
มาเลย์ส่งเรือรบตรึงน่านน้ำสกัดค้าโรฮิงญา
มาเลย์ส่งเรือรบตรึงน่านน้ำสกัดค้าโรฮิงญา ทัพเรือภาค3สั่งเข้มอันดามันป้องเข้าไทย
24พ.ค.2558 นายปณพล ชีวะเสรีชล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตากล่าวว่า ขณะนี้เรือรบจากทางการมาเลเซียนำเรือออกลอยลำตามแนวชายแดนใกล้เขตน่านน้ำสตูล2-3ลำ เพื่อสกัดกั้นขบวนการค้ามนุษย์ ซึ่งไม่เคยปรากฏการออกลาดตระเวนเช่นนี้ โดยจะเห็นได้ห่างจากเกาะตะรุเตาเพียง 5 กิโลเมตร
ขณะที่เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติตะรุเตา ได้นำเรือออกลาดตระเวนอย่างเต็มกำลังแม้จะมีกำลังเพียงน้อยนิดอย่างต่อเนื่อง ในการป้องกันตามจุดล่อแหลมแนวเกาะแก่งตามชายแดน เพื่อเฝ้าระวังและให้ความช่วยเหลือหากมีเรือเจอลมมรสุม หรืออาจจะมาล่มใกล้เกาะในเขตอุทยานฯ พร้อมเข้าตรวจค้นบนเกาะที่เชื่อว่าอาจจะมีการเข้ามาหลบซ่อนในการกระทำความผิด คือ อ่าวพรชัย รวมทั้งแคมป์พักเก่าเมื่อปี2556ที่เคยตรวจยึดได้เพื่อตรวจตราไม่ให้มีการกระทำความผิดซ้ำอีกซึ่งการเข้าตรวจสอบใหม่ในครั้งนี้ไม่พบการเข้ามาใช้พื้นที่อีกแต่อย่างใด
ทัพเรือภาค3สั่งเข้มอันดามันป้องเข้าไทย
พลเรือโทสายันต์ ประสงค์สำเร็จ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 (ผบ.ทรภ.3) เปิดเผยสำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น ถึงการตรวจสอบขบวนการค้ามนุษย์นำชาวโรฮิงญาหลบหนีเข้าเมืองผ่านเส้นทางทะเลว่า ขณะนี้ยังไม่พบชาวโรฮีนจาในพื้นที่ทางทะเลอันดามันแต่อย่างใด แต่ทางกองทัพเรือภาคที่ 3 ยังคงปฎิบัติภาระกิจทุกวัน ลาดตระเวณตรวจสอบน่านน้ำที่รับผิดชอบ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นของการลักลอบเข้ามาที่ปากน้ำจังหวัดระนอง ไปจนถึงเส้นทางผ่านไปยังจุดหมายปลายทางรอยต่อระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้านทางฝั่งจังหวัดสตูล และยังมีการนำเรือไปประจำการบริเวณหมู่เกาะสุรินทร์ พร้อมกับใช้เฮลิคอปเตอร์บินตรวจการณ์ รวมไปถึงการตรวจสอบตามเกาะแก่งๆ ในทะเลอันดามัน อย่างต่อเนื่อง
ส่วนกรณีที่มีข่าวว่า มีเรือของชาวโรฮิงญาที่ออกจากเมืองยะไข่ ประเทศเมียนมา และจะมาถึงประเทศไทย ในวันที่ 29 พ.ค. นั้น ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 กล่าวว่า เนื่องจากระยะนี้ไปจนถึงต้นเดือนหน้า คลื่นลมรุนแรงมาก ทำให้เรือลำดังกล่าวยังมาไม่ถึงน่านน้ำไทย และอาจจะขึ้นฝั่งในพื้นที่ของเมียนมาไปแล้ว
รองผบ.ตร.ซุ่มตรวจเรือประมงตรัง
ที่บริเวณท่าเรือบ้านหาดยาว หมู่ 6 ต.เกาะลิบง อ.กันตัง พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะเดินทางตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์โรฮิงญา และการใช้แรงงานประมงผิดกฎหมายในพื้นที่ อ.กันตัง โดยมีการพบปะ ผู้ประกอบการเรือทัวร์ ผู้ประกอบการเรือประมง เจ้าของธุรกิจบ่อเลี้ยงกุ้ง ซึ่งล้วนเกี่ยวข้องกับการใช้แรงงานต่างด้าว ผู้นำชุมชน ผู้ศาสนา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำชับป้องปรามและมอบนโยบายแนวทางการทำงานป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์และการใช้แรงงานผิดกฎหมาย
โดยขอให้ผู้นำชุมชนจากตำบลต่าง ๆ ในอำเภอกันตังต้องออกเรือลาดตระเวนดูความเรียบร้อยบริเวณเขตรอยต่อระหว่างจ.ตรังกับจ.กระบี่และจ.สตูล ซึ่งเป็นเส้นทางทะเลฝั่งอันดามันที่ชาวโรฮิงญาใช้เป็นทางผ่านไปยังประเทศที่สาม และเคยขึ้นฝั่งที่จ.ตรังมาแล้ว 2 ครั้งในรอบ 5 ปี ประกอบกับเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มีการจับกุมนายสุพจน์ มั่นซิ้ว ชาวอำเภอสิเกา จ.ตรัง ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาคดีฆ่านายหน้าค้าชาวโรฮิงญาเสียชีวิต อีกทั้งที่อำเภอกันตัง จ.ตรังมีการใช้แรงงานต่างด้าวสัญชาติต่าง ๆ ในเรือประมงและแพปลามากที่สุดในจ.ตรังหรือกว่า 5,000 คน จากนั้นได้ลงเรือตำรวจน้ำเพื่อออกสุ่มตรวจเรือประมงพาณิชย์ที่ออกไปทำประมงในบริเวณพื้นที่น่านน้ำทะเลตรัง อ.กันตัง พบเรือประมงอวนลาก 1 ลำ มีลูกเรือจำนวน 8 คน จากการตรวจสอบหลักฐานในเบื้องต้นพบมีอาชญาบัตรและใบอนุญาตทำประมงและมีบัตรประจำตัวผู้ใช้แรงงานอย่างถูกต้อง
พล ต.อ.เอก อังสนานนท์ กล่าวว่า สาเหตุที่เดินทางมาที่จังหวัดตรัง เนื่องจากจังหวัดตรังเป็นจังหวัดเสี่ยงที่อาจจะมีการค้ามนุษย์หรือการใช้แรงงานอย่างผิดกฎหมาย เพราะที่ผ่านมาเป็น 1 ในจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามันที่เป็นทางผ่านของผู้อพยพชาวโรฮิงญาและบังคลาเทศ โดยผู้อพยพดังกล่าวจะนั่งเรือลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฏหมายมาทางจังหวัดชายฝั่งทะเลอันดามันของไทย
เริ่มจาก จ.ระนอง พังงา กระบี่ ตรัง มุ่งหน้าไปพักรอที่จ.สตูลและสงขลา เพื่อออกไปสู่ประเทศมาเลเซีย ประกอบกับอำเภอกันตังประชาชนในพื้นที่ประกอบอาชีพทำประมง ดังนั้นนอกจากเป็นทางผ่านของกลุ่มผู้อพยพชาวโรฮิงญาและบังคลาเทศแล้ว ก็เกรงว่าจะมีการใช้แรงงานอย่างผิดกฎหมายในภาคการประมง จึงได้เดินทางมามอบนโยบายและกำชับป้องปรามไม่ให้มีการค้ามนุษย์และใช้แรงงานอย่างผิดกฎหมายขึ้นในพื้นที่อย่างเด็ดขาด ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกองทัพเรือภาค 3 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตำรวจน้ำ เจ้าท่าภูมิภาค และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็มีการทำงานบูรณาการร่วมกันในกวดขันอย่างเต็มที่แล้ว แต่เราจะต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชนทุกภาคส่วนให้ช่วยกันเฝ้าระวังพื้นที่ด้วย
ทั้งนี้ เพื่อต้องการปลดล็อคใบเหลืองให้ไทยสามารถแข่งขันในการทำการทำประมงได้อย่างเสรีกับประเทศอื่นๆ ส่วนความคืบหน้าของคดีขณะนี้ได้ออกหมายจับไปแล้วทั้งหมด 77 คน ตามจับกุมได้ มอบตัวและอายัติตัวไว้แล้ว 48 คน รวมทั้งมีการติดต่อขอเข้ามอบตัวและมีความคืบหน้าในการติดตามจับกุมตัวอย่างต่อเนื่อง โดยอัยการสูงสุดให้พนักงานสอบสวนเป็นผู้รับผิดชอบคดีโดยมีการแต่งตั้งพนักงานอัยจังหวัดสูงสุดและอัยการจังหวัดมาร่วมสอบสวนในคดีดังกล่าวด้วย พร้อมยืนยันผู้ต้องหาทั้งหมดที่ได้มาไม่มีการให้ประกันตัวแม้แต่รายเดียว และจะเดินหน้ารวบรวมพยานหลักฐานขอให้ศาลออกหมายจับทุกคนที่เกี่ยวข้องอย่างเท่าเทียมกัน
พม่าจัดเจ้าหน้าที่ร่วมล่าตัวโก ม.ตัวใหญ่ค้ามนุษย์
เจ้าหน้าที่ศูนย์ประสานงานชายแดนเมียนมา-ไทย ด้าน จ.เกาะสอง-ระนอง แจ้งว่า ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจของเมียนมาร์ในเขตตะนาวศรีได้จัดกำลังจำนวน 50 นาย ร่วมกับ จนท.ทหารเมียนมา ออกหาข่าวความเคลื่อนไหวของโกมิ๊กน้องชายโกหนุ่ยตัวการใหญ่เครือข่ายค้ามนุษย์ใน จ.ระนองที่เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจก่อนหน้านี้
ขณะที่โกมิ๊กที่ถือสองสัญชาติได้หลบหนีการจับกุมของ เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยไปกบดานกับภรรยาในฝั่งประเทศเมียนมาร์ แต่จากการที่ทหารเรือเมียนมาร์มีการช่วยเหลือผู้อพยพชาวโรฮิงญาที่มกับเรือประมงดัดแปลงจำนวน 208 คนเมื่อวันที่ 21 พ.ค. 2558 ที่ผ่านมาพร้อมได้จับกุมไต๋เรือและลูกเรือที่เป็นชาวเมียนมาได้ทั้งหมดซึ่งทั้งหมดได้ให้การว่าโก ม.หรือโกมิ๊กเป็นเจ้าของเรือและได้เป็นผู้สั่งการให้มีการขนชาวโรฮิงญาในเที่ยวดังกล่าว ทาง จนท.เมียนมาจึงตั้งข้อหาผู้นำพา และเป็นผู้นำในการค้ามนุษย์ ซึ่งทางการเมียนมาจึงได้ส่ง จนท.ออกติดตามตัวเพื่อจับกุมและนำมาลงโทษตามกฏหมายต่อไป



