ข่าว

เปิดฟ้าค้า(โลง)รอบโลกมิติใหม่‘สุริยาหีบศพ’

เปิดฟ้าค้า(โลง)รอบโลกมิติใหม่‘สุริยาหีบศพ’

21 พ.ค. 2558

เปิดฟ้าค้า(โลง)รอบโลก มิติใหม่‘สุริยาหีบศพ’ : คมคิดธุรกิจนิวเจน โดยธานี กุลแพทย์ ภาพสมศักดิ์ เนตรทอง

              เชื่อว่าคนกว่าครึ่งประเทศจะรู้จัก “สุริยาหีบศพ” เพราะประกอบธุรกิจให้บริการ “บ้านหลังสุดท้าย” แก่คนไทยมาเกือบ 6 ทศวรรษ ตั้งแต่รุ่นพ่อผู้ปลุกปั้นธุรกิจ ซึ่งยุคนั้นถือเป็นเรื่องอัปมงคล ถึงปัจจุบันภายใต้การบริหารของทายาทรุ่น 2 นำโดย วิโรจน์ สุริยเสนีย์ ได้ร่วมกันปรับเปลี่ยนทัศนคติผู้คนจาก "ความตาย" เป็นสิ่งน่ากลัวสู่มุมมองเป็นของ "ธรรมดา" ควบคู่พัฒนาผลิตภัณฑ์ ยกระดับธุรกิจสู่สากล ที่ลูกค้าจากทั่วทุกมุมโลกสามารถใช้บริการทางโลกโซเชียลได้อย่างง่ายดาย สร้างเม็ดเงินนับร้อยล้านบาทต่อปี

              วิโรจน์ สุริยเสนีย์ บุตรชายคนที่ 4 วัย 43 ปี หัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญในการนำพา สุริยาหีบศพ ก้าวสู่ความเป็นอินเตอร์ ย้อนให้ฟังว่า ธุรกิจก่อตั้งปี 2521 โดยคุณพ่อสมชาย สุริยเสนีย์ ที่เริ่มจากร้านเล็กๆ ย่านพรานนก ต่อมาปี 2525 ได้ย้ายกิจการมาที่แคราย จ.นนทบุรี และก่อตั้งบริษัท สุริยา คอฟฟิน เพื่อขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมทั่วกรุงเทพฯ และนนทบุรี นับเป็นก้าวแรกสู่ธุรกิจพิธีศพครบวงจร ที่ปัจจุบันได้ส่งต่อให้น้องชายคนที่ 7 รัฐวิชญ์ สุริยเสนีย์ เป็นผู้ดูแล พร้อมนักสร้างสรรค์หีบศพมืออาชีพอีกกว่า 70 คน

              “สมัยก่อน เคยเห็นบางคนเดินผ่านหน้าร้านแล้วยกมือไหว้ บางคนก็เดินอ้อมไปอีกฝั่ง ไม่อยากเดินผ่าน เขาคงกลัว แต่ด้วยครอบครัวมีอาชีพด้านนี้ จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งคุณพ่อพยายามแก้ปัญหานี้อยู่นาน กระทั่งผู้คนเริ่มเข้าใจ มีทัศนคติดีขึ้น กิจการก็ดีขึ้นเรื่อยๆ" วิโรจน์ เล่าถึงมุมมองของผู้คนในยุคแรก ที่เขาประสบเมื่อครั้งครอบครัวได้ย้ายฐานกิจการมาอยู่ที่นนทบุรี

              ต่อเมื่อเขาซึ่งคลุกคลีกับกิจการของที่บ้านมาตั้งแต่เด็ก ได้เรียนรู้เทคนิคต่างๆ เกี่ยวกับอาชีพนี้จากคุณพ่อ ปี 2535 หลังจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ วิโรจน์จึงขยายสาขามาก่อตั้งบริษัทของตนเองที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ในนามบริษัท สุริยา ฟิวเนอรัล ที่เริ่มต้นด้วยพนักงานเพียง 10 คน กับโรงงานเล็กๆ ในพื้นที่กว่า 5 ไร่ กระทั่งปัจจุบันมีพนักงานกว่า 60 คน ร่วมประดิษฐ์ชิ้นงาน

              การมาเปิดธุรกิจรับสร้างบ้านหลังสุดท้าย บริการหลังความตาย 24 ชั่วโมง วิโรจน์บอกว่าใช้มาตรฐานการผลิตที่คงคุณภาพเช่นเดียวกับสาขาแคราย โดยเฉพาะการมุ่งเน้นการบริการที่ครบวงจรในทุกบริบท ครอบคลุมตั้งแต่รถตู้ขนส่งศพ พนักงานฉีดน้ำยาฟอร์มาลิน จำหน่ายอุปกรณ์ประกอบพิธีกรรมทุกศาสนา ราชรถ รถเข็นศพ ชุดดอกไม้หน้างาน ของชำร่วย ลุ้งอังคาร โกศ ฯลฯ

              ขณะเดียวกันก็พัฒนาภาพรวมความเป็น "สุริยาหีบศพ" ในเรื่องของดีไซน์ให้มีความหลากหลายยิ่งขึ้น เน้นทุกชิ้นงานสวยงาม ประณีต ไม่น่ากลัว เพื่อตอบโจทย์และเหมาะสมกับทุกศาสนา ทุกพิธีการ ที่ปัจจุบันมีให้เลือกกว่า 100 แบบ ใน 4 ประเภท คือ หีบศพแบบธรรมดา แบบขอบเทพพนม แบบฐานเทพพนม 1 ชั้น 2 ชั้น 3 ชั้น และแบบพิเศษ หรือพรีเมียม เช่น หีบศพแบบผ้าตาดเรียบ-ย่น หีบปรับอากาศ หีบไม้สักแท้ หีบแกะลายปิดทอง หีบมุก หีบกระจกไม้สักแท้ และหีบจำปา เป็นต้น

              ด้านราคา วิโรจน์ บอกว่า จะแตกต่างกันไปตามวัสดุที่ใช้และความยากง่ายในการผลิต ฉะนั้น ราคาจึงมีตั้งแต่ 2,500 บาท จนถึงแพงสุดระดับหลักล้านบาท ซึ่งทำจากไม้สักทองนำเข้าจากประเทศลาว หรือพม่า ราคาต้นละ 6-7 แสนบาท ก่อนผ่านกระบวนการผลิตที่ประณีต พิถีพิถัน ของช่างมืออาชีพ 

              "เป็นชิ้นงานที่ต้องทำมือ ละเอียดทุกขั้นตอน แต่ละขั้นตอนยุ่งยากแตกต่างกันไป หีบประเภทนี้จึงมีราคาแพง ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าชาวจีนสั่ง มีไม่บ่อยนัก ทว่า ไม่ว่าจะถูกหรือแพง ทุกชิ้นงาน การันตีความสวยงามมาตรฐานสุริยาทั้งหมด"

              ต่อเมื่อกิจการทั้ง 2 บริษัท ดำเนินไปด้วยดี ปี 2545 วิโรจน์เล็งเห็นความสำคัญของกลุ่มลูกค้าจากโรงพยาบาลต่างๆ จึงเริ่มเจาะตลาดคนกลุ่มนี้ หลังเดินทางไปดูงานยังต่างประเทศเป็นเวลากว่า 2 ปี จึงตัดสินใจก้าวเข้าสู่ธุรกิจการบริหารห้องศพของโรงพยาบาล โดยจัดตั้งบริษัทสยาม ฟิวเนอรัล เริ่มที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จ.ปทุมธานี เป็นแห่งแรก ตามด้วยโรงพยาบาลศิริราช ชลประทานฯ บำราศนราดูร เครือเกษมราษฎร์ โรงพยาบาลชลบุรี โรงพยาบาลสมุทรสาคร โรงพยาบาลนครราชสีมา ฯลฯ ซึ่งบริษัทได้จัดเจ้าหน้าที่ไปประจำเพื่อบริการลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง แบ่งเป็นภาคกลางวันแห่งละ 4 คน และกลางคืนแห่งละ 2 คน

              "สาขาไหนใกล้โรงพยาบาลอะไรก็จะแบ่งกันรับผิดชอบ แต่ทั้งหมดขึ้นกับบริษัท สยาม ฟิวเนอรัล ซึ่งเรามีพนักงาน 60-70 คน ปฏิบัติหน้าที่ในจุดนี้ และทุกคนได้รับการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี"

              ความตาย ความพลัดพรากจากคนที่เรารัก เป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นในต่างถิ่นแดนไกล เป็นปัญหาให้คนในครอบครัวไม่น้อยในการนำคนที่รักกลับบ้านเพื่อมาประกอบพิธีทางศาสนา อีกทั้ง ความสับสนเรื่องเอกสาร หีบศพ สายการบิน โรงพยาบาล ตำรวจ สถานทูต ชันสูตรศพ พิธีการฝั่งขาเข้าประเทศไทย ฯลฯ

              เหตุผลเหล่านี้ วิโรจน์ บอกว่า ปี 2555 บริษัท สยาม ฟิวเนอรัล จึงเปิดบริการรับ-ส่งศพ ทั้งในประเทศและต่างประเทศทั่วโลกอย่างครบวงจร ด้วยเครือข่ายตัวแทนรับส่งศพที่ผ่านการรับรองจากสถานทูตไทยที่มีทั่วทุกมุมโลก ซึ่งกลุ่มเป้าหมายคือชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย นักท่องเที่ยวต่างชาติ (กรณีที่คนเหล่านี้เสียชีวิต) ซึ่งจากผลตอบรับที่ดีในบริการดังกล่าว ส่งให้ปัจจุบันบริษัทได้ทำงานร่วมกับสถานทูตสหรัฐอเมริกา อังกฤษ เกาหลีใต้ ฝรั่งเศส เยอรมนี รัสเซีย ญี่ปุ่น และอีกหลายประเทศที่มีแนวโน้มจะใช้บริการ เพื่อการดำเนินการพิธีการต่างๆ เป็นไปด้วยความถูกต้องและมีประสิทธิภาพ

              ถึงวันนี้ "สุริยาหีบศพ" ยังคงพัฒนาต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อรักษาความเป็นหนึ่งของบริษัทที่ประกอบธุรกิจพิธีศพครบวงจรรายใหญ่ของประเทศไว้ ภายใต้องคาพยพมืออาชีพกว่า 200 ชีวิตที่ยึดในหลัก 4 ประการ คือ ใจรักปราศจากความกลัว มุ่งมั่นแรงกล้า หัวใจบริการเต็มร้อย และรู้จริง รู้ลึกรอบด้าน อันเป็นคีย์สำคัญที่ทำให้ประสบผลสำเร็จ และยืนหยัดมาจนถึงปัจจุบัน

โลงต้องสวย...จนคนอยากลงไปนอน!

              นั่นเป็นคอนเซ็ปต์การผลิตหีบศพของ "สมชาย สุริยเสนีย์” ในวัย 80 ปี ผู้ก่อตั้ง “สุริยาหีบศพ” ที่ปัจจุบันมีบริษัทในเครือ 3 บริษัท เป็นมรดกยกให้ลูกๆ รวมอีก 3 สาขา ที่แบ่งให้พี่น้องคนอื่นๆ ที่ตั้งอยู่ชานกรุงและต่างจังหวัด อีกทั้งมีดีลเลอร์เป็นตัวแทนจำหน่าย ติดโลโก้ By Suriya อีกกว่า 60 แห่ง ทั่วประเทศ

              โดยกว่าแห่งแรกที่พรานนกจะเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาได้ รุ่งโรจน์ สุริยเสนีย์ ผู้บริหารยุคปัจจุบันบอกว่า หนทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ โชคดีที่คุณพ่อคร่ำหวอดเกี่ยวกับศพมาตั้งแต่ทำงานเป็นคนขับรถรับ-ส่งศพที่โรงพยาบาลศิริราช และจับพลัดจับผลูได้เป็นลูกมือหมอผ่าศพ มีความรู้ติดตัวมาพอสมควร ทั้งลอกกระดูก เลาะตับไตไส้พุง เอาสมองออกจากกะโหลก

              แม้วันเวลาจะเปลี่ยนไป ทว่า “สุริยาหีบศพ” ในวันนี้ยังคงความคลาสสิกในบางส่วนเอาไว้ ขณะเดียวกันก็ไม่ลืมที่จะก้าวให้ทันยุคสมัย โดยเฉพาะกรรมวิธีการผลิต ที่ยังคงเป็นสืบทอดมาแต่โบราณ ใช้แรงงานมีฝีมือบรรจงแปะทองคำเปลวทีละแผ่นจนครบ เฉลี่ยแล้ว 1 โลง ใช้ 4,000-5,000 แผ่น เรียกว่าเป็นงานแฮนด์เมดของแท้

              อีกทั้งขนาดหีบที่มีตั้งแต่ 16 นิ้ว 18 นิ้ว 20 นิ้ว ถึงใหญ่สุด 36 นิ้ว ด้านในตกแต่งด้วยผ้าหลากชนิด ประณีต งดงาม มีให้เลือกทั้งผ้าไหม ผ้านวม ผ้าต่วนลายจีน ฯลฯ

              “โลงของเราต้องสวย...จนคนเป็นยังอยากลงไปนอน” ซึ่งจุดนี้พวกเรารุ่นลูกได้ยึดปฏิบัติโดยตลอด จึงได้รับเกียรติให้เป็นผู้ดูแลพิธีศพของบุคคลมีชื่อเสียง อาทิ สมเด็จพระสังฆราช, อภิวันท์ วิริยะชัย, อดีตนายกรัฐมนตรี สมัคร สุนทรเวช, นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง สายัณห์ สัญญา, ยอดรัก สลักใจ ฯลฯ

              หาก “ความตาย” คือธรรมชาติของมนุษย์ การทำธุรกิจก็หนีไม่พ้น “ความเปลี่ยนแปลง” เช่นเดียวกับสุริยาหีบศพ ที่ปัจจุบันภายใต้การบริหารของทายาท ซึ่งมุ่งนำพาธุรกิจสู่ความมั่นคง ด้วยก้าวย่างที่แข็งแกร่งต่อไป