ข่าว

'บิ๊กตู่'สั่งคุมเข้มผู้ได้อภัยโทษ

'บิ๊กตู่'สั่งคุมเข้มผู้ได้อภัยโทษ

21 พ.ค. 2558

'นายกฯ' สั่งคุมเข้มผู้ได้อภัยโทษไม่ให้ทำผิดซ้ำ เล็งออกมาตรการทางภาษีจูงใจเอกชนรับทำงาน 'ยธ.-กรมคุก' ชี้ใช้ ม.44 ปล่อยตัว 'สูงอายุ-ป่วยเรื้อรัง-พิการ' ลดภาระ

 
                     21 พ.ค. 58  นายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นายเรืองศักดิ์ สุวารี รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ร่วมกันแถลงข่าวมาตรการดูแลและติดตามพฤติกรรมผู้ที่พ้นโทษจากการอภัยโทษ ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีความกังวลถึงกรณีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าการปล่อยผู้ต้องขัง 38,000 คน จากการอภัยโทษ จะทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยของคนในสังคม และอาจเกิดการกระทำผิดซ้ำ นายกฯ จึงสั่งการให้นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ หารือร่วมกับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดมาตรการในการจัดหาอาชีพรองรับ ติดตามดูแลพฤติกรรมผู้พ้นโทษ โดยเร็วๆ นี้จะจัดมหกรรมเจรจาธุรกิจ คืนคนดีสู่สังคม ด้วยการเชิญบริษัทเอกชนให้โอกาสผู้พ้นโทษด้วยการรับเข้าทำงาน โดยจะออกมาตรการทางภาษีจูงใจบริษัทเอกชน นอกจากนี้ ได้ประสานให้กระทรวงมหาดไทยสั่งการไปยังกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อติดตามดูแลผู้พ้นโทษ ซึ่งจะไม่เป็นการเพิ่มภาระให้กับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เนื่องจากในแต่ละปีจะมีผู้พ้นโทษประมาณ 120,000 คน เมื่อเทียบเคียงกับจำนวนหมู่กว่า 70,000 หมู่บ้าน ดังนั้น เฉลี่ยผู้ใหญ่บ้าน 1 หมู่บ้าน จะมีภาระดูแลผู้พ้นโทษหมู่บ้านละ 2 คน สำหรับมาตรการระยะยาว รัฐบาลสั่งการให้กรมราชทัณฑ์จัดทำรายชื่อผู้ที่เข้าข่ายจะได้รับการพักการลงโทษ การปล่อยตัวออกจากเรือนจำ พร้อมที่อยู่ และการประกอบอาชีพหลังได้รับการปล่อยตัว ส่งให้กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะหน่วยงานในภูมิลำเนา เพื่อเตรียมพร้อมในการรองรับผู้พ้นโทษ
 
                     รองปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวอีกว่า จากสถิติแต่ละปีพบว่า มีผู้ถูกส่งตัวเข้าเรือนจำปีละ 180,000 คน ปล่อยออกปีละ 120,000 คน ดังนั้น จึงต้องเร่งวางมาตรการเพื่อดูแลการส่งเสริมอาชีพ พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้พ้นโทษไม่ให้กลับมากระทำผิดซ้ำ นอกจากนี้กรมราชทัณฑ์จะศึกษาการดูแลผู้พ้นโทษจากประเทศสิงคโปร์ และญี่ปุ่น เพื่อผลักดันให้เกิดองค์กรที่จะเข้ามาดูแลผู้พ้นโทษของไทยเป็นการเฉพาะ พร้อมกันนี้กระทรวงยุติธรรมจะเร่งพิจารณาข้อกฎหมายเพื่อปล่อยตัวผู้ต้องขังสูงอายุที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 65 ปีขึ้นไป ผู้ป่วยเรื้อรัง ผู้พิการ ซึ่งเดิมหลักเกณฑ์กำหนดให้ต้องรับโทษมาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ใน 3 ของกำหนดโทษ ดังนั้นจะเร่งแก้หลักเกณฑ์ที่ไม่เอื้อกับการปล่อยตัวผู้ต้องขัง หรืออาจใช้มาตรการที่ออกโดยอำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ซึ่งโดยส่วนตัวเห็นว่า หลักเกณฑ์ที่จะออกมาใช้ควรได้กับทุกฐานความผิด ไม่ยกเว้นคดีความผิดมาตรา 112
 
                     ด้านนายเรืองศักดิ์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้ต้องขังสูงอายุป่วยเรื้อรังและพิการถึงขั้นเป็นภาระให้เรือนจำต้องดูแลเป็นจำนวนมาก บางรายแม้ก่อเหตุข่มขืน อนาจาร แต่มีอายุ 85 ปี จึงไม่เหลือศักยภาพในการก่อเหตุอีกแล้ว บางรายพิการแต่แพทย์ระบุว่ายังไม่ถึงระดับ 4 เป็นโรคเอดส์ หรือมะเร็งระยะที่ไม่ใช่สุดท้าย ก็ยังไม่สามารถปล่อยตัวได้ หากใช้มาตรา 44 จะทำให้สามารถปล่อยตัวได้ นอกจากนี้ในส่วนผู้ต้องขังตั้งครรภ์จะมีการใช้มาตรา 246 กำหนดสถานควบคุมผู้ต้องขังตั้งครรภ์ให้ไปคลอดบุตรนอกเรือนจำ หลังจากนั้นให้กลับมารับโทษจนครบกำหนดโทษ
 
                     ผู้สื่อข่าวถามว่า หากใช้มาตรา 44 ในการปล่อยตัวผู้ต้องขังสูงอายุ หรือเจ็บป่วยเรื้อรังนายสมชาย คุณปลื้ม หรือกำนันเป๊าะ ซึ่งพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลชลบุรีตลอดมา จะเข้าเกณฑ์ได้รับปล่อยตัวทันทีหรือไม่ นายเรืองศักดิ์ กล่าวว่า ในการปล่อยตัวตามมาตรา 44 จะไม่พิจารณารายชื่อผู้ต้องโทษ แต่จะพิจารณาว่าเข้าหลักเกณฑ์หรือไม่ ทั้งนี้ ยอมรับว่าราชทัณฑ์ต้องสูญเสียกำลังในการดูแลผู้ต้องขังเจ็บป่วยที่พักรักษาตัวในโรงพยาบาลวันละ 6 คน แบ่งเป็น 3 ผลัดๆ ละ 2 คน ส่วนค่ารักษาพยาบาล ไม่แน่ใจว่าเป็นภาระของงบประมาณรัฐหรือไม่
 
 
 
'วิษณุ' ถกร่วม 'บิ๊กต๊อก' หามาตรการพัฒนาผู้พ้นโทษ
 
 
                     นายวิษณุ กล่าวถึงผลการประชุมมาตรการในการดูแลและส่งเสริมอาชีพเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้พ้นโทษ ร่วมกับ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม เมื่อวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา ว่า ได้มีหารือถึงมาตรการดูแลผู้พ้นโทษกว่า 38,000 คน บวกกับผู้พ้นโทษก่อนหน้านี้ 18,000 คน รวมเป็น 56,000 คน ที่จะต้องมีมาตรการดูแลคนเหล่านี้ตั้งแต่อยู่ในเรือนจำ ทั้งการฝึกอาชีพ ดูทัศนคติที่ดีก่อนปล่อยตัวออกมา โดย พล.อ.ประยุทธ์ กำชับว่า ต้องมีมาตรการเพื่อเป็นแนวทางดำเนินการ เช่น จะดูแลอย่างไรเพื่อให้คนที่ต้องโทษคดียาเสพติดกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ออกมาแล้วไม่ไปกระทำผิดซ้ำเดิม ทำอย่างไรไม่ให้ไปก่ออาชญากรรมข้อหาใหม่ ทำอย่างไรให้คนเหล่านี้เป็นที่ยอมรับของสังคม เพราะหากออกมาแล้วมีปมด้อยก็อาจคิดว่าไปเป็นโจรดีกว่า และจะทำอย่างไรให้เขาพึ่งพาตัวเองได้ จึงย้อนกลับไปตั้งแต่ต้น คือ การเรียนหนังสือ และฝึกอาชีพในเรือนจำ เพื่อออกมาจะได้มีงานทำ ทั้งนี้ นักโทษหญิงมีแนวโน้มที่จะรับสิ่งพวกนี้ได้ดีกว่านักโทษชาย
 
                     นายวิษณุ กล่าวว่า ภายหลังปล่อยตัวผู้พ้นโทษ จะมีการติดตามพฤติกรรมในช่วงเวลา 6 เดือนแรก โดยจะจ้างบุคลากร นักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยาพื้นที่ เข้าไปตามหมู่บ้าน อำเภอ คอยเป็นพี่เลี้ยง ให้คำแนะนำการดำเนินชีวิต ดูเรื่องรายได้ อาชีพ ทัศนคติ และแนวโน้มที่จะกลับไปทำผิด หลังจากช่วงเวลา 6 เดือน จะส่งต่อให้ท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นผู้ไปดูแลต่อ
 
                     นายวิษณุ ยังกล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ไพบูลย์ ในฐานะประธานศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (ศอตช.) เตรียมสรุปรายชื่อข้าราชการที่ถูกกล่าวหาว่าทุจริต ลอตที่ 2 ส่งให้ พล.อ.ประยุทธ์ พิจารณาว่า จากการหารือกับ รมว.ยุติธรรม ก็บอกว่ามี แต่ยังไม่ได้สรุปว่าจำนวนเท่าใด
 
 
 
'นายกฯ' บอกไม่คิดปัญหาจะเยอะขนาดนี้
 
 
                     ที่กระทรวงศึกษาธิการ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานเปิดงาน มิติใหม่การศึกษา เดินหน้าประเทศไทย โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า การทำงานที่ผ่านมา อาจจะมีคนเกลียดบ้าง รักบ้าง แต่ตนต้องทำ ไม่ได้ภูมิใจที่เข้ามา วันนี้เข้ามาในฐานะคนไทยคนหนึ่งที่ต้องสร้างประวัติศาสตร์ประเทศใหม่ นำสิ่งที่ไม่ดีในประวัติศาสตร์มาเป็นบทเรียนในการกำหนดอนาคตที่ดีกว่าเดิม และขณะนี้มีรัฐบาลมา 6 เดือน พอตั้งตัวได้ก็เริ่มเอน เพราะทุกกระทรวงมีปัญหาทั้งหมด แต่ก็ไม่เลวร้าย ที่เข้ามาไม่คิดว่าปัญหาจะเยอะขนาดนี้ แต่เชื่อว่าสามารถแก้ไขปัญหาได้ หากทุกคนช่วยกัน และตนก็นำการบริหารแบบทหารมาใช้ โดยนำกฎหมายที่มีอยู่แล้วมาใช้อย่างจริงจังเท่านั้น และไม่เคยมีปัญหากับใครทั้งนั้น โดยเฉพาะสื่อที่จะต้องช่วยกัน สื่อไม่ใศัตรู แต่ควรนำเสนอข่าวทั้งสองด้าน แบ่งเส้นระหว่างเสรีภาพกับสิทธิผลประโยชน์ของชาติให้ได้ แต่การจะเอากฎหมายมากำหนดเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก จึงต้องคำนึงถึงการอยู่ร่วมกันโดยไม่ขัดแย้ง และให้มีการเรียนรู้ด้านกฎหมายตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่ระดับประถม จะบอกว่าไม่รู้กฎหมายไม่ได้
 
                     พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขณะนี้มองว่าคนไทยยังไม่มีความร่วมมือกัน ยังไม่รู้ว่าจะมีการปฏิรูปได้เมื่อใด คิดจะเอาแต่รัฐธรรมนูญทั้งที่ไม่รู้ว่าจะออกมาอย่างไร ซึ่งตนคิดว่าขึ้นอยู่กับคนมากกว่า ถ้าคนไทยต้องการปฏิรูปก็สามารถเดินหน้าได้ แต่หากจะเขียนแต่รัฐธรรมนูญแต่ไม่ปฏิรูปต่างชาติก็ไม่ยอมรับ
 
                     "ทุกกระทรวงต้องเร่งทำงานไม่เช่นนั้นวันหน้าถูกไล่ถอนหงอกว่าได้ทำอะไรไปแล้ว ที่ผ่านมาหนึ่งปีหนังเป็นเพียงหนังตัวอย่าง มีทั้งดาวดีและดาวร้าย แต่ดาวร้ายอาจจะเยอะ เดี๋ยววันหน้าก็ต้องเสียเวลาคัดดาวดีอีก เสียเวลาคัดดารามาอีก แต่ต่อไปใครมาจะทำหนังจริงก็ต้องแล้วแต่ท่าน เอาอะไรก็ว่ามา รัฐธรรมนูญเขียนไว้ แต่อยากบอกว่าผมไม่ได้อยากอยู่ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ อยากไป ไม่ได้ภาคภูมิใจแต่ดีใจที่ได้ทำงานให้กับประเทศชาติ ที่เข้ามาปัญหาเยอะคิดว่า 5 เดือนก็จบ แต่พอเข้ามาปัญหาเล็กๆ ก็แก้ได้ ปัญหากลางๆ ก็กำลังทำ ปัญหาปลายๆ ก็ยังเข้าคิวอยู่"
  
 
 
จี้ ศธ.สอน นร.ให้คิดเป็น - ดันการศึกษาทางไกล
 
 
                     พล.อ.ประยุทธ์ เป็นประธานเปิดงาน มิติใหม่การศึกษา เดินหน้าประเทศไทย โดยมี พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) พล.อ.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) พร้อม ด้วยผู้บริหารองค์กรหลักของ ศธ. ข้าราชการ และบุคลกรให้การต้อนรับ
 
                     พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า ประเทศไทยติดหล่มตัวเองมานานแล้วหลายเรื่อง ซึ่งตนเคยบอกหลายครั้งแล้วว่า สิ่งที่จะแก้ปัญหาได้คือ การศึกษา โดยต้องมีการจัดหมวดหมู่ของปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะครูที่มีความรู้ความสามารถในการขับเคลื่อนให้การศึกษาเดินไปข้างหน้า โดยรัฐบาลจะมีหน้าที่อำนวยความสะดวก ลดขั้นตอนต่างๆ และดูแลกฎหมาย และเปิดให้เอกชนเข้ามาร่วมจัดการศึกษาควบคู่ จะทำให้ทุกอย่างเดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว แต่หากไม่มีการจัดหมวดหมู่ใหม่ งบประมาณที่ได้รับไปก็จะเป็นเบี้ยหัวแตก การใช้จ่ายงบประมาณก็จะไม่คุ้มค่าทั้งในแต่ละปีจะได้รับงบที่สูงมาก
 
                     นายกฯ กล่าวอีกว่า เรื่องการส่งเสริมการจัดการศึกษาทางไกล ตามโครงการการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม โรงเรียนวังไกลกังวล ที่ผ่านมาสามารถแก้ปัญหาขาดแคลนครู โรงเรียนขนาดเล็กได้ แต่ก็ยังมีปัญหาเรื่องการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและพลังงานไฟฟ้าในหลายพื้นที่ ซึ่งรัฐบาลกำลังแก้ปัญหาอยู่ อีกไม่นานก็จะดีขึ้น ช่วงนี้ยังต้องพึ่งพาการจัดการศึกษาทางไกล รวมถึงครูก็ไม่ต้องเข้ามารับการอบรมบ่อยๆ เพราะสามารถอบรมในพื้นที่ ไม่ต้องเดินทางซึ่งจะทำให้เสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย ขณะเดียวกันก็จะต้องหาครูเก่ง เข้ามาช่วยเสริมการจัดการเรียนการสอนทางไกลด้วย โดยตนคิดว่าจะให้มีการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ทางเทคโนโลยีของ ศธ. เชื่อมโยงกับการจัดการเรียนการสอนทางไกล เพื่อให้เป็นศูนย์ดูแลนักเรียน ที่อาจจะให้ดูไปถึงเรื่องของการกวดวิชา เป็นทางเลือกให้กับเด็กจะได้ไม่ต้องไปเสียเงินเรียนกวดวิชา เพราะบ้านเรามีทั้งคนรวย คนฐานะปานกลาง และคนยากจน ที่มีถึง 40% ของประชากรทั้งหมด ทั้งจนมาก จนน้อย ที่รัฐบาลต้องเข้าไปดูแล
 
                     "นอกจากนั้นยังมีปัญหาการอ่านออก เขียนได้ คิดคำนวณได้ เป็นสิ่งสำคัญ แต่เท่าที่พบ ปัจจุบันเด็กไทยจะเป็นเด็กที่มีขีดความสามารถ แต่ไม่สามารถคิดต่อได้ เป็นโจทย์ที่เราต้องมาคิดแก้ปัญหา ทำอย่างไรจะสอนให้เด็กคิดเป็น เพราะเด็กสมัยนี้สมาธิสั้น ไม่ชอบอ่านหนังสือ ไม่ชอบทำอะไรที่ซับซ้อน ไม่รู้อนาคตของตัวเอง ไม่มีระเบียบวินัย ติดความทันสมัย อยากได้โทรศัพท์มือถือ พ่อแม่ก็ต้องไปหาให้ กู้หนี้ยืมสิน เป็นปัญหาให้รัฐบาลต้องมาตามแก้ ดังนั้นจะต้องสอนให้รู้จัดความพอเพียง และประหยัดอดออม"
 
                     พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนั้นตนยังได้ย้ำถึงการจัดการศึกษาเพื่ออาชีพ โดยเฉพาะระดับอาชีวศึกษา และอุดมศึกษา ที่จะต้องผลิตบัณฑิตให้ตรงตามความต้องการของประเทศ เตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ที่จะต้องมีความเชื่อมโยงทั้งระบบ ทั้งการค้าและการลงทุน ส่วน เรื่องของการกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่นก็ต้องทำแผนเป็นระยะ ระยะแรก ให้ท้องถิ่นรับผิดชอบเฉพาะหน้าที่ไปก่อน หากให้ท้องถิ่นรับผิดชอบทั้งหมดในทันทีก็อาจจะมีปัญหาได้ และตอนนี้ครูก็ยังไม่พร้อม ที่สำคัญประเทศไทยอย่าเปลี่ยนแปลงเร็วเกินไป มิฉะนั้นจะมีปัญหาได้
 
                     ด้าน พล.ร.อ.ณรงค์ กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ต้องการประชาสัมพันธ์ผลงานที่ผ่านมา และสร้างการรับรู้สู่สังคม เพื่อให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้เห็นเทคโนโลยีสมัยใหม่และสามารถนำไปใช้ ในการเรียนการสอนได้ ซึ่งตนคงไม่เป็นกังวลเรื่องอนาคตการศึกษาชาติแล้ว เพราะงานครั้งนี้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เราได้มีวิวัฒนาการรูปแบบการเรียนการสอนที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ซึ่งหากสามารถลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาได้ก็จะทำให้เด็กได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมแน่นอน ส่วนนายกรัฐมนตรีได้เดินดูบูธต่างๆ ขององค์กรหลัก ศธ.ที่จัดขึ้น โดยได้ฝากให้ ศธ.ดูแลและพัฒนาคุณภาพชีวิตครูให้ดีขึ้น รวมถึงระบบการเรียนการสอนในห้องเรียน เพราะปัจจุบันเทคโนโลยีมีความเจริญก้าวหน้าไปมาก และสมัยที่นายกฯ ยังเป็นเด็กนักเรียนก็ไม่ได้มีอุปกรณ์การเรียนการสอนที่เป็นนวัตกรรมทันสมัยแบบนี้ ดังนั้นการพัฒนาเด็กในยุคปัจจุบันจึงจำเป็นต้องทำให้ดีมากขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งครูและผู้บริหารจะต้องดูแลเด็กให้ดีด้วยเช่นกัน
 
                     รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้การปฏิรูปการศึกษาในปี 2558 มีหลายเรื่องที่ได้ดำเนินการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เช่น การปฏิรูปการเรียนรู้สู่ห้องเรียน การยกระดับการเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษ การพัฒนา เป็นต้น ส่วนประเด็นที่นายกฯ เป็นห่วงคุณภาพชีวิตครู โดยเฉพาะปัญหาหนี้สินครูนั้น ขณะนี้ ศธ.กำลังแก้ปัญหาดังกล่าวแบบเป็นขั้นตอนอยู่ ซึ่งเรื่องหนี้ครูเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะเมื่อครูยังมีหนี้สิ้นอยู่ก็จะไม่มีกำลังใจในการเตรียมการสอนให้แก่เด็กได้ และเมื่อมีแนวทางบรรเทาภาระหนี้สินให้แก่ครูแล้วก็หวังว่าครูจะมีวินัยการใช้จ่ายเงินด้วย เพราะนายกฯ ย้ำมาตลอดว่าครูจะต้องใช้ชีวิตอย่างพอเพียง
 
                     สำหรับรูปแบบการจัดงาน เป็นนิทรรศการที่บูรณาการงานขององค์กรหลักเข้าด้วยกัน ตามงานสำคัญที่ดำเนินการ ประกอบด้วย 9 โซน ได้แก่ โซนที่ 1 การพัฒนาคุณลักษณะผู้เรียนและการแก้ปัญหาอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ โซนที่ 2 การจัดการเรียนการสอนภาษาต่างประเทศ การเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน โซนที่ 3 การพัฒนาคุณภาพครู โซนที่ 4 การพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยเทคโนโลยีการศึกษาทางไกล โซนที่ 5 การขยายโอกาสทางการศึกษาแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ โซนที่ 6 การจัดการศึกษาเพื่ออาชีพ โซนที่ 7 การจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา โซนที่ 8 การจัดการศึกษาตามแนวพระราชดำริ และโซนที่ 9 การศึกษาเดินหน้าประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีเวทีสัมมนาทางวิชาการในห้วงเวลาที่จัดงาน 2 วัน เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ถึงแนวทางการพัฒนาการศึกษาแก่ข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษาและผู้สนใจทั่วไป