ข่าว

ขยะพลาสติกท่วมมหาสมุทรโลก

ขยะพลาสติกท่วมมหาสมุทรโลก

23 พ.ค. 2558

เวิลด์วาไรตี้ : ขยะพลาสติกท่วมมหาสมุทรโลก

 
          พลาสติก สารสังเคราะห์จากน้ำมันดิบใต้พื้นโลก สร้างประโยชน์ให้แก่มนุษยชาติอย่างมาก และก็เป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมหันต์เช่นกัน ในเงื่อนไขเพียงว่าถ้าพลาสติกอยู่ในที่ที่สมควรมันก็จะเป็นประโยชน์ เช่นเป็นภาชนะสำหรับใส่อาหาร สิ่งของ หรือเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับชีวิตประจำวัน แต่ถ้าพลาสติกลอยอยู่ในทะเล มันก็สร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อสิ่งแวดล้อม สัตว์น้ำที่อาศัยอยู่ในทะเลได้รุนแรงมาก
 
          ที่น่ากังวลก็คือการที่มีการประเมินว่าขยะพลาสติกที่ล่องลอยอยู่ในทะเลและมหาสมุทรทั่วโลกมีปริมาณ "มหาศาล" สถาบันวิจัยชั้นนำของโลก 12 แห่ง เห็นพ้องต้องกันว่าในปัจจุบันมีขยะพลาสติกล่องลอยอยู่ในทะเลน้ำหนักรวมกันถึง 300,000 ตัน หรือเทียบเท่ากับน้ำหนักวาฬสีน้ำเงิน สิ่งมีชีวิตที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก 1,500 ตัว!!!
 
          ด้วยความที่พลาสติกเป็นสารสังเคราะห์จากปิโตรเลียม จึงไม่มีคุณค่าทางอาหาร ไม่มีโปรตีน หรือคาร์โบไฮเดรท ไขมัน แม้แต่สารอาหารชนิดใดชนิดหนึ่ง แต่พลาสติกมีความโปร่งใส หรือแม้มีการใส่สีขุ่นเข้าไป ก็ทำให้พลาสติกดูคล้ายกับแมงกะพรุน หรือสิ่งมีชีวิตในทะเลที่เป็นอาหารของสัตว์น้ำ ประเภท เต่าทะเล โลมา ทำให้มีการพบพลาสติกในท้องของสัตว์น้ำพวกนี้ที่ลอยตายเกยตื้นอยู่เป็นประจำ
 
          นอกจากนั้นยังมีการพบว่าปลาเล็กราว 20% ที่จับได้โดยชาวประมง มีแผ่นพลาสติกที่ถูกกินเป็นอาหารอยู่ในท้องของพวกมัน
 
          พลาสติกยังไปปกคลุมพื้นที่ปะการังบริเวณก้นทะเล ทำให้ปะการังที่เป็นสัตว์น้ำตัวจิ๋วที่พึ่งพาการสังเคราะห์แสงและการดักจับอาหารประเภทแพลงก์ตอน ไม่สามารถหากินได้ ทำให้ปะการังที่มีการเติบโตช้ามาก ตายลงไปอย่างน่าเสียดาย
 
          ประมาณกันว่าขยะพลาสติกที่ล่องลอยและจมอยู่ในทะเลนั้นมีจำนวนราว 5 ล้านล้านชิ้น และจากการประเมินจากสภาพกระแสน้ำในมหาสมุทรทำให้เชื่อได้ว่า 65% ของขยะพลาสติก (คิดจากน้ำหนัก)ลอยอยู่ในเขตเหนือของเส้นศูนย์สูตร หรือราว 3 ล้านชิ้นนั่นเอง
 
          นักวิทยาศาสตร์แนะนำว่าวิธีการที่ดีที่สุดในการปกปักรักษาสภาพแวดล้อมในทะเลทางหนึ่งคือ การลดปริมาณการใช้พลาสติกลง และใช้ผลิตภัณฑ์ทดแทนที่ย่อยสลายได้ ถ้าจะยกตัวอย่างให้ชัดเจน นักวิทยาศาสตร์ประเมินว่าชาวอเมริกันทิ้งขยะพลาสติกเฉลี่ยปีละ 185 ปอนด์ ดังนั้นภาครัฐจึงควรมีมาตรการลดการใช้พลาสติกลง ดังเช่นที่เมืองซาน โฮเซ รัฐแคลิฟอร์เนีย ประกาศห้ามการใช้ถุงพลาสติกตั้งแต่ปี 2555 หลังจากที่เมืองนี้เผชิญกับน้ำท่วมรุนแรงหลังจากฝนตกหนัก และถุงพลาสติกไปอุดท่อระบายน้ำและทางไหลของน้ำ
 
          การรอให้พลาสติกย่อยสลายไปเองนั้น ไม่ใช่ทางเลือกของมนุษยชาติ เพราะพลาสติกมีอายุยืน จากการศึกษาพบว่าถุงพลาสติกที่มีสารตั้งต้นประเภท พีอี (polyethylene), พีพี (polyethylene), พีวีซี (PVC) และไนลอน (nylon) มีอายุเฉลี่ยราว 4-500 ปีกันทีเดียว
 
          แต่อายุการใช้งานของถุงพลาสติกกลับสั้นมาก แค่จากเคานท์เตอร์จ่ายเงินร้านสะดวกซื้อออกไปยังหน้าร้าน ถุงพลาสติกก็กลายเป็นขยะไปแล้ว
 
          ภัยของถุงพลาสติกนั้นรุนแรงมาก แต่เป็นภัยเงียบ ที่ถ้าไม่ศึกษากันจริงๆ ก็จะไม่รู้ว่าเป็นภัย ต่อเมื่อพลาสติกล้นมหาสมุทรหรือเป็นขยะที่ล้นเมือง มนุษย์จึงจะเดือดร้อนและหาทางแก้ไขกันสักที
 
          แต่เมื่อถึงเวลานั้นอาจจะต้องพูดคำว่า "สายเกินแก้" กันแล้วก็ได้