ข่าว

‘อู๊ด เป็นต่อ’แจงตำรวจปคบ.ปัดเอี่ยวยูฟัน

‘อู๊ด เป็นต่อ’แจงตำรวจปคบ.ปัดเอี่ยวยูฟัน

26 พ.ค. 2558

‘อู๊ด เป็นต่อ’ ดาราตลกชื่อดัง เข้าชี้แจงตำรวจ ปคบ. ปัดเอี่ยวคดียูฟัน

 
        ความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีแชร์ลูกโซ่ยูฟัน วันนี้ (26 พ.ค.58) เวลา 10.30 น. นายรพีพงศ์ ธีระวิทยากุล หรือ “อู๊ด เป็นต่อ” ดาราตลกชื่อดัง นัดหมายเดินทางเข้าพบ พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมด้วย พ.ต.อ.อังกูร คล่ายคลึง รอง ผบก.ปคบ. และพนักงานสอบสวนชุดคลี่คลายคดีแชร์ลูกโซ่ยูฟัน ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ และให้ข้อมูลชี้แจงกรณีที่มีภาพคู่กับบริหารบริษัทยูฟัน สโตร์ จำกัด พร้อมกับแสดงสัญลักษณ์สมาชิกยูฟัน
 
        นายรพีพงศ์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เพื่อนจากออสเตรเลียแนะนำหลายครั้งให้เข้าไปฟังการอบรมของบริษัทยูฟันฯ โดยอ้างว่าอาจจะเป็นการเปลี่ยนชิวิตให้ดีขึ้น และสามารถต่อยอดให้ทายาทได้ด้วย ด้วยความเกรงใจเพื่อนจึงใจตัดสินใจไปฟังสัมนาดังกล่าวในวันที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา ที่โรงแรมเมเปิล ย่านบางนา เมื่อไปถึงก็ได้โทรศัพท์ติดต่อกับคุณพิมพ์ เพื่อสอบถามการลงทุนกับธุรกิจดังกล่าว ว่าเป็นธุระกิจแบบไหนอย่างไร มีการทำงานอย่างไรบ้าง จากนั้นก็ได้รับคำแนะนำว่าให้ลงทุนกับบริษัทยูฟัน โดยลงทุนเป็นเงินจำนวน 350,000 บาท แล้วไม่ต้องทำอะไรเลย แต่ถ้าอยากได้เงินเพิ่มขึ้นก็ให้ตนหาสมาชิกมาเพิ่ม ซึ่งตลอดการพูดคุยจะมีการถ่ายภาพอยู่ตลอด 
 
        “ในตอนนั้นผมรู้สึกว่าธุรกิจนี้มันง่ายเกินไป จึงเกิดความสงสัยว่าอาจจะเหมือนกับแชร์ลูกโซ่ ผมเลยตัดสินใจไม่ขึ้นไปร่วมฟังสัมนาและขอเดินทางกลับทันทีในวันนั้น แต่ทีมงานขอร้องให้ผมขึ้นไปถ่ายภาพข้างบนก่อน เมื่อขึ้นไปก็ได้ถ่ายภาพคู่กับแบล็คดรอปของงานทั่ว โดยที่ผมไม่ได้คิดอะไร ถ้าไม่ไปก็จะหาว่าผมหยิ่ง เมื่อขึ้นไปในห้องก็เห็นคนมาร่วมสัมนากว่า 1,000 คน จากนั้นก็มีการชักชวนให้ขึ้นเวที แต่ผมไม่ได้ขึ้น ระหว่างจะเดินทางกลับทีมงานของยูฟันยังมาชักชวนผมว่า ถ้าผมไม่ร่วมลงทุนไม่เป็นไร แต่สามารถชวนคนอื่นมาร่วมลงทุนก็ได้ ผมก็ตอบปฏิเสธไม่ได้ชวนใคร และผมเองก็ไม่ได้สมัครเป็นสมาชิกหรือร่วมลงทุนด้วย เอาตามตรงในวันนั้นผมมีความรู้สึกเหมือนโดนคุกคาม” นายรพีพงศ์ กล่าว
 
        นายรพีพงศ์ กล่าวอีกว่า หลังจากนั้นตนก็มาทราบจากข่าวว่า บริษัทนี้ดูเหมือนไม่มีตัวตน ไม่มีการทำบัญชีที่แน่ชัด มีการเอาบุคคลที่มียศ และมีการแอบอ้างผู้ที่มีชื่อเสียงเพื่อชักชวนหาสมาชิกเข้าร่วม ซึ่งเรื่องแบบนี้้ถือว่าเป็นการโกหกหลอกลวง ฝากไปถึงพี่น้องประชาชนหากใครที่คิดจะทำธุรกิจก็ควรศึกษาให้ดีเสียก่อน ส่วนการจะแจ้งความเอาผิดกับทางยูฟันที่เอารูปของตนมาแอบอ้างโฆษณาชวนเชื่อหลอกให้คนมาร่วมลงทุนนั้น ต้องขอปรึกษากับทนายความก่อนว่าจะดำเนินอย่างไรต่อดี
 
        ด้าน พล.ต.ท.สุวิระ กล่าวว่า หลังจากนี้ก็จะต้องนำข้อชี้แจงของนายรพีพงศ์ ไปตรวจสอบว่ามีความสอดคล้องกับความจริงหรือไม่ ส่วนกรณีการเข้ามาชี้แจ้งของน.ส.ขวัญนภา เรืองศรี หรือ ลาล่า โปงลางสะออน และนายศุภกิจ ตังทัตสวัสดิ์ หรือ แมน ดาราชื่อดัง รวมทั้ง นายสุผจญ กลิ่นสุวรรณ หรือเต้ พิธีกรชื่อดังนั้น ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้กันตัวไว้เป็นพยาน เพราะให้ข้อมูลที่สอดคล้องกับความจริง และไม่มีหลักฐานใดที่จะระบุได้ว่าบุคคลทั้ง 3 มีการร่วมกระทำความผิดกับทางยูฟันแต่อย่างใด
 
        พล.ต.ท.สุวิระ กล่าวอีกว่า สำหรับกรณีที่มีการเบิกถอนเงิน แล้วขนออกนอกประเทศไปยังประเทศมาเลเซียนั้น อาจจะมีเจ้าหน้าที่ธนาคารมีส่วนรู้เห็นด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะมีการตรวจสอบเส้นทางธุรกรรมการเงินอย่างละเอียด อย่างไรก็ตามหากมีดาราหรือบุคคลมีชื่อเสียงคนให้ที่ส่วนเกี่ยวข้องก็จะประสานเพื่อให้มาชี้แจงเพิ่มเติ่ม และหากใครที่ยังให้ความช่วยเหลือผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับไปก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะเป็นการซุกซ่อนทรัพย์สิน หรือการโอนเงินให้ให้เข้ามาชี้แจ้งกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ ปคบ. เพราะถ้าสืบทราบจะดำเนินการกฎหมายการฟอกเงินทันที
 
        ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงบ่ายวันนี้เจ้าหน้าที่ได้เปิดเผยผู้ต้องหาในคดีแชร์ลูกโซยูฟัน ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับเป็นรายที่ 26 คือนายวีรวิชญ์ จารุพัฒนไพศาล อายุ 42 ปี อยู่บ้านเลขที่ 559/67 หมู่บ้านนารา โบทานิก ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ โดยเจ้าหน้าที่ได้นำตำรวจ บก.ปคบ. และกำลังตำรวจจาก สภ.บางแก้ว เข้าปิดล้อมตรวจค้นที่บ้านของผู้ต้องหา พร้อมตรวจยึดอายัดทรัพย์สินส่งให้ ปปง.ตรวจสอบต่อไป
 
        สำหรับผู้เสียหายจากคดีดังกล่าวได้เข้าแจ้งความกับ ตำรวจ ปคบ. แล้วจำนวน 894 ราย มีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 192 ล้านบาท และหากรวมทั้งประเทศขณะนี้มีผู้เสียหายที่แจ้งความทั้งประเทศรวม 1,248 ราย มีมูลค่าความเสียหาย 239 ล้านบาท สามารถอายัดทรัพย์สินได้แล้วขณะนี้มีมากกว่า 800 ล้านบาท และมีการเปิดเผยหมายจับแล้ว 25 ราย จับกุมได้ 17 ราย ยังคงหลบหนีอีก 8 ราย ส่วนผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีในต่างประเทศ เบื้องต้นทางทีมทำงานจะเร่งสรุปส่งสำนวนคดีให้อัยการพิจารณา หากอัยการพิจารณารับสั่งฟ้องก็จะส่งเรื่องขอยกเลิกหนังสือเดินทางและขอรับตัวผู้ร้ายข้ามแดนต่อไป เบื้องต้นคาดจะสามารถสรุปสำนวนทั้งหมดให้อัยการได้ในช่วงต้นเดือนหน้า
 
        อย่างไรก็ตาม ในวันนี้ทางตำรวจจะมีการเปิดเผยการออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมสำหรับคดีนี้ เป็นผู้ต้องหารายที่ 26 ซึ่งคาดว่าจะมีการเข้าตรวจค้นจับกุม และตรวจสอบยึดอายัดทรัพย์สินในช่วงบ่ายวันนี้ด้วย