายอานัว ผู้จัดการแคมป์เขาแก้ว ผู้ต้องหาชาวโรฮีนจาในคดีเรียกค่าไถ่ จากเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช เข้าสืบพยานล่วงหน้าแล้ว โดยมีพยาน 2 ปากคือนายกูราเมียน้าชายของนายคาซิมชาวโรฮีนจาเหยื่อค่าไถ่ที่ถูกสังหาร และนายรอฟิก ประจักษ์พยานที่เห็นเหตุการณ์ในขณะที่นายอานัวสังหารเหยื่อ ขึ้นสืบพยานล่วงหน้าโดยทั้งคู่ต่างให้การมัดตัวนายอานัว ซึ่งได้ถูกตั้งข้อหาเรียกค่าไถ่จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มีอัตราโทษสูงสุดคือประหารชีวิต
 
            ส่วนความเชื่อมโยงทางคดีนั้นล่าสุดพนักงานสอบสวนตำรวจภูธรภาค 9ได้ทำหนังสือพร้อมหมายจับอายัดตัวนายอานัว กับเรือนจำกลางนครศรีธรรมราชแล้วเช่นกัน โดยมีข้อหาร่วมกันค้ามนุษย์ และอาชญากรข้ามชาติ ตามลำดับ โดยในคดีค้ามนุษย์และอาชญากมข้ามชาติเป็นคดีเกี่ยวเนื่องที่มีศูนย์กลางในการดำเนินคดีอยู่ที่จังหวัดสงขลา