
บิ๊กตู่จ้อซีเอ็นเอ็นยันไม่ขวางเลือกตั้ง
บิ๊กตู่จ้อซีเอ็นเอ็นยันไม่ขวางเลือกตั้ง เดินตามโรดแม็พไปสู่ประชาธิปไตย คสช.พอใจผลงานรอบ1ปีดูแลบ้านเมืองให้สงบ
21พ.ค.2558 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์แอนดรูว์ สตีเว่น ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นเนื่องในโอกาสครบรอบ 1 ปี การยึดอำนาจว่า ผมไม่เคยต่อต้านประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเป็นประชาธิปไตยแบบตะวันตกหรือตะวันออก ผมเป็นทหารภายใต้ระบอบประชาธิปไตยมาตลอดชีวิตที่ผ่านมา ก็ให้การสนับสนุนทุกรัฐบาลมาโดยตลอด แต่ประเด็นสำคัญคือ รัฐบาลชุดก่อนหน้าไม่สามารถเดินหน้าประเทศต่อไปได้ เรามีโรดแม็พไปสู่ประชาธิปไตย หลังจากนำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว เมื่อทรงโปรดเกล้าฯลงมาแล้ว ก็จะนำไปสู่การเลือกตั้ง ซึ่งน่าจะเป็นประมาณต้นปีแต่ก็อาจจะล่าช้าได้ ถ้ารัฐธรรมนูญถูกปฏิเสธโดยสภาปฏิรูปแห่งชาติ
นอกจากนั้น นายกรัฐมนตรียืนยันว่า ไม่ได้คัดค้านหรือทำให้กระบวนการต้องล่าช้าออกไปหรือก้าวก่ายกระบวนการเลือกตั้ง ผมไม่ได้อยากอยู่ในอำนาจ แต่เพราะเป็นคนเดียวที่สามารถรับมือกับปัญหาที่ประเทศไทยเผชิญอยู่ในขณะนั้นได้ และยืนยันด้วยว่าประเทศไทยจะกลับคืนสู่ความเป็นประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์ ประชาธิปไตยจะเข้มแข็ง ยั่งยืน ก้าวหน้าและทัดเทียมประเทศอื่น ส่วนการใช้มาตรา 44 ก็เพื่อความจำเป็นในการทำงาน เพราะถ้าไม่ใช้มาตรานี้ก็จะทำงานไม่ได้เลย โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการทำงาน แต่ยืนยันว่าไม่เคยใช้อำนาจในทางที่ผิดไปทำร้ายใคร ไปฆ่าใคร หรือไปประหารชีวิตใคร
คสช.พอใจผลงานรอบ1ปีดูแลบ้านเมืองให้สงบ
พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุว่า คสช.ได้จัดทำวีดีทัศน์การทำงานรอบ1ปีของคสช.ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคสช. ที่มีความห่วงใย และต้องการให้ประชาชนเข้าใจการทำงานของคสช.และรัฐบาลมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้พอใจการทำงานช่วง 1 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากทำให้สถานการณ์สงบเรียบร้อยมากขึ้น และยืนยันว่าจะพยายามทำงานให้ดียิ่งขึ้น โดยต้องอาศัยความร่วมมือกับประชาชน
พล.อ.อุดมเดช ยังระบุว่า ศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูป หรือ ศปป.จะเชิญกลุ่มต่าง ๆ ทั้งนักการเมือง และนักวิชาการร่วมเสนอแนะข้อคิดเห็นต่าง ๆ เป็นครั้งที่ 2 ในเดือน มิ.ย. นี้ หลังจากได้เชิญมาพูดคุยแล้วก่อนหน้านี้ โดยมีแนวคิดในการเชิญกลุ่มต่าง ๆ ร่วมแลกเปลี่ยนความเห็นลักษณะนี้ทุก1 เดือนถึง 2 เดือน
พท.ดักคอต้องจริงใจไม่ใช่ทำประชามติยื้อเวลา
นายสามารถ แก้วมีชัย อดีตส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การที่ครม.และคสช.มีมติให้แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวเพื่อเปิดช่องให้ทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้น ถือเป็นการลดกระแสกดดันของสังคมหลังจากที่มีเสียงเรียกร้องจำนวนมาก แต่เมื่อจะแก้ไขแล้วก็ควรแก้ในมาตราอื่นๆ ด้วย อาทิ ประเด็นที่หากสปช.มีมติไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ ให้กรรมาธิการยกร่างฯ และสปช.ชุดปัจจุบันสิ้นสภาพ จากนั้นจึงตั้งกรรมาธิการยกร่างฯ ชุดใหม่ขึ้นมาดำเนินการนั้น ขอให้แก้ไขให้กระบวนการแล้วเสร็จภายใน 1 เดือน ไม่ต้องเริ่มต้นใหม่เหมือนที่บัญญัติไว้ในขณะนี้ โดยอาจจะพิจารณาเลือกข้อดีของรัฐธรรมนูญปี 2540 และ 2550 รวมทั้งร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ทำกันอยู่ในขณะนี้มาเป็นหลักในการจัดทำ
และหากร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ผ่านประชามติ จะต้องมีทางเลือกที่ชัดเจนให้กับประชาชน เช่น ตั้งกรรมาธิการยกร่างฯ ใหม่ หรือเลือกใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 หรือ 2550 เป็นต้น อีกทั้งต้องกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจน เพื่อป้องกันข้อครหาเรื่องการยื้อเวลาด้วย ซึ่งหากเขียนเช่นนี้ก็จะทำให้เห็นอนาคตของประเทศ อย่างไรก็ตาม หากการที่คสช.และครม.มีมติให้แก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวเพื่อที่จะนำไปสู่การทำประชามตินั้น เป็นไปเพื่อแค่ลดกระแสกดดัน ไม่ได้ปรับแก้ส่วนอื่นด้วยเลยนั้น ก็จะกลายเป็นแค่เกมยื้อเวลา หากเจตนาต้องการได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญที่ดี ได้ประชาธิปไตยกลับคืนมาโดยเร็ว ต้องแก้ไขในส่วนที่เกี่ยวข้องด้วย เพื่อความชัดเจนในเงื่อนไขเวลา และแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตหากสปช.ไม่เห็นชอบ



