
ผบ.ตร.มอบรางวัล2ตร.อุ้มชายชรา
25 พ.ค. 2558
ผบ.ตร.มอบเงินรางวัลสร้างขวัญกำลังใจ 2 ตร.ช่วยอุ้มชายชราข้ามสะพานพาส่งบ้าน 'สรรเสริญ' เผยปฏิรูปโครงสร้างองค์กร หลังจากมี รบ.ใหม่ ชมที่ผ่านมาทำงานสนองนโยบายได้ดี
25 พ.ค. 58 เมื่อเวลา 11.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ต.ฤชากร จรเจวุฒิ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 8 (ผบก.น.8) มอบเงินรางวัลเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับ 2 นายตำรวจที่มีการประพฤติดี รายละ 3,000 บาท จากกรณีที่มีการแชร์ภาพในโลกโซเชียล ที่ ด.ต.วรพงษ์ บุญทวี ผบ.หมู่ ป้องกันและปราบปราม สน.ปากคลองสาน อุ้มชายชรา วัย 80 ปี แบกขึ้นหลังเดินข้ามสะพานพระปกเกล้า ก่อนพาไปส่งที่บ้านภายในซอยจรัญสนิทวงศ์ 12 และมี ส.ต.ต.จักรพงค์ พิบูลย์ ผบ.หมู่ ป้องกันและปราบปราม สน.ปากคลองสาน คอยโบกรถให้ จนเป็นที่ชื่นชมของประชาชน
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า การมอบเงินในครั้งนี้เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้น้อยในการทำความดี และถือเป็นเรื่องน่าประทับใจและรู้สึกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองนายนี้เป็นคนที่มีจิตใจดี พร้อมที่จะช่วยเหลือประชาชน จึงเชิญมามอบรางวัลเพื่อให้เห็นว่า ผู้บังคับบัญชาดี ผู้ใต้บังคับบัญชาก็ดี และอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายทราบว่า การปฏิบัติหน้าที่ทุกอย่างตนติดตามดูอยู่ และการกระทำในครั้งนี้ต้องได้รับการชื่นชม เพราะว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองนาย ได้ทำชื่อเสียงและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับข้าราชการตำรวจ นอกจากนี้อยากจะขอบคุณที่ยึดมั่นในอุดมการณ์ที่ตนมีนโยบายสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้ข้าราชการตำรวจ ขณะเดียวกันก็ต้องขอขอบคุณพลเมืองดีที่โทรศัพท์แจ้งเหตุการณ์ไปยัง สายด่วน 191 ทั้งนี้ก็ต้องขอชื่นชม สายด่วน 191 ด้วย เพราะว่าเมื่อพลเมืองดีแจ้งไปแล้วได้มีการรับโทรศัพท์และทำงานอย่างรวดเร็ว มีการแจ้งไปยังท้องที่นั้นๆ มีการทำงานอย่างมีศักยภาพและมีประสิทธิภาพ
ด.ต.วรพงษ์ กล่าวว่า เหตุการณ์ในวันนั้นอันตรายจริงๆ ตามที่พลเมืองดีได้แจ้งเข้ามา เพราะชายชราคนนี้ได้เดินเกาะขอบปูนย้อนศรบนสะพานพระปกเกล้า และดูจากลักษณะการเดินแล้วคงไปไม่ถึงกลางสะพานแน่นอน จากการสอบถามว่าจะไปที่ไหน ชายชรามีอาการพูดไม่ค่อยรู้เรื่อง จึงนำตัวออกไปพ้นพื้นถนนแล้วจึงสอบถามใหม่อีกครั้งหนึ่ง ได้ความว่าจะไปดูม้าที่สนามม้านางเลิ้ง โดยนั่งแท็กซี่เพื่อไปยังจุดหมาย แต่ลืมวันว่าวันนั้นไม่มีม้า แท็กซี่จึงทิ้งลงกลางสะพาน เพราะไม่รู้ว่าจะกลับที่ไหน ตอนไปให้การช่วยเหลือชายชรามีอาการหลงลืมบ้านตนเอง จำได้เพียงว่าจรัญสนิทวงศ์ ซ.12 และเห็นว่าเดินไม่ไหวจึงแบกขึ้นหลัง สลับกับ ส.ต.ต.จักรพงค์ หลังจากลงสะพานแล้วก็สอบถามชื่ออีกครั้ง ทราบว่า ชื่อนาย ยี่ แซ่โง้ว หลังจากนั้นมีคนขับมอเตอร์ไซต์รับจ้างผ่านมาเห็นและจำลุงคนนี้ได้และรู้ว่าบ้านอยู่ที่ไหน จึงจ้างให้ไปส่งที่บ้าน ตนได้ขับรถตามหลังไปที่บ้านลุงคนดังกล่าวด้วย ส่วนภาพที่ไปปรากฏในโลกอินเทอร์เน็ต ไม่ทราบว่าหลุดไปได้อย่างไร แต่การถ่ายภาพนั้นเพราะว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่ของสายตรวจแต่ละผลัด เวลามีการออกตรวจท้องที่ที่ไหนจะมีการบันทึกภาพไว้ แล้วส่งไปให้ฝ่ายต่างๆ ทั้งฝ่ายป้องกันและปราบปราม และฝ่ายของ สน.
ทั้งนี้ตนมีความภูมิใจในหน้าที่ตำรวจ ขอให้มีตำรวจที่มีจิตใจที่เป็นกุศล ไม่หวังสิ่งตอบแทน ภูมิใจที่ ผบ.ตร.มีความเป็นห่วงผู้ใต้บังคับบัญชา และติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใต้บังคับบัญชาทุกระดับชั้น อยากฝากบอกเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายว่า ขอให้การปฏิบัติหน้าที่นั้นต้องทำอย่างถูกต้องและมีความสามัคคีมากกว่านี้
ปฏิรูปโครงสร้างองค์กรตำรวจหลังมี รบ.ใหม่
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงประเด็นการปฏิรูปโครงสร้างองค์กรตำรวจ ว่า ในช่วงที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้ทำงานอย่างหนักเพื่อสนับสนุนนโยบายจัดระเบียบสังคม การปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ การปราบปรามขบวนการค้ายาเสพติด รวมทั้งขบวนการค้ามนุษย์ ซึ่งสร้างผลงานดีเป็นที่ประจักษ์ต่อสาธารณชนอย่างต่อเนื่อง และการดำเนินงานที่ผ่านมาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถือว่าสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในการแก้ปัญหาหลักหลายประการ ได้แก่ การปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ การมีมาตรการเชิงรุกในการปราบปรามการละเมิดสถาบัน รวมทั้งมุ่งรักษาความมั่นคงของประเทศ จัดทำฐานข้อมูลอาชญากรรมเพื่อสะดวกต่อการสืบสวนสอบสวน และติดตามตัวผู้กระทำผิด รัฐบาลรู้สึกชื่นชมตำรวจทุกท่านที่มุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายตามนโยบายของรัฐบาล และเพื่อประโยชน์ของประชาชนโดยส่วนรวม
พล.ต.สรรเสริญ กล่าวอีกว่า สำหรับการปฏิรูปโครงสร้าง อำนาจหน้าที่ และกระบวนการทำงานของ สตช.ให้ครบถ้วนสมบูรณ์ทั้งระบบ เป็นส่วนที่ต้องใช้เวลาในการดำเนินการ อาจเกิดขึ้นภายหลังจากที่มีการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ สิ่งสำคัญคือต้องมีฝ่ายตำรวจซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติหลักและมีความเข้าใจองค์กรตำรวจมากที่สุดเป็นหลักสำคัญในการวางแนวทางการปฏิรูป ควบคู่ไปกับร่างแผนการปฏิรูปของคณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่จัดทำไว้แล้ว เพื่อก่อให้เกิดประสิทธิภาพ และประโยชน์ต่อประชาชนสูงสุด อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่การปฏิรูปทั้งระบบยังไม่แล้วเสร็จ การพัฒนา สตช.เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพของงาน และการแก้ไขปัญหาในองค์กรที่จำเป็นเร่งด่วน ซึ่งอาจจะเป็นอุปสรรคต่อการปฏิรูปในอนาคตให้เป็นไปอย่างราบรื่น



