
'เทียนฉาย'ปัดสปช.เตรียมคว่ำร่างรธน.
23 พ.ค. 2558
'เทียนฉาย' ไม่รู้ข่าว 'สปช.' เตรียมคว่ำร่างรธน. 'บวรศักดิ์' ชี้ ผ่านหรือไม่ 'ปชช.' คือคำตอบสุดท้าย
23 พ.ค. 58 นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวถึงกระแสข่าวที่สมาชิก สปช.บางกลุ่ม เคลื่อนไหวเตรียมที่จะลงมติคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ไม่ทราบ และไม่ได้ยินเรื่องนี้ และคิดว่า ไม่น่าจะมี เพราะไม่มีเหตุผลอะไรที่จะคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เนื่องจากตอนนี้อยู่ในขั้นตอนเข้าชื่อขอแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ โดยยังไม่รู้ว่าคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จะแก้ไขส่วนไหนบ้าง ถ้าบอกว่าจะคว่ำไม่รับเลย คิดว่าไม่มีเหตุผล เพราะยังไม่รู้เลยว่า กมธ.ยกร่างฯ เขาจะแก้ไขยังไง และตรงไหนบ้าง ผมอยากรู้ว่าเป็นใครที่จะเดินหน้าคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะถ้าตอนนี้บอกว่าจะคว่ำ แล้วจะมาแก้ไขกันไปทำไม
เมื่อถามว่า สปช.วางแนวทางการทำงานไว้อย่างไรบ้าง เพราะขณะนี้โรดแม็พของรัฐบาลถูกยืดออกไป เนื่องจากเปิดช่องให้มีการทำประชามติ ประธาน สปช. กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้วางแนวทาง เพราะรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ปี 57 ยังไม่ได้ถูกแก้ไข ต้องรอให้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวแก้ไขก่อน ตอนนี้ยังไม่มีการขยับการทำงานของ สปช.
'บวรศักดิ์' ชี้ ผ่านหรือไม่ 'ปชช.' คือคำตอบสุดท้าย
เมื่อเวลา 13.00 น. กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ คณะอนุกรรมาธิการการมีส่วนร่วมและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ร่วมกับสภาปฏิรูปแห่งชาติ คณะกรรมาธิการปฏฺิรูปค่านิยม ศิลปะ วัฒนธรรม จริยธรรม และการศาสนา สถาบันพระปกเกล้า และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ได้จัดสัมมนา เรื่อง "การเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจและรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อร่างรัฐธรรมนูญ" ที่โรงแรมโฆษะ จ.ขอนแก่น โดยมีประชาชนจาก 20 จังหวัดภาคอีสานมาเข้าร่วมรับฟังกว่า 500 คน โดยการสัมมนาดังกล่าวจะมีไปจนถึงวันที่ 24 พ.ค.นี้
ศ.กิตติคุณ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า สำหรับการมาเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจ และรับฟังความคิดเห็นของประชาชนต่อร่างรัฐธรรมนูญในวันนี้ เพื่อต้องการนำเอาเนื้อหาในรัฐธรรมนูญที่ร่างขึ้นมาใหม่มาเผยแพร่ให้ได้รับรู้รับทราบ พร้อมกับจะมีการรับฟังข้อเสนอแนะ ข้อท้วงติงจากประชาชนด้วย โดยการจัดครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ต่อจากจังหวัดเชียงใหม่ โดยการรับฟังนี้จะทำต่อเนื่องไปจนถึงปลายเดือนมิถุนายน รับฟังแล้วคณะกรรมาธิการฯ จะประมวลความคิดเห็นและนำความเห็นนี้ไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาตามมาตรานั้นๆ ที่ประชาชนได้สะท้อนให้ฟัง เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีสาระสำคัญและมีหลายอย่างที่เพิ่มเข้าไปมากกว่ารัฐธรรมนูญ ปี 2550 พร้อมกับแก้ข้อบกพร่องที่เคยมีมาก่อน และการรับฟังนี้ไม่ได้รับฟังแค่เป็นพิธีกรรม เพราะความคิดเห็นประชาชนสำคัญที่สุด และจะนำไปสู่การทำประชามติด้วย
"ฝากบอกทุกคน โดยเฉพาะนักการเมืองท้องถิ่น และนักการเมืองระดับชาติว่า ประชาชนทุกคนรวมทั้งตัวผม เกิดมาวันแรกทุกคนไม่มีตำแหน่งอะไร เป็นพลเมืองไทยเฉยๆ และวันตายก็ไม่มีตำแหน่งอะไร เป็นแค่พลเมืองเท่านั้น คนที่คิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่ ตายไปก็ไม่ได้เอาหัวโขนไปด้วย และรัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนเพื่อประชาชน 64.5 ล้านคน ไม่ได้เขียนเพื่อนักการเมืองแค่พันคน เราต่อสู้เพื่อลูกหลาน เพื่ออนาคตของประเทศเรา รัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนขึ้นจากภาวะบ้านเมืองที่ผ่านมา ความเดือดร้อนในการเข้าไปสู่การชุมนุมของคนไทยตลอด 8 ปี 701 วัน มีคนตาย 130 คน มีคนบาดเจ็บ 3,300 คน ความเสียหายทางเศรษฐกิจมหาศาล ถ้าเอารัฐธรรมนูญฉบับนี้ไปค้นจะพบคำว่าสิทธิพลเมืองมากที่สุด รัฐธรรมนูญทั้ง 315 มาตรา และจากไปนี้จะมีการรับฟังประชามติ คนที่จะบอกว่าผ่านหรือไม่ผ่าน คือ ประชาชน ไม่ใช่นักการเมือง ประชาชนคือคำตอบสุดท้าย"
ส่วน รศ.วุฒิสาร ตันไชย สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ เปิดเผยถึงสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ โดยเฉพาะในการกระจายอำนาจว่า ในหมวดปฏิรูปเขียนเอาไว้ชัดเจนในมาตรา 211 - 216 ซึ่งพูดเรื่องการเมืองแบบสมดุล เอาอำนาจการแก้ไขปัญหาไปไว้ใกล้ปัญหา และจะเปลี่ยนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นคำว่าองค์กรบริหารท้องถิ่น เพราะคำว่าปกครองเป็นคำที่ทำให้นักการเมืองท้องถิ่นอยู่เหนือประชาชน ต่อไปนี้จะเปิดโอกาสให้คนที่เข้าไปบริหารกับประชาชนได้ใกล้ชิดกันไม่ใช่ไปปกครองกัน ให้โอกาสประชาชนมีส่วนร่วมในการทำงานเพื่อท้องถิ่นมากขึ้น และการบริหารท้องถิ่นต้องมีอิสระและจะหนุนเสริมความเข้มแข็งของสมัชชาพลเมืองอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะที่มีตัวอย่างชัดเจนที่สุด คือ สภาเมืองของเทศบาลนครขอนแก่นนี่เอง



