ข่าว

‘ประวิตร’รับสหรัฐขอบินดูเคลื่อนไหวโรฮิงญา

‘ประวิตร’รับสหรัฐขอบินดูเคลื่อนไหวโรฮิงญา

25 พ.ค. 2558

‘ประวิตร’รับสหรัฐขอบินดูเคลื่อนไหวโรฮิงญา ‘บิ๊กตู่’ชี้‘กต.-กห.’ต้องเพิ่มบทบาทแก้ไขปัญหา

             เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 25 พ.ค.2558 ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า   พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่าทางการสหรัฐอเมริกา ประสานขอนำเครื่องบินผ่านประเทศไทย เพื่อติดตามสำรวจความเคลื่อนไหวของชาวโรฮิงญาว่า เวลานี้เราก็ทำของเราอยู่แล้ว โดยมีพล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด(ผบ.สส.) เป็นผู้ดูแล ซึ่งการดูแลด้านทะเลนั้นจะนำเครื่องบินของกองทัพอากาศทั้งหมดบินสำรวจร่วมกับเรือของกองทัพเรือ ในส่วนของสหรัฐฯนั้น มีการประสานมาจริงอย่างไม่เป็นลายลักษณ์อักษร และหากจะนำเครื่องบินเข้ามาก็มาพูดคุยเพื่อร่วมกันได้ไม่มีปัญหา เพราะทางการไทยและสหรัฐฯมีการติดต่อกันอยู่แล้ว โดยเรื่องนี้ทางกระทรวงการต่างประเทศของไทยจะเป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งเราเตรียมการไว้แล้วและพร้อมที่จะให้การสนับสนุน


บิ๊กตู่ชี้‘กต.-กห.’ต้องเพิ่มบทบาทแก้ไขปัญหา

             พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการแก้ปัญหาโรฮิงญา ว่า การจัดการประชุมว่าด้วยการโยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติ ในมหาสมุทรอินเดีย ในวันที่ 29 พ.ค.นี้ มีหลายประเทศใหญ่ ๆ ตอบรับมาแล้ว และเข้าใจว่าจะตอบรับทั้งหมด ทั้งนี้อย่าไปกังวลว่า จะมีระดับผู้นำมาหรือไม่ ซึ่งตนคิดว่าเชิญไปแล้วก็ต้องมา ไม่มาก็คงไม่ได้แต่ก็ไปบังคับไม่ได้ โดยคาดว่าประเทศที่เป็นต้นทาง กลางทาง ปลายทางและประเทศที่ให้การสนับสนุนอย่างสหรัฐอเมริกาหรือญี่ปุ่นจะเข้าร่วมทั้งหมด

             “ซึ่งปัญหาของเราคือจะต้องบริหารจัดการอย่างไร ในฐานะที่เราเป็นประเทศตรงกลาง โดยจะต้องพิจารณาทั้งต้นทาง กลางทางและปลายทางตรงนี้ค่อนข้างลำบากเพราะมีปัญหาจากกลางทะเล และตนได้คุยกับพล.อ.ธนศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การต่างประเทศ และพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมว่า   จะต้องเพิ่มบทบาทในการทำหน้าที่ตรงนี้เพราะจะเริ่มมีการประชุมแล้ว ร่วมถึงวันนี้ได้มีการขอความร่วมมือจากสหประชาชาติ (ยูเอ็น) และสหรัฐอเมริกาแล้ว แต่เราจะดำเนินการของเราก่อน โดยเฉพาะการดูแลด้านมนุษยธรรมที่จะทำให้เกิดความชัดเจน เพราะตอนนี้มีหลายคนเป็นห่วง เพราะชาวโรฮิงญาส่วนหนึ่งยังลอยเรืออยู่ อีกทั้งเราเป็นห่วงว่าช่วงนี้เข้าสู่หน้ามรสุมแต่ยังตรวจสอบไม่พบ ทั้งนี้ได้สั่งการให้ทหารเรือรับผิดชอบในการเอาเรือขนาดใหญ่ออกไปในพื้นที่ของไทยหรือรอยต่อ เพื่อรองรับเหมือนเป็นฐานเรือลอยน้ำโดยมีแพทย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่คัดแยกอยู่ในนั้น ให้แล้วเสร็จ โดยถ้าเจอชาวโรฮิงญา ก็ให้นำมาที่เรือดังกล่าวและรักษาพยาบาลก่อนและเตรียมการส่งต่อไปที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวของประเทศอินโดนีเซียและมาเลเซีย ซึ่งเราจะอำนวยความสะดวกให้ แต่ต้องอยู่ในกฎหมายไทย”พล.อ.ประยุทธ์กล่าว

             พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “สำหรับกรณีชาวโรฮิงญาที่อยู่ในน่านน้ำนั้นจะเป็นไปตามแนวทางเดิมคือต้องขึ้นอยู่กับใจของเขาว่าจะไปที่ไหน ซึ่งแต่ละประเทศต้องช่วยกันอำนวยความสะดวก อย่างไรก็ตามได้มีความชัดเจนในการลาดตระเวนทางอากาศ ที่ให้ทหารอากาศจัดเครื่องบินลาดตระเวนตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค.แล้ว หากสหรัฐอเมริกาหรือประเทศใดสนใจจะมาร่วมมือก็ต้องมาอยู่ในสายบังคับบัญชากับเรา เพราะเราเป็นเจ้าของพื้นที่”

             พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ในเรื่องนี้สื่อต้องช่วยกัน อย่างกรณีสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น ยังออกข่าวและลงภาพจากสื่อของไทยว่า มีการใช้ความรุนแรง ใช้ปืนบังคับให้ชาวโรฮิงญาออกไป โธ๋! ไปทำได้อย่างไร ในเมื่อเราเป็นคนช่วยมาตลอดในเรื่องการดูแลผู้เจ็บป่วยตามหลักมนุษยธรรม เรามองประเด็นสำคัญคือ ชีวิตทุกชีวิตมีค่า อยากให้เอาคำพูดของผมไปเขียน รัฐบาลไทยโดยนายกรัฐมนตรีและคนไทยเป็นคนพุทธอยู่แล้ว ฉะนั้นชีวิตคนทุกชีวิตมีค่าเราต้องช่วยเหลือตามมนุษยธรรมก่อนเรื่องอื่น จากนั้นเมื่อเขาเข้มแข็งก็ว่าไปตามความสมัครใจ ถ้าจะมาอยู่ที่ฝั่งไทยต้องยอมรับกติกาของเรา ซึ่งเรายืนยันหลักการตรงนี้และเราจะไม่แบ่งแยกว่า พ่อแม่ป่วยลูกไม่ป่วยแล้วเอามารักษาเฉพาะพ่อแม่นั้นไม่ใช่ เราเอามาทั้งครอบครัว ซึ่งการคัดแยกต้องมีความชัดเจน โดยมีการถ่ายภาพเก็บหลักฐาน อย่าไปเขียนเลอะเทอะไปเรื่อย จะทำให้ประเทศเสียหาย”

             “อย่ามาตำหนิรัฐบาล หรือประเทศไทยกันเอง เราทำตามมติของยูเอ็น ซึ่งงบประมาณก็ค่อนข้างจำกัด และลดลงไปเรื่อย ๆ จะให้อยู่ดีกินดีกว่าที่คนไทยอยู่นั้นไม่ได้ ต้องเท่าเทียมกันและแก้ปัญหาทั้งหมด ส่วนปัญหาระยะยาวจะแก้ปัญหากันเอง คุยกับประเทศเพื่อนบ้านกันแล้วว่าขอเวลาเตรียมการหน่อย ไม่ได้มีปัญหาอะไร วันนี้เราต้องลดความขัดแย้งระหว่างเพื่อนบ้าน และใช้ความเป็นมนุษยธรรมซึ่งคิดว่าผู้นำทุกประเทศเข้าใจตรงนี้ วันนี้เกรงว่า การพูด การสัมภาษณ์ทุกเรื่องนั้นจะเกิดผลกระทบกับมิตรประเทศของเราทั้งสิ้น ซึ่งแต่ละประเทศมีปัญหาไม่เหมือนกัน”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

 

.....................

(หมายเหตุ : ภาพจาก เอเอฟพี)