ข่าว

รปภ.บุกห้องสาวตี5มอบตัว

รปภ.บุกห้องสาวตี5มอบตัว

22 พ.ค. 2558

รปภ.เข้ามอบตัว ให้การไม่สอดคล้องภาพวงจรปิด อ้างขอยืมเงินเพื่อนนัดให้มาที่ห้อง ประตูไม่ได้ล็อก เจอหญิงสาวนอนอยู่ลุกขึ้นมาส่งเสียงร้องดัง ตกใจวิ่งเผ่นออกมาทันที

 
                       22 พ.ค. 58  จากกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิด ระบุข้อความ เตือนภัย ! ผู้ใช้คอนโด ตี 5 ยามแอบไขกุญแจเข้ามาในห้อง ! จากการตรวจสอบพบว่า เหตุเกิดในคอนโดชื่อดัง แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กทม. ภาพคลิปวิดีโอดังกล่าว ปรากฏชายแต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้าไปภายในห้องพัก ซึ่งเป็นของหญิงสาวรายหนึ่ง โดยผู้เสียหาย กล่าวอ้างว่า ไม่ได้รับความช่วยเหลือจากทางนิติบุคคลของคอนโดฯ ที่อาศัย เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 05.00 น. วันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา
 
                       ล่าสุด เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ สน.มักกะสัน นายณัฐวุฒิ หรือ หนึ่ง (ขอสงวนนาม) รปภ. ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ชุติพงษ์ ตระกรุดเงิน พงส.ผนก.สน.มักกะสัน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา และแสดงความบริสุทธิ์ใจในกรณีที่ หญิงสาวผู้เสียหาย อายุ 27 ปี เข้าแจ้งความร้องทุกข์ว่า ถูกนายณัฐวุฒิ บุกรุกเข้าไปในห้องพักยามวิกาล จนสร้างความหวาดกลัวเป็นอย่างมาก
 
                       จากการสอบสวนนายณัฐวุฒิ ให้การอ้างว่า ทำงานเป็น รปภ.ที่คอนโดฯ ดังกล่าวมานานกว่า 7 เดือน ในตำแหน่งรักษาความปลอดภัย ซึ่งก่อนเกิดเหตุในวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้คุยโทรศัพท์ยืมเงินเพื่อนชื่อ นัด (ไม่ทราบชื่อ-สกุลจริง) ซึ่งเป็นผู้พักอาศัยอยู่ในอาคารดังกล่าว จากนั้นได้นัดแนะให้ไปรับเงินจำนวน 500 บาท ภายในห้องพัก และบอกว่าไม่ได้ล็อกประตูห้องไว้ เมื่อมาถึงให้เข้ามาได้เลย โดยตนเองไม่ทราบเลขที่ห้องพัก ทราบแต่เพียงว่าอยู่ชั้นใด ส่วนห้องเป็นห้องแรกตรงหัวมุมทางเดิน ต่อมาก็ขึ้นไปตามเวลาที่นัดไว้
 
                       นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า เมื่อมาถึงหน้าห้องพัก ได้ก้มดูตรงช่องใต้ประตู พบว่ามีแสงไฟประกอบกับช่องตาแมวมีแสงไฟเช่นกัน จึงนึกว่านายนัด รออยู่ภายในห้อง จึงเปิดประตูห้องเข้าไป เนื่องจากไม่มีการล็อกประตูไว้ กลับพบว่า ภายในห้องไม่มีเพื่อนอยู่ แต่มีหญิงสาวนอนอยู่ จู่ๆ ผู้หญิงก็ได้ส่งเสียงร้องดัง ตนและหญิงสาวคนดังกล่าวต่างคนต่างตกใจวิ่งกันไปคนละทิศคนละทาง โดยตนวิ่งออกมานอกห้อง โดยไม่ได้บอกเล่าเหตุการณ์ดังกล่าวให้ผู้ใดฟัง และพยายามติดต่อนายนัดที่เป็นเพื่อน แต่ไม่สามารถติดต่อได้ กระทั่งออกเวร หัวหน้า รปภ.ได้มาตามตนเองเพื่อพูดคุยเรื่องดังกล่าว ยอมรับว่า ได้กระทำการดังกล่าวจริง แต่ไม่มีเจตนาที่จะเข้าไปประทุษร้ายต่อทรัพย์สิน หรือบุคคลภายในห้องพัก และยอมรับว่า ผิดระเบียบของบริษัท ที่เข้าไปในห้องพักอาศัยโดยพลการ ซึ่งโดยปกติจะมีกฎระเบียบห้าม รปภ.เข้าไปในห้องพัก
 
                       ด้าน พ.ต.ท.ชุติพงษ์ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวได้รับแจ้งความเมื่อเวลาประมาณ 11.30 น. วันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งหญิงสาวผู้เสียหาย ได้เดินทางมาแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน โดยทางผู้เสียหายจดจำรูปพรรณของนายณัฐวุฒิได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของผู้ต้องหา เนื่องจากยังให้การวกวน ประกอบกับคำให้การไม่ตรงกับภาพที่ปรากฏในกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพไว้ได้ คงต้องทำการสอบปากคำผู้เสียหายโดยละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะดำเนินการขอหมายจับ ซึ่งในชั้นพนักงานสอบสวน ได้คัดค้านการประกันตัว โดยผู้ต้องหาสามารถประกันตัวในชั้นศาล แต่ขึ้นกับดุลพินิจของศาล ว่าจะให้ประกันตัวหรือไม่
 
                       ต่อมา เมื่อเวลา 13.00 น. หญิงสาวผู้เสียหาย ได้เดินทางมาที่ สน.มักกะสัน โดยเปิดเผยกับสื่อมวลชนว่า ห้องดังกล่าวบิดาซื้อไว้ให้ประมาณ 2 ปีแล้ว วันเกิดเหตุกลับมาที่ห้องตอน 17.00 น. และอยู่ในห้องตลอดเวลา ปกติก็จะล็อกประตูห้องไว้ แต่วันเกิดเหตุ ไม่แน่ใจว่าล็อกประตูหรือไม่ ช่วงประมาณตี 5 ได้ยินเสียงเหมือนคนย่องเข้ามา จึงเปิดโคมไฟข้างเตียง เห็นประตูห้องนอนแง้มไว้ จึงเดินไปปิดประตู ก็เห็นคนร้ายหลบมุดซ่อนตัวในราวเสื้อผ้า จึงร้องออกมาเสียงดัง เห็นว่าคนร้ายสวมเสื้อ รปภ.มีตราอยู่ที่แขน จากนั้นจึงวิ่งไปกระชากโคมไฟถือไว้เป็นอาวุธป้องกันตัว ทำให้ไฟในห้องดับมืด กะจะฟาดคนร้ายที่ประตู แต่พบว่าคนร้ายไม่อยู่แล้ว จึงเปิดประตูห้องออกไปที่ทางเดินร้องให้คนช่วย วิ่งลงมาข้างล่าง แต่ไม่ได้รับการช่วยเหลือจาก รปภ.คนอื่นๆ แต่เห็นคนร้าย เหงื่อแตกท่าทางพิรุธ จนไปขอดูกล้องวงจรปิดจึงเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด
 
                       "เหตุการณ์นี้ไม่แน่ใจว่า รปภ.คนอื่นๆ ร่วมรู้เห็นเป็นใจหรือไม่ ปกติ รปภ.จะไม่มีสิทธิ์ขึ้นชั้นบน และห้องของฉันต้องใช้กุญแจไขเข้าห้อง ส่วนคีย์การ์ดใช้สำหรับขึ้นลิฟต์ โดยผู้อยู่อาศัยจะขึ้นชั้นที่เป็นลานจอดรถกับห้องของตัวเองเท่านั้น แต่การให้ปากคำของเขาขัดกับเหตุการณ์จริง เพราะเขาเข้าไปในห้องเกือบ 15 นาที และอ้างว่าจำห้องผิด พูดจาวกวน ก่อนหน้านี้เดือนก่อน เงินสดของฉันเคยหายในห้องเกือบ 8,000 บาท และห้องข้างล่างซึ่งอยู่จุดเดียวกับฉันก็เคยเงินหายไป 9,000 บาทเช่นกัน แต่ตอนนั้นคิดว่าคนในห้องขโมยไป ตอนนี้ต้องไปนอนบ้านเพื่อนเพราะยังตื่นตระหนกตกใจอยู่"
 
                       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อหญิงสาวผู้เสียหายเข้าพบพนักงานสอบสวนแล้วเจอกับนายณัฐวุฒิ ซึ่งได้ยกมือไหว้ขอโทษ ไม่ได้มีเจตนาจะเข้าไปก่อเหตุ ทุกอย่างเป็นเรื่องเข้าใจผิด ทางหญิงสาวผู้เสียหาย มีท่าทางหวาดกลัว และเดินทางกลับทันที โดยไม่ได้ให้อภัยแต่อย่างใด