ข่าว

เปิดประสบการณ์อาหารคุณภาพ

เปิดประสบการณ์อาหารคุณภาพ

25 พ.ค. 2558

เปิดประสบการณ์อาหารคุณภาพ : ไลฟ์สไตล์

 
 
          เอาใจบรรดานักชิมให้มีโอกาสได้สัมผัสประสบการณ์ระดับเวิลด์คลาสอีกครั้ง เมื่อกูร์เมต์ มาร์เก็ต จัดงาน “กูร์เมต์ มาร์เก็ต เวิลด์ เบสท์ เทสต์ เดอะ เซเว่น วอนเดอร์ส” โดยรวบรวม 7 ความมหัศจรรย์ผลิตภัณฑ์อาหาร วัตถุดิบ รสชาติเยี่ยมที่อยากให้นักชิมได้สัมผัส อาทิ ขาหมูดำจากคาบสมุทรไอบีเรีย, ชีสรางวัลเหรียญทอง, หอยนางรมไอริช สเตอร์ลิง, ทูน่าครีบน้ำเงินโตธรรมชาติ, เนื้อโอมิ, แอปเปิ้ลร็อกอิตจากสวนแถบชายฝั่งตะวันออกของนิวซีแลนด์, ข้าวสังข์หยด เป็นต้น มาไว้ที่กูร์เมต์ มาร์เก็ต ดิเอ็มควอเทียร์  
 
          ภายในงานเมื่อวันก่อนได้รับเกียรติจาก อานา มารีอา รามีเรซ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอาร์เจนตินา ประจำประเทศไทย และตัวแทนทูตพาณิชย์จากนานาประเทศเข้าร่วมงาน โดยมี “แดง” ลักขณา นะวิโรจน์ รองประธานกรรมการบริหารอาวุโส บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ต้อนรับ พร้อมพาชมบูธสินค้าโดยรอบบริเวณจัดงาน ซึ่งนอกจาก 7 ความมหัศจรรย์ที่ยกขบวนมาให้ลิ้มรส บรรดาเชฟชื่อดังระดับโลกยังร่วมปรุงอาหารจากวัตถุดิบที่คัดสรรเป็นพิเศษให้ได้ชิมกันอีกด้วย อาทิ เชฟมายูกิ มัสซูโอะ กูรูด้านเนื้อวากิวจากประเทศญี่ปุ่นที่งานนี้นำเนื้อวากิวเกรดพรีเมียมมาปรุง 2 เมนูเด็ด อย่าง ยากินิกุ และ ชาบู ชาบู ให้บรรดานักชิมได้เปรมลิ้น สำหรับยากินิกุ เชฟชื่อดังฝากแนะนำเคล็ดลับความอร่อยว่าให้ตั้งกระทะจนร้อนได้ที่แล้วนำชิ้นเนื้อหั่นพอคำวางลงไปเพียง 10 วินาที แล้วกลับอีกด้านวางเพียง 10 วินาที เช่นกัน จากนั้นนำขึ้นมาชุบน้ำซอสหรือจะราดน้ำซอสลงไปในกระทะก็ได้ ย่างต่ออีก 3 วินาที นำขึ้นมารับประทานได้ทันที เทคนิคสำคัญที่จะทำให้เมนูนี้อร่อยล้ำคือ จะต้องไม่ย่างเนื้อนานเพราะจะทำให้เนื้อวากิวแข็งเกินไป
 
          ด้าน “แบงค์” สหภูมิ อนุชาติบุตร ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารประจำ กูร์เมต์ มาร์เก็ต แนะนำวิธีการดูคุณภาพเนื้อวากิวว่า เนื้อที่ดีจะต้องมีไขมันมาก ยิ่งเนื้อมีสีซีดขาวมากเท่าไหร่จะเป็นเนื้อที่มีคุณภาพดี ซึ่งเนื้อวากิวที่ขึ้นชื่อที่สุดของประเทศญี่ปุ่นจะมาจากเมืองโกเบ และสำหรับคนชอบรับประทานชีสกูรูคนเดิมแนะว่า ชีสแบ่งเป็น 5 ประเภทหลักๆ ตามความแข็งของเนื้อชีส อย่างแรกคือชีสสดซึ่งไม่ผ่านการหมักบ่ม เพียงแค่ผ่านการประยุกต์จากนมแล้วนำมาวางขายในตลาดทันที เมื่อนำมาทำให้ละลายจะมีความฉ่ำในตัวมาก ประเภทที่ 2 เปลือกด้านนอกเป็นราแข็ง สามารถรับประทานได้แต่บางคนจะปาดออกไป ส่วนด้านในเป็นเนื้อชีสนุ่มๆ ถ้านำไปทำละลายเปลือกด้านนอกจะอ่อนนุ่มลง ประเภทที่ 3 เป็นชีสกึ่งแข็ง สามารถงอได้เพียงเล็กน้อย ประเภทที่ 4 เนื้อแข็งมากไม่สามารถงอได้เลย โดย 2 ประเภทหลังนี้จะละลายเมื่อโดนความร้อนมากๆ อย่างในเตาอบ แต่ก่อนนำมาใช้ต้องขูดเป็นเส้นก่อน ส่วนประเภทสุดท้ายเป็นชีสที่มีราสายพันธุ์ปลอดภัยสามารถรับประทานได้อยู่ในเนื้อชีส ซึ่งเหมาะสำหรับคนชอบรับประทานชีสจริงๆ เพราะกลิ่นจะค่อนข้างรุนแรง
 
          “ชีสแต่ละประเภทจะเหมาะกับการทำอาหารแตกต่างกันไปแล้วแต่ว่าคนรับประทานจะชอบรับประทานประเภทไหน และต้องการบริโภคเพื่อวัตถุประสงค์ใด คือชีสยิ่งแข็งจะยิ่งมีแคลเซียมสูงแต่ไขมันจะต่ำ ในทางตรงกันข้ามชีสที่มีความนิ่ม ไขมันจะสูง โปรตีนสูง แต่ปริมาณแคลเซียมต่ำ” ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารแนะนำ